ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อต่างๆกรณีซื้อรถยนต์มือสองจากเต็นท์รถย่านปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี  พอขับไปได้100 เมตร ล้อหลุดไปชนร้านอาหารริมทางได้รับความเสียหาย รวมทั้งสภาพรถก็มีการชำรุดบกพร่องหลายจุด และมีผู้ร้องได้ทยอยยื่นเรื่องร้องเรียนมาที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหลายราย

นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สั่งการให้นายพัสกร ทัพมงคล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองผู้บริโภคด้านฉลาก นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผู้อำนวยการส่วนบังคับคดี หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ พร้อมเจ้าหน้าที่สคบ. ลงตรวจสอบการประกอบธุรกิจขายรถยนต์ใช้แล้วของเต็นท์รถดังกล่าว พบผู้จัดการเต็นท์รถ และพนักงานเซลล์ขายรถ ทำงานอยู่ภายในบริเวณ และมีรถจำนวนมากถูกจอดเพื่อเสนอขายให้แก่ผู้บริโภค เจ้าหน้าที่แสดงตัวเพื่อตรวจสอบและยึด อายัดเอกสารมาตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่ามีการฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมว่าด้วยฉลาก ฉบับที่ 35 (พุทธศักราช 2556) เรื่อง ให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการขายรถยนต์ใช้แล้วเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พุทธศักราช 2550 รวมถึงฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการขายรถยนต์ใช้แล้วเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พุทธศักราช 2562 เป็นความผิดตามมาตรา 57 ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจรายนี้ต่อไป ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคขอฝากแจ้งเตือนให้ผู้บริโภคที่จะทำนิติกรรมใดๆกับผู้ประกอบธุรกิจควรพิจารณาข้อความด้วยความรอบคอบหากไม่แน่ใจสามารถสอบถามที่สายด่วน 1166 ในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจขายรถยนต์มือสอง ควรที่จะทำให้ถูกต้องตามกฎหมายและไม่หลอกลวงผู้บริโภคในการขายสินค้า หากพบเห็นการกระทำความผิดจะดำเนินคดีกับผู้ประกอบธุรกิจทุกราย