ปี 2509  ผมเรียนจบเป็นว่าที่ ร.ต.ต.ประจำ สน.พระราชวัง ไม่ทันพี่สล้างเพิ่งย้ายไปอยู่หาดใหญ่ เคยกลับมาเยี่ยม สน.จึงได้รู้จักกัน พี่สล้าง บุนนาค หล่อแต่งเครื่องแบบแล้วดูดีมาก ผมยึดถือเป็นแบบอย่าง แม้จะไม่ได้อยู่ในฝ่ายบู๊ด้วยกัน แต่ก็ติดตามฟังข่าวของพี่สล้าง ปราบโจรทำวิสามัญ เป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เป็นประจำ พี่สล้างนำหน้าเสมอไม่ว่าเรื่องเกี่ยวกับการเมืองเมื่อ 6 ตุลา 19 หรือเรื่องโจด่านช้าง และคดีวิสามัญดังสนั่นเมืองอีกหลายคดี

พี่สล้างเป็นคนใจร้อนจะทำอะไรต้องทันที ช่วยใครช่วยจริง ประทับใจช่วงที่ผมถูกให้ออกจากราชการ ไปทำงานเป็นที่ปรึกษาอยู่ที่ร้านนายก๊วกถนนบางนาตราด พี่สล้างให้คนไปตามบอกว่า “อังกูร มึงตกต่ำอย่างนี้ได้ยังไง” ผมก็เลยออกจากงานร้านนายก๊วก พอดีกับ คุณชาตรี โสภณพนิช ชวนไปอยู่ธนาคารกรุงเทพจึงไปนั่งเป็นหัวหน้าส่วนตรวจสอบทั่วไป ทำหน้าที่เหมือนตำรวจประจำธนาคาร อยู่ธนาคารกรุงเทพ 5 ปี กฎหมายล้างมลทินออก ถึงเวลาที่จะต้องกลับคืนถิ่น ได้เพื่อนตำรวจหลายคนช่วยเหลือ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2530 ขาดอายุความหมดแล้วจึงกล้าพูดเต็มที่

คนที่ช่วยผม พี่ชลอ เกิดเทศ รับรองผลงานการช่วยเหลือราชการในช่วงที่ถูกออก พี่เวทย์ เพชรบรม โหรประจำตัวตรวจดวงแล้วแนะนำว่า วันเวลาไหนควรทำอะไร เพื่อนวุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ และชาญชิต เพียรเลิศ ช่วยเรื่องงานเอกสาร ประจักษ์ศิลป์ สุพรรณเภสัช เพื่อนรักเป็นผู้ทำให้ตำแหน่งว่างเพื่อรองรับการกลับของผม เพื่อนคนนี้มีอะไรที่หลายคนในสมัยนั้นอาจคิดไม่ถึง หลังจากการเจรจากันไม่ถึง 5 นาทีก็มีนายตำรวจระดับสารวัตรท่านหนึ่งทำบันทึกสมัครใจลาออก

บทบาทพี่สล้างที่สร้างความประทับใจ ผมนึกไม่ถึงว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ทันทีที่มีตำแหน่งว่างลงผู้บัญชาการหน่วยงานที่ว่างเสนอชื่อนายตำรวจซึ่งเป็นลูกหลานแทนตำแหน่งที่ว่างทันที เอาละซีเรื่องยื่นกลับเข้ารับราชการของผมยังไม่ได้นำเข้าวาระการประชุม ก.ตร.

ปรึกษากับประจักษ์ศิลป์ว่า มีคนเดียวที่จะช่วยได้คือ พี่สล้าง สองทุ่มกว่าโทรคุยกับพี่สล้าง “อังกูร มารับพี่ที่บ้านเดี๋ยวนี้”

ผมกับประจักษ์ศิลป์รับพี่สล้างบุกถึงบ้านผู้บัญชาการสอบสวนกลางในขณะนั้น กดออดเสียงดังสนั่นสักพักหนึ่งผู้บัญชาการในชุดนอนก็ออกมา ยืนพูดกับตรงประตูบ้านโต้ตอบกันหลายประโยค เสียงพี่สล้างที่ยังก้องในหัว

“ถ้าพี่ทำแบบนี้ก็ต้องโกรธกัน”

แล้วเราก็พากันกลับ จากการติดตามเรื่องพบว่าผู้บัญชาการท่านนั้นได้ยับยั้งการเสนอชื่อแต่งตั้ง จึงมีตำแหน่งสารวัตรให้ผมเข้าเสียบ นี่แหละที่ผมบอกว่า “พี่สล้างใจร้อน ต้องทันที ช่วยใครช่วยจริง”

ยังมีอีกตอนผมเข้าเรียนในหลักสูตรผู้กำกับการในช่วงที่พี่สล้างเป็นผู้บัญชาการศึกษา ก่อนจบหลักสูตรถึงวาระการแต่งตั้งพอดี ตำรวจทุกคนทราบดีว่าการขึ้นสู่ตำแหน่งหลัก ผู้กำกับการ ผู้บังคับการ เป็นเรื่องยากมาก คนมากตำแหน่งมีน้อย วันหนึ่งขณะที่กำลังเรียนอยู่ในหลักสูตร พี่สล้างตามตัวแล้วพาไปที่กองบินตำรวจ นั่ง ฮ.ไปลงที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ช่วงนั้นผู้ทำบัญชีการแต่งตั้งอยู่ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

พี่สล้างบอกกับผู้ทำบัญชีว่า “พี่ต้องการอังกูรเป็นผู้กำกับปกครองที่สถาบันพัฒนาข้าราชการตำรวจ”

ต่อมา ตร.ก็มีคำสั่งแต่งตั้งผมเป็นผู้กำกับตามความต้องการของพี่สล้าง อย่างนี้จะไม่ให้ผมรักพี่ได้ยังไง

วันเกิดของท่านจะมีการจัดงานที่บ้าน ลูกน้องคนที่รักใคร่มากันมากมาย พี่สล้างก็ไม่ลืมที่จะโทรหาผม “เฮ้ยอังกูร มาร้องเพลง Elvis ให้พี่หน่อย เอาชุด Elvis มาด้วยนะ”

ผมไม่เคยพลาดงานวันเกิดของท่าน

แต่แล้ววันหนึ่งข่าวที่ไม่คาดฝันก็โผล่ขึ้นมาทาง Line พี่สล้างโดดตึกห้างดังฆ่าตัวตาย เช็กข่าวกันให้วุ่น  ไม่ช้าโทรทัศน์ทุกช่องก็แพร่ภาพ เห็นท่าทางการเดินของพี่แล้วจำได้ ตัดสินใจแน่วแน่อย่างไม่ลังเล ใจพี่เด็ดจริงๆ ใครจะวิพากษ์ วิจารณ์พี่สล้างอย่างไรก็ตาม แต่สำหรับผมพี่สล้างรักลูกน้อง ช่วยใครช่วยจริง ไม่หวังสิ่งตอบแทน

ขอให้พี่สู่สุคติ ณ สัมปรายภพ ครับ