ค้น4 จุด พังงา-ภูเก็ต จับร้านขายบุหรี่เถื่อน

ตำรวจ ปอศ.ร่วมกับ สรรพสามิต ค้น4 จุด พังงา-ภูเก็ต บุกจับร้านลักลอบขายบุหรี่นำเข้าผิดกฎหมาย พบของกลางมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

วันที่20 ม.ค.67 พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สั่งการ พ.ต.อ.ชัชวาล ชูชัยเจริญ ผู้กำกับการ2กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ พ.ต.ท.ชวพล เชื้อเพ็ชร์ สารวัตรกองกำกับการ2กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สนธิกำลัง ร่วมกันกับ นายชินพร สิกธรรม , นายนิทัศน์ จุลเจนใจ , นายกันตินันท์ คูณค้ำ เจ้าพนักงานสรรพสามิตชำนาญงาน และนายสราวุธ สุภาเพ็ชร์ นักวิชาการสรรพสามิตปฏิบัติการ นำหมายค้นของศาลจังหวัดพังงา และภูเก็ต เข้าตรวจค้น 4 เป่าหมาย จับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย นายเอกชัยฯ น.ส.ปวีณาฯ และ นายปองพลฯ พร้อมของกลางบุหรี่ที่มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศ หลากหลายยี่ห้อ 28,895 ซอง มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

โดยจุดแรก เข้าตรวจค้น ร้านค้าแอบจำหน่ายบุหรี่ ไม่มีชื่อ ไม่ติดเลขที่ (ตรงกันข้ามกับ ซอย กมลสุข) ถ.พัฒนาท้องถิ่น ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตามหมายค้นศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ ค.15/2567 ลงวันที่ 15 มกราคม 2567 จุดที่สอง ร้านค้าแอบจำหน่ายบุหรี่ ไม่มีชื่อ ไม่ติดเลขที่ (ตรงกันข้ามกับ ซอย พรรณยมล 3) ถ.พัฒนาท้องถิ่น ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตามหมายค้นศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ ค16/2567 ลงวันที่ 15 มกราคม 2567 จุดที่สามร้านค้าแอบจำหน่ายบุหรี่ ไม่มีชื่อ ไม่ติดเลขที่ ถ.เจ้าฟ้าตะวันออก ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ตามหมายค้นศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ ค.16/2567 ลงวันที่ 15 มกราคม 2567 และจุดที่สี่ ร้านจำหน่ายบุหรี่ ไม่มีชื่อ ไม่ติดเลขที่ ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ศาลจังหวัดพังงาที่ 6/2567 ลงวันที่ 16 มกราคม 2567

พฤติการณ์เมื่อประมาณต้นเดือนมกราคม 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ2กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ บุหรี่ที่มีแหล่งกำเนิดจากต่างประเทศจำนวน 4,881 คอตตอน มูลค่าความเสียหายประมาณ 45 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นจึงได้ขยายผลจากคดีดังกล่าว จนสืบทราบว่าได้มีบุหรี่บางส่วนถูกส่งไปยังพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและจังหวัดพังงาจึงลงพื้นที่สืบสวนจนพบสถานที่เป้าหมาย ทั้ง 4 แห่งจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายค้น จนนำมาสู่การจับกุมดังกล่าว

จากการตรวจสอบสินค้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กรรมสรรพสามิต พบว่าไม่ปรากฎตราหรือฉลาก เกี่ยวกับตัวสินค้าว่าเป็นสินค้าชนิดใด หรือใช้งานอย่างใด หรือสัญลักษณ์ที่ระบุว่าได้ผ่านตัวแทนนำเข้าในประเทศไทยแต่อย่างใด ทำให้น่าเชื่อว่าถูกลักลอบนำเข้ามาในประเทศแบบผิดกฎหมาย

จึงแจ้งข้อหาว่า “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร” และมีมีความผิดตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต “ผู้ใดมีไว้ในครอบครองโดยไม่มีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งสินค้าที่ได้รับยกเว้นหรือได้รับคืนภาษีแล้วหรือผู้ใดขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่เป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน”​

สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย เบื้องต้นให้รับสารภาพ โดยให้การว่าได้ซื้อต่อมาจากร้านค้าย่านแจ้งวัฒนะ เดือนละ 2-3 ครั้ง จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางทั้งหมดำ ส่งพนักงานสอบสวนกองกำกับการ2กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

RELATED ARTICLES