นี่คือเรื่องราวการเดินทางของ “จิง-ไปรยา กานิล” หรือจะเรียก ‘จะจิง’ จากเด็กกิจกรรมผู้เปี่ยมไปด้วยความฝัน สู่การเป็นนักข่าวเต็มตัว พร้อมเป้าหมายที่ชัดเจนบนหน้าจอ!
เธอเล่าว่า จิงเป็นเด็กเชียงใหม่ที่ผันตัวมาเป็นเด็กกรุงเทพฯ และได้เริ่มต้นอาชีพนักข่าวที่ ช่อง one31 ทันทีหลังเรียนจบ ความจริงแล้ว จิงคือสายเลือดเด็กกิจกรรมตั้งแต่เล็กจนโต แต่ไม่เคยทิ้งการเรียน สมัยประถม จิงมีโอกาสได้เป็นพิธีกรโรงเรียน ได้ไปแข่งพูดสุนทรพจน์ และทำกิจกรรมที่ใช้ทักษะด้านการพูด การสื่อสารมาโดยตลอด
จุดเริ่มต้นของความฝันที่อยากเป็น ‘ผู้ประกาศข่าว’ มาจากคำพูดของคุณครูท่านหนึ่งที่บอกกับจิงว่า “พูดและสื่อสารเก่งแบบนี้อนาคตไปเป็นผู้ประกาศข่าวให้ได้นะ” คำพูดนั้นได้กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ฝังลึกในใจของจิงตั้งแต่นั้นมา

‘ทางแยกและเส้นทางที่เลือกเดินเพื่อความฝัน’ หลังจบ ป.6 จิงเข้าศึกษาที่ โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำจังหวัดตั้งแต่ ม.ต้น-ม.ปลาย จิงตั้งใจจะทำกิจกรรมทุกอย่างที่อยากทำ ทั้งพิธีกร ดรัมเมเยอร์ สภานักเรียน เชียร์หลีดเดอร์ และดาวโรงเรียน ซึ่งก็ทำได้ทั้งหมดอย่างเหลือเชื่อ
จนมาถึงช่วง ม.5 ซึ่งเป็นช่วงที่ต้องตัดสินใจเลือกคณะในมหาวิทยาลัย ตอนนั้นจิงมีทางแยกที่ท้าทาย… การเป็นแอร์โฮสเตส ซึ่งเป็นความฝันของ “แม่” ที่อยากให้จิงเป็น และจิงก็อยากพิสูจน์ให้แม่เห็นว่าทำได้ จิงสอบติดสาขาธุรกิจการบิน มหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ตั้งแต่เทอม 1 ของ ม.6 แต่หลังจากได้ลองไปเข้าค่ายและรู้กฎระเบียบ จิงกลับลังเลอย่างมาก
คำแนะนำจากครูผู้เชี่ยวชาญที่ว่า “ถ้าอยากเป็นแอร์เรียนอะไรก็สามารถเป็นได้ขอแค่สื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี” ทำให้จิงตัดสินใจสละสิทธิ์ แล้วมุ่งสู่ความฝันแรก นั่นคือ การเป็นผู้ประกาศข่าว จิงค้นหาคณะและมหาวิทยาลัยที่จะพาไปถึงฝัน และได้เลือกเรียนที่ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และการผลิตสื่อสตรีมมิ่ง ของ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

ในชีวิตมหาวิทยาลัย จิงได้สัมผัสงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ทั้งการทำรายการทีวี รายการข่าว รายการวิทยุ และเมื่อได้ทดลองเป็นผู้ประกาศข่าว จิงยิ่งมั่นใจว่า นี่แหละคืออาชีพในอนาคต! จิงฝึกฝนทักษะการพูดมาตลอดจนได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน MC ของมหาวิทยาลัย และเก็บเกี่ยวผลงานเพื่อใช้ในการสมัครงาน
ประตูสู่โลกข่าว และบทเรียนที่แลกมาด้วย ‘น้ำตา’ เธอเล่าต่อว่า โอกาสสำคัญมาถึงตอนปี 3 กับโครงการ BU Come One ซึ่งมหาวิทยาลัยกรุงเทพร่วมมือกับช่อง one31 เพื่อเฟ้นหานักศึกษาเข้าทำงาน ในตำแหน่ง นักข่าว จิงก็ตัดสินใจส่งผลงานและได้รับโอกาสเข้ามาฝึกงานเป็นเวลา 6 เดือน
จิงเริ่มต้นจากศูนย์ ได้ลองวิ่งข่าวหลากหลายประเภท ทั้งการเมือง อาชญากรรม สังคม จนได้คำตอบว่าตัวเองชอบ ข่าวอาชญากรรม มากที่สุด แต่การฝึกงานไม่ได้ราบรื่นเลย จิงยอมรับว่าตลอดระยะเวลาของการฝึกงาน “น้ำตา” เป็นแรงขับเคลื่อน เพราะงานนี้ทั้งเหนื่อย ไม่มีเวลาที่แน่นอน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความรู้รอบตัว มิตรภาพจากพี่ ๆ นักข่าวในสนาม ซึ่งเป็น “คอนเนคชั่น” และประสบการณ์ที่อาชีพอื่นให้ไม่ได้
‘จากนักข่าว สู่บันไดก้าวขึ้นเป็นผู้ประกาศ’ เมื่อฝึกงานจบ จิงได้รับข่าวดีว่าช่อง one31 ต้องการรับเข้าทำงานต่อ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้จิงลังเลอีกครั้ง เพราะลึก ๆ แล้วจิงไม่ได้อยากเป็นนักข่าว แต่อยากเป็นผู้ประกาศข่าว

แต่เมื่อมองย้อนกลับไปถึงสิ่งที่ได้รับ ทั้งความรู้ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ มิตรภาพ การยอมรับจากคนรอบข้าง มันทำให้ความคิดของจิงเปลี่ยนไป จิงตัดสินใจเดินเส้นทางนี้ต่อ โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในใจว่า….
“จิงจะเก็บสั่งสมความรู้และประสบการณ์จากอาชีพนี้ จนแข็งแกร่ง เพื่อเป็นบันไดให้จิงก้าวไปสู่การเป็นผู้ประกาศข่าวอย่างที่ฝันไว้”
เธอยังบอกต่ออีกว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า จิงจะต้องนั่งประกาศข่าวให้ทุกคนได้เห็นอย่างแน่นอน ปัจจุบัน! จิงได้ย้ายมาอยู่กับ ข่าวสดออนไลน์ และยังคงฝึกฝนทักษะการพูดอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายนี้ จิงอยากบอกทุกคนที่ผ่านมาเห็นบทความนี้ว่า

“เชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อมั่นในความฝัน หากเชื่อว่าตัวเองทำได้ สักวันเราก็จะทำได้ตามที่เราเชื่อ เพราะจิงสัมผัสมาแล้ว”
สามารถสั่งซื้อหนังสือได้ที่


