พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สั่งการให้ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญญา รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อ พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ รองผู้กำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ต.ต.ดนัย ดีดวงพันธ์ สารวัตรกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำกำลังจับกุม นายสิทธิพร บุญลัย อายุ 30 ปี และ น.ส.พัชราพาณ์ ประสงค์ดี อายุ 30 ปี สองสามีภรรยาลอบค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ได้ที่บ้านพักย่านจระเข้บัว เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลาง ซากเสือไฟ เช่น หน้าผาก จำนวน 2 ชิ้น ชิ้นส่วนหาง จำนวน 1 ชิ้น ชิ้นส่วนหนังเสือหลายขนาดจำนวน 19 ชิ้น ชิ้นส่วนหนังเสือบรรจุในตะกรุด  6 ดอก น้ำมันเสือไฟ 16 ขวด

ทั้งนี้ก่อนหน้าเจ้าหน้าที่ตรวจพบเพจเฟซบุ๊กแห่งหนึ่งโพสต์ประกาศค้าซากเสือไฟ สัตว์ป่าคุ้มครอง และเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ของโลกมาตั้งแต่ปี 2551 ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาไซเตส (CITES) ที่เสือไฟประสบปัญหาถูกล่า เพื่อเอาหนังและกระดูกมาขาย  เนื้อหาในเพจประกาศขายซากชิ้นส่วนหน้าผากเสือไฟ หนังเสือ หางเสือเครื่องราง และน้ำมันเสือ ให้กับผู้ที่นิยมและผู้ที่นำไปใช้เป็นเครื่องราง ตามความเชื่อเรื่องมหาอำนาจ บารมี เมตตามหาเสน่ห์ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับ

สอบสวนรับว่า ขายหนังเสือไฟ และน้ำมันเสือไฟให้กับผู้นิยมนำไปใช้เป็นเครื่องรางตามความเชื่อที่ว่า เสือเป็นสัตว์ที่มีอำนาจ สามารถช่วยเรื่องค้าขายให้เจริญรุ่งเรือง ป้องกันภูตผีปีศาจ และมหาเสน่ห์ ส่วนซากเสือไฟสั่งซื้อมาจากพ่อค้าทางออนไลน์ มาเป็นตัวๆ ก่อนนำมาตัดแบ่งขายชิ้นส่วนต่างๆ ตามที่ลูกค้าสั่งซื้อ ส่วนราคาที่ส่งขาย อาทิเช่น หน้าผากเสือไฟ ราคา 2,600 – 2,800 บาท หนังเสือตามขนาด ราคา 200 – 1,000 บาท หางเสือไฟ ตามขนาด ราคา 400 บาท ตะกรุดปลุกเสก ราคา 300 บาท และน้ำมันเสือ ราคาขวดละ 199 บาท