
คนข่าวสาวน้องใหม่ของค่ายไอเอ็นเอ็น
“ส้ม” อัญชิสา ก่อกิจฤกษ์ชัย ชาวกรุงเทพมหานคร ช่วงปฐมวัยเข้าโรงเรียนพิบูลเวศม์ ไปต่อมัธยมสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง มีความฝันอยากเป็นหมอ พอโตขึ้นไม่ได้สนใจวิชาการอะไรขนาดนั้น มุ่งแต่ไปทำกิจกรรม เล่นกีฬาแทน
เป็นนักซอฟบอลตัวกลั่นของสถาบัน ก่อนจะไปเรียนคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยบูรพา มีให้เลือก 3 สาขา คือ ออกกำลังกาย การจัดการ และสื่อสารมวลชน เจ้าตัวให้เหตุผลว่า การออกกำลังเลยเป็นเรื่องที่หนักมาตั้งแต่สมัยเล่นกีฬา ส่วนการจัดการไม่ถนัด ถึงเลือกเรียนสื่อสารมวลชนอาจด้วยเพราะมีรุ่นพี่เรียนอยู่ด้วย ชอบพวกที่เป็นแบบสื่อสารด้วย
หลังเรียนจบไปสมัครเป็นพนักงานต้อนรับฟิตเนส ไม่เกี่ยวกับที่ร่ำเรียนมา แต่มองว่า เป็นเครือด้วยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การกีฬา ทั้งที่สาขาเรียนโดยตรงควรจะไปเป็นนักข่าวกีฬา ทำงานอยู่ปีกว่าขยับย้ายศูนย์ฟิตเนสไปอีกแห่ง ก่อนตัดสินใจลาออก เพราะรู้สึกว่า งานบริการไม่ใช่สไตล์ของตัวเอง
เธอหันไปทำงานตัดต่ออยู่ค่ายไทยนิวส์ของเดอะเนชั่นอยู่ประมาณ 6 เดือน ไม่ผ่านโปรออกมาเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ โปรโมตบริษัทเกี่ยวกับสื่อนาน 2 เดือน รู้สึกไม่ใช่ทาง กระทั่งรุ่นพี่คนหนึ่งที่อยู่ในสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น

ประเดิมอยู่โต๊ะข่าวกีฬา “ลังเลอยู่ เพราะไม่ค่อยชอบดูกีฬา ชอบเล่นมากกว่า ยกตัวอย่างชื่อนักบอลจำไม่ได้เลย เขาถามว่า มีโต๊ะข่าวเศรษฐกิจกับโต๊ะข่าวการเมืองให้เลือก บอกไปว่า ขอทำข่าวการเมืองดีกว่า เพราะตอนนั้นเป็นช่วงการเมืองกำลังมาแรง และเหมือนกับว่า เรามีความสนใจเรื่องนี้อยู่แล้ว” นักข่าวสาวสำนักไอเอ็นเอ็นว่า
“จริง ๆ นักข่าว เป็นอาชีพที่ไม่เคยคิดว่า ตัวเองจะได้มาทำ เพราะว่าตอนเรียน ไม่ชอบเขียนข่าว ทำให้เขียนข่าวไม่เป็น สอบได้คะแนนน้อยมาก พอมาได้ทำจริงๆ รู้สึกว่า ได้ออกมาจากจุดที่เราเคยคิดว่ามันทำไม่ได้มาพิสูจน์ตัวเอง พอมาทำแล้ว บวกกับเพื่อนในสนามข่าวด้วย สนุกมากขึ้น”
ถามว่าประทับใจอะไรกับเส้นทางการทำงานข่าว ส้มบอกว่า อย่างแรกน่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานช่วยแนะนำ ไม่ได้มากดดัน ทำให้เราอยากทำต่อ ไม่ได้รู้สึกว่า ไม่เอาแล้ว ต่างจากสมัยทำงานฟิตเนสที่บ่นอยากลาออกตลอดเวลา เบื่อที่ต้องคุยกับลูกค้าทุกๆ วัน ต้องยิ้มตลอดเวลา ทั้ง ๆ ที่เป็นลูกค้าที่ขี้เหวี่ยง ต้องกล้ำกลืนฝืนทนจนบอกตัวเองว่า ไม่ใช่แล้ว

เจ้าตัวย้ำว่า มาทำงานข่าวตอนแรกจะซีเรียสเรื่องเวลาการทำงาน อาชีพนักข่าวไม่สามารถจัดการเวลาตัวเองได้เลย แถมหยุดแค่วันเดียว แต่พอไปสัมผัสงานจริงลืมไปเลย อินไปเอง ได้ออกไปเจอเพื่อนทุกวัน กลายเป็นดี และชินแล้ว ถ้าเป็นวันหยุดกลับเหงา เราอยู่นิ่งไม่ได้
“ไม่คิดว่าจะได้มาคลุกคลีกับพวกนักการเมืองด้วย ตอนแรกสิ่งที่เราคิด คือน่ าจะมาทางนี้ยาก คุยยาก พอมาทำแล้ว กลายเป็นว่า เขาจำหน้าเราได้ ก็ เริ่มคุย เริ่มรู้จักแหล่งข่าวจะเป็นคนที่ไม่ค่อยไม่ค่อยโทรไปหาแหล่งข่าว ถามว่า มีไหม เพื่อไว้ติดต่อเวลาที่เราต้องการข้อมูลก็มีพอสมควร คิดว่า เราต้องพัฒนาตัวเองต่อไปอีก” เธอทิ้งท้าย

