ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  พล.ต.ต. วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือขายบุหรี่ไฟฟ้า ผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้า และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 138,254 ชิ้น มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนพฤศฺจิกายน เจ้าหน้าที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเปิดปฎิบัติการทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า ประมาณ 327,400 ชิ้น รวมมูลค่าในท้องตลาดกว่า 60 ล้านบาท ก่อนขยายผลนำกำลังเข้าตรวจค้นร้าน Seoul Hub อาคารพาณิชย์ 2ชั้น เลขที่ 49/5 ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ตำบลบางรักพัฒนา อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี และร้านWARP CAFÉ ที่ถนนโยธาธิการนนทบุรี สายท่าอิฐ ตำบลบางรักน้อย อำเภอเมืองนนทบุรี จับกุมนายแบงค์ อายุ 24 ปี เครือข่ายที่รับบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยามาจำหน่ายต่อ ยึดของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้า  น้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า รวมประมาณ 2,654 ชิ้น มูลค่า 2 แสนบาท สอบสวนรับว่าของกลางทั้งหมดเป็นของนายแพท เช่าโกดังแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองสระบุรีเป็นที่เก็บของ นำไปสู่การเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 49/2 หมู่ที่ 2 ตำบลดาวเรือง อำเภอเมืองสระบุรี

จากการตรวจสอบพบบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้ารวมประมาณ 364 ลัง หรือ 135,600 ชิ้น มูลค่า 30 ล้านบาท ก่อนจับกุมนายแพท อายุ 28 ปี  และนายแก๊ป อายุ 35 ปี เจ้าของและผู้ดูแล รับว่าทำมานานกว่า 1 ปี สั่งบุหรี่ไฟฟ้า และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้ามาจากประเทศมาเลเซียใช้โกดังในพื้นที่จังหวัดสระบุรีเป็นสถานที่เก็บเพื่อรอกระจายสินค้าไปยังกลุ่มลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะในจังหวัดนนทบุรี ถือเป็นกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่สำคัญ