หวิดกลายเป็นโศกนาฏกรรมกลางทะเลอันดามัน

เมื่อเรือเร็ว “คิโพเซดอน 999” เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นไฟลุกท่วมขณะลอยลำอยู่หน้าถ้ำไวกิ้ง เกาะพีพีเล เขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่

ทำนักท่องเที่ยวชาวจีนเกือบ 30 ชีวิตระทึก กระโดดหนีตายไปลอยคออยู่ในทะเล มี 5 รายโดนไฟลวกที่ผิวหนัง นอกนั้นเจ็บคนละเล็กน้อย

สอบถามจากเด็กเรือน่าเชื่อว่า ชนวนเหตุเกิดจากน้ำมันรั่วบริเวณเครื่องติดท้าย เป็นจังหวะกัปตันให้มาคุมพังงานเรือแทน เพื่อที่ตัวเองจะได้สลับไปดูเครื่องด้านหลังที่เดินสะดุด

พอเปิดฝาเครื่องเท่านั้นก็เกิดระเบิดขึ้นทันที

โชคดีมีเรือเร็วบริเวณใกล้เคียงเข้าช่วยเหลือพร้อมอาสาสมัครกู้ภัย และตำรวจน้ำที่ได้รับการอบรมฝึกซ้อมมาตลอดก่อนหน้าฤดูท่องเที่ยวปลายปีที่ผ่านมา

ทำให้วิกฤติคลี่คลายไปได้อย่างรวดเร็ว สามารถลำเลียงคนเจ็บส่งโรงพยาบาลเกาะพีพี และโรงพยาบาลกระบี่ช่วยทุกชีวิตรอดพ้นจากความตาย

เป็นการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าของ พ.ต.อ.จตุรวิทย์ คชน่วม ผู้กำกับการ 9 กองบังคับการตำรวจน้ำ ถึงได้ทำโครงการฝึกอบรมให้ความรู้อาสาสมัครกู้ภัยพื้นที่รับผิดชอบ 3 จังหวัดทะเลอันดามัน ตั้งแต่ กระบี่ สตูล และพังงา ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

หากเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้นบุคลากรของหน่วยเคยผ่านการฝึกอบรมมาแล้วจะทำหน้าที่ได้ทันที

มีการซ้อมแผนปฏิบัติการอยู่ตลอด

เริ่มต้นที่ตำรวจน้ำสตูลซ้อมเหตุฉุกเฉินดูแลนักท่องเที่ยวด้วยการใช้คนทำงานจริง ยุทโธปกรณ์จริง “ไม่ใช้สแตนด์อิน” เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดบริเวณท่าเรือปากบารา จำลองเหตุการณ์ “เรือระเบิดกลางทะเล” มีกลุ่มควันจำนวนมากลอยออกมาจากห้องเครื่อง และมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ เมื่อหลายเดือนก่อน

มอบหมายให้ ชุดคอมมานโดตำรวจน้ำ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไว้ รีบนำเรือตรวจการณ์เข้าสำรวจเหตุทันที กระทั่งแน่ใจว่า ไม่ได้มีเหตุข้องเกี่ยวกับความมั่นคงจึงปล่อยเป็นหน้าที่ชุดกู้ชีพกู้ภัยรับช่วงต่อเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ

เก็บเกี่ยวฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ

เวลาเจอสถานการณ์จริงทุกอย่างถึงเข้าระบบ ต่างฝ่ายต่างประสานการทำงานและรู้หน้าที่ของตัวเอง ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนได้รับความปลอดภัยจากเหตุเรือเร็วระเบิดจนไฟลุกท่วมในครั้งนี้

“ซ้อมเหมือนจริง จริงเหมือนซ้อม” พ.ต.อ.จตุรวิทย์บอกอย่างนั้น