ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ  พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เผยถึงความคืบหน้าในคดีที่น.ส.สุพัตรา นามลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส.พี.รุ่งเรืองรับเบอร์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจผลิตน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่ม พร้อมด้วย นายศักดิ์ชัย โควาพิทักษ์เทศ ที่ปรึกษาบริษัท เดินทางมายื่นหนังสือ ขอให้ตรวจสอบ โครงการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างถนน แอสฟัลท์ติกคอนกรีต สายทางบ้านธาตุ – บ้านนาทอง (พื้นทางเป็นพาราซอยล์ซีเมนต์) ของเทศบาลตำบลธาตุทอง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ และของหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ มีการล็อกสเปกในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการนำเอาเลขที่คำขออนุสิทธิบัตรน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่มที่ยังไม่ได้รับการอนุมัติจากกรมทรัพย์สินทางปัญญามาใส่ในข้อกำหนดขอบเขตของงาน (TOR) ในการประกาศจัดซื้อจัดจ้าง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าวว่า คดีนี้ผู้เสียหายที่เดินทางเข้ามาร้องเรียน เมื่อวันที่ 10 มกรามคม 2566 เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำไปแล้ว และแนะนำให้กลับไปรวบรวมเอกสารให้ครบถ้วนสมบูรณ์อีกครั้ง เพื่อที่จะใช้เป็นพยานหลักฐานในสำนวน ก่อนมอบหมายให้รองผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เป็นผู้ดูแล และส่งเรื่องไปให้กองกำกับการ 3 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ  เป็นผู้รับผิดชอบ

สำหรับบริษัทดังกล่าว น.ส.สุพัตรา เคยระบุไว้ว่า มีชื่อกรรมการเป็นนักธุรกิจไฮโซที่เคยเเถลงข่าวคู่กับทนายความคนดังที่เคยกล่าวหาอดีตผู้ช่วยเลขานุการรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เเละเคยแจ้งความอดีตผู้ช่วยเลขานุการรองประธานสภา แต่พนักงานสอบสวนกองปราบปรามมีความเห็นสมควรสั่งไม่ฟ้องเสนอไปยังพนักงานอัยการ