นื้อคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน  เป็นวลีที่ใช้ย้อมใจของชีวิตคู่  ไม่ว่าจะสมหวังหรือไม่สมหวังก็สามารถใช้ได้  ถ้าจะศึกษาชีวิตของแต่ละคู่ที่อยู่กินด้วยกันล้วนแต่มีที่มาที่ไปโลดโผนโจนทะยาน  ญาติผู้ใหญ่จัดให้บ้าง  ตกกะไดพลอยโจน เพราะสนุกเพลินจนท้องบ้าง  หลากหลายเหตุแต่ละคู่ไม่ซ้ำกัน  จำใจแต่งเพราะกลัวขึ้นคานก็มี  คนที่จับคู่ให้คนอื่นได้แต่งงานห รืออยู่กินด้วยกันได้บุญกุศลแรง  เห็นมาหลายคู่แล้ว  ตอนแรก ๆโกรธญาติผู้ใหญ่บังคับให้แต่ง เจ้าตัวไม่ชอบ  แต่พออยู่ด้วยกันไปมีลูกมีเต้าต้องขอบคุณญาติที่สายตากว้างไกล  ทำนอง “เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน” มีสมบัติด้วยกันทั้งคู่ “เงินทองไม่รั่วไหล” บางคนเป็น “หนูตกถังข้าวสาร”คือมาแต่ตัว แต่งแล้วเป็นเศรษฐีไปเลย  บางคนบูชารักเป็นใหญ่ทนกัดก้อนเกลือกิน หาเองผู้ใหญ่อย่ายุ่ง  กลุ่มนี้เหนื่อยหน่อย สมัยนี้ไม่มีใครกินเกลือกันแล้ว  ทุกอย่างไม่แน่นอน  บางคู่เห็นจัดงานแต่งใหญ่โตโก้หรูไม่ทันข้ามปีหย่ากันแล้ว อ้างว่าไม่ใช่เนื้อคู่  เป็นเรื่องที่น่าศึกษา  สำหรับตัวผมเองก็เคยทำหน้าที่ให้คนเขามีความสุข ได้อยู่กินด้วยกันทั้งโดยตั้งใจ และไม่ได้ตั้งใจ  ไม่รู้ว่าเป็นบุญหรือบาป

สมัยหนุ่ม ๆมีงานปาร์ตี้ของนักเรียนเก่าแห่งหนึ่ง  ใครมีเพื่อนชาวเพื่อน ใครมีญาติชวนญาติไปร่วม  พองานเลิกขี้เกียจตระเวนรถส่งบ้านมันง่วง  ฝากญาติผู้หญิงไปกับเพื่อน  ไว้ใจเพื่อนเพราะเห็นมีครอบครัวแล้ว ส่วนญาติผมยังเป็นสาวโสด  จากนั้นไม่ได้ติดต่อกับญาติอีกเลยแต่กับเพื่อนผู้นี้ก็ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ  ก็เห็นปกติธรรมดา  หลังจากนั้นเกือบ 20 ปีจึงได้ทราบว่าเพื่อนผมแอบไปอยู่กินกับญาติของผมแบบลับ ๆ  เหตุที่ทราบก็เพราะภรรยาหลวงของเพื่อนผมจะมาเอาผมตาย  หาว่าผมเป็นต้นเหตุ (ซวยละกู)

เรื่องที่สอง เรื่องนี้เกือบจะฆ่ากัน  ก็คล้าย ๆกับเรื่องแรก  มีการสังสรรค์กัน เพื่อนผมพากิ๊กสาวสวยไป  ก่อนงานเลิกภรรยาตัวจริงของเพื่อนผมมา  เพื่อนผมเลยต้องกลับบ้านกับภรรยา  ฝากกิ๊กไปกับเพื่อนอีกคน  ได้เรื่องเลย  รุ่งขึ้นได้รับโทรศัพท์แต่เช้า  ได้ความว่าเพื่อนคนที่รับกิ๊กไปส่งดันพาเข้าโรงแรมม่านรูดเสียฉิบ  ผมต้องไปเป็นกรรมการเคลียร์  ลงเอยด้วยดี  ฝ่ายหนึ่งเมาไม่รู้เรื่องพอมีสาวสวยนั่งรถด้วยสันดานมันเคยชินเลี้ยวเข้าโรงแรมเลย  หายเมาแล้วไม่รู้ว่าทำอะไรลงไปบ้าง  ส่วนอีกฝ่ายขืนเอะอะภรรยาตัวจริงรู้จะบ้านแตก

พอได้บทเรียนแล้วนะครับ  ไปงานสังสรรค์กินเหล้าเมายาถ้าโสดควรไปตัวคนเดียว  ไปหาเพื่อนเอาข้างหน้า  ถ้ามีญาติสาว ๆไปด้วยต้องส่งกลับบ้านด้วยตนเอง อย่าฝากไปกับคนอื่นเด็ดขาด

มีอีกเรื่องไม่รู้ว่าเป็นบุญหรือบาป  สมัยที่ผมยังรับราชการอยู่ที่ บก.น.4  สถานีโทรทัศน์ ITVโด่งดังมากเรื่องเจาะข่าวเปิดโปงพวกทุจริต  ทีมงานใช้กล้อง “รูเข็ม”แอบบันทึกภาพแล้วนำไปออกอากาศแฉ  พอแพร่ภาพออกไปตำรวจก็เดือดร้อนฐานปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ไงต้องไปจัดการ  ตำรวจบางคนถูกย้ายเพราะโดนเปิดโปงเรื่องบ่อน  เรื่องส่วย  กล้องรูเข็มที่ว่านี้ ผมหมายถึงกล้องถ่ายภาพขนาดเล็กจิ๋วไร้สายที่แอบนำติดตัวหรือเสื้อผ้าสิ่งของ  เข้าไปถ่ายแล้วส่งภาพไปยังเครื่องบันทึก  ทีมงานคนที่ติดกล้องจะต้องเป็นคนกล้า  มีจิตใจที่เข้มแข็งมีความแนบเนียนและปฏิภาณไหวพริบ  สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้  จะต้องแฝงตัวเข้าไปอยู่ในกลุ่มมิจฉาชีพผิดกฎหมาย  ถ้าถูกจับได้เจ็บตัวแน่

เมื่อ ITV ได้รับคำร้องเรียน  เรื่องที่เป็นภัยต่อสังคม  เรื่องที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่ถูกต้อง  จะส่งทีมงานออกไปหาข้อมูลแล้วเผยแพร่ให้สาธารณะทราบ  มีเรื่องร้องเรียนหลายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนักบวช  ขอหยิบยกมาหนึ่งเรื่องที่ผมได้มีส่วนช่วยให้งานสำเร็จ  มีนักบวชวัดดังแห่งหนึ่งอยู่แถวๆราชวัตร  กทม.  นักบวชผู้นี้เป็นนักพยากรณ์  ดูหมอ  ดูดวง  ดูโหงวเฮ้ง  และมีของขลังทางเมตตามหานิยม

เป็นเรื่องแปลกที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง  ลูกค้าชายไม่ค่อยมี  ไม่ทราบเหมือนกันว่า นักบวชมีอะไรดีผู้หญิงจึงชอบ  มีสุภาพสตรีผู้หนึ่งไปให้นักบวชรูปนี้พยากรณ์ดวงชะตา  มีการเสริมดวงด้วย  ทำไปทำมาต้องเสียตัวให้กับนักบวช  เธอเฝ้าติดตามพฤติการณ์พบว่า  ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเสียตัวให้กับนักบวช  รายที่ไปร้อง ITV   เป็นญาติๆกับทีมงาน “เจาะข่าวด้วยกล้องรูเข็ม”   นักบวชผู้นี้เป็นภัยต่อสังคม และทำให้ศาสนามัวหมอง  จึงมีการวางแผนเพื่อจะเปิดโปงพฤติการณ์

ครั้งแรกทีมงาน ITV จัดการกันเองแต่ไม่สำเร็จ   โดยใช้หญิงหน้าตาและหุ่นดี  เข้าไปหานักบวชที่วัดเพื่อผูกดวงสะเดาะเคราะห์  แล้วหาทางบันทึกภาพด้วยกล้องรูเข็ม(วิธีการนี้ภาษาตำรวจเรียกว่า “ล่อซื้อ”)  ในการปฏิบัติการครั้งแรกไม่สามารถติดกล้องรูเข็มไปกับตัวหญิงที่เข้า “ล่อซื้อ”ได้เพราะจะต้องมีการเปลื้องผ้า   จึงต้องมีทีมงานอีกชุด   ติดกล้องรูเข็มตามไปเพื่อบันทึกภาพ  หญิงที่ส่งเข้าไป “ล่อซื้อ” เกือบเสียท่านักบวช   คือพอถึงตอนที่จะทำเมตาตามหานิยมนักบวชเรียกเข้าไปห้องชั้นในแบบตัวต่อตัว  (ห้องที่พักนักบวชมี  2  ห้อง  ชั้นนอกกับชั้นใน)  ผู้ติดตามคอยอยู่ข้างนอกเข้าไปไม่ได้   การ “ล่อซื้อ”ครั้งแรกต้องเลิกล้ม  หญิงล่อซื้อกลัวไม่ยอมทำงาน  ไม่ให้รายละเอียด  เพียงบอกว่า ขืนให้ทำต่อไปต้องเสร็จนักบวชแน่ๆ  นักบวชผู้นี้รูปร่างสูงใหญ่  สมาร์ทรูปหล่อ  พูดจาอ่อนหวาน  มีเสน่ห์  สีกาที่ไปสัมผัสมักจะติดอกติดใจ

ทีมงานกล้องรูเข็มไปปรึกษาผม  ให้ช่วยหาผู้หญิง “ล่อซื้อ”ที่เก่งๆใจถึงๆให้หน่อย  ที่สำคัญต้องหุ่นดี  หน้าตาสวย   ผมก็มีทีมงานสรรหาเหมือนกัน  ทีมงานผมเสนอคุณต้อย สาวใหญ่วัย  30  เศษ  โสด สวย หุ่นดีใครเห็นเป็นต้องมองเหลียวหลัง  คุณต้อยมีความชำนาญในการ “ล่อตะเข้”  ทีมงานได้เห็นคุณต้อยก็ตกลงทันที  การแสดงครั้งนี้คุณต้อยได้ค่าตัวด้วย

ฉากแรกเริ่มที่ห้องพักของนักบวช  ทีมงานเลือกเวลาช่วงบ่ายให้คุณต้อยเข้าไปหาข้อมูลเพื่อวางกล้อง  วันนั้นมีลูกค้าไม่มากนักคุณต้อยเข้าไปรอคิวเหมือนกับคนอื่นๆ  พอถึงคิวคุณต้อยถูกเรียกเข้าไปทำพิธีในห้องชั้นใน  ห้องชั้นนอกกับห้องชั้นในมีประตูมีกลอน  เมื่อทำพิธีจะล็อกกลอน   คุณต้อยเข้าไปพักก็ออกมา

ทีมงานเอาข้อมูลจากคุณต้อยไปวิเคราะห์เพื่อหาทางถ่ายภาพด้วยกล้องรูเข็ม  เธอบอกว่า  ถ้าเป็นที่พักของนักบวชไม่มีทางทำได้  ไม่รู้ว่าจะเอากล้องไปติดตั้งตรงไหน  ติดตัวเข้าไปไม่ได้แน่เพราะจะต้องเปลื้องผ้า  ถ้ามีอุปกรณ์ หรือชิ้นส่วนใดๆติดตัวไปนักบวชจะมองเห็น  คุณต้อยมีฝีมือในการเอาตัวรอด  ไม่มีทางที่จะเสียตัวนักบวชง่ายๆ   เธอบอกว่า  เป็นเรื่องของความสมัครใจ   สาวที่ต้องเสียตัวน่าจะยินยอม   นักบวชเป็นคนคารมดีและมีเงิน  การทำเสน่ห์หรือเมตตามหานิยมก็ต้องมีการเสกเป่าที่ของลับของสงวนเป็นธรรมดา   อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องเสื่อมเสียนักบวชจะอยู่ลำพังกับสีกาในที่ลับไม่ได้   ผิดข้อบัญญัติของสงฆ์

งานนี้ไม่รู้ว่าใครหลอกใคร  นักบวชถูกเธออ่อยเหยื่อจนติดใจ  โทรหาเธอบ่อยครั้ง  คุณต้อยกับทีมงาน ITV ตกลงวางแผน  ใช้โรงแรมม่านรูดเป็นสถานที่ถ่ายทำ  โดยมีการตั้งกล้องรูเข็มไว้ที่ห้องข้างเคียงกับห้องปฏิบัติการ  เจ้าของโรมแรมม่านรูดให้ความสะดวก  แผนเกือบไม่สำเร็จ เพราะนักบวชระวังตัว  จะไม่ไปมั่วกับใครนอกสถานที่  แต่ทนเสน่ห์ของสาวนางนี้ไม่ไหวจำต้องยอมเข้าโรงแรมม่านรูด  ผลที่สุดนักบวชผู้นี้ก็ต้องถูกจับสึก  ผิดวินัย ต้องอาบัติ “ปาราชิก”  สึกแล้วบวชอีกไม่ได้  เรื่องคดีทางโลกไม่มีเพราะเป็นการสมยอม  ส่วนเรื่องที่นักบวชกับสีกาต้อยมั่วกันอย่างไรบ้าง  อย่าไปรู้เลย  เพราะผมไม่ใช่นักเขียนเรื่องลามก

หลายปีผ่านไปได้เจอคุณต้อยอีก  ฐานะความเป็นอยู่ของเธอเปลี่ยนไป  ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  สืบเสาะมาได้ความว่าอยู่กินกับนักบวชอย่างเป็นเรื่องเป็นราว  เป็นครอบครัวที่มีความสุขครอบครัวหนึ่ง  รักกันยืดยาวจนถึงทุกวันนี้

ความสุขของคนคู่นี้ผมมีส่วนช่วยทำให้มันเกิดขึ้น  ไม่รู้ว่าเป็นบุญหรือบาป  แต่ผมก็มีความสุขใจ นึกถึงเรื่องนี้ทีไร ต้องอมยิ้มแล้วฮัมเพลง “บุพเพสันนิวาส” ของอาจารย์เอื้อ สุนทรสนานไปด้วย