รับนโยบายขับเคลื่อนงานสมาคมแม่บ้านตำรวจ
“คุณมิ้นท์” รงรอง ภูริเดช ประธานชมรมแม่บ้านสอบสวนกลาง ภริยา พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 50 ร่วมกับสามีร่วมทำ โครงการปั้นดาว “Mission to the star” ส่งเสริมเยาวชนผู้มีความสามารถ มีความโดดเด่น และเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ ตลอดจนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เพื่อเป็นการสนับสนุนบุตรข้าราชการตำรวจที่ได้รับการคัดเลือก ให้สามารถพัฒนาศักยภาพจนเป็นที่ยอมรับทั้งในระดับชาติและนานาชาติมากขึ้น
เธอเล่าถึงจุดเริ่มต้นโครงการปั้นดาวว่า มาจากการที่สมาคมแม่บ้านตำรวจจัดโครงการมอบทุนให้บุตรข้าราชการตำรวจเป็นประจำทุกปี มีการจำแนกออกเป็น 7 ประเภททุน หนึ่งในจำนวนนั้น คือ ทุนโครงการส่งเสริมเยาวชนผู้มีความสามารถพิเศษ ทั้งหมด 12 ทุน ในปี พ.ศ.2564 แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ วิชาการ ดนตรี กีฬา คุณธรรมและจริยธรรม ปรากฏว่า คุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เล็งเห็นความสามารถของเด็กเยาวชนกลุ่มนี้ ทำให้มีแนวคิดอยากต่อยอดพัฒนาศักยภาพเด็กๆกลุ่มนี้ต่อเนื่อง ก่อนมอบหมายให้ชมรมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลางจัดทำโครงการขึ้นมา
“เราเริ่มมีการตั้งชื่อโครงการ ปรึกษาหารือกันจนได้ชื่อ โครงการปั้นดาว หรือ Mission to the star ตรงกับวัตถุประสงค์ของโครงการ ที่มุ่งเน้นการให้โอกาส เพิ่มทักษะให้กับเยาวชนได้พัฒนาศักยภาพและทำตามความฝัน ทั้งนี้ทางคณะกรรมการจะมีการพิจารณาคัดเลือกจากลูกข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ส่งคลิปและโปรไฟล์แสดงศักยภาพ ความสามารถพิเศษ ส่งเข้ามาให้เราเลือก จนผ่านการคัดเลือกมาทั้งหมด 6 คน” คุณรงรอง กล่าว
สำหรับเยาวชนที่ผ่านเข้าโครงการปั้นดาวประกอบด้วย น.ส.ฉัตรพร พวงมาลัย ผู้มีความสามารถด้านการใช้เครื่องดนตรีประเภททรัมเป็ต ได้รับรางวัลชนะเลิศบทเพลงรักแห่งแผ่นดิน ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทางสมาคมแม่บ้านตำรวจได้ส่งเสริมความสามารถโดยการจัดหาผู้ฝึกสอนทรัมเป็ต เพื่อเพิ่มทักษะและศักยภาพทางดนตรีให้พัฒนายิ่งขึ้นไป และประสานค่ายเพลง Loveis สนับสนุนเครื่องเป่าทรัมเป็ต

ด.ช.เมธี ปู่หลังก่ำ ชนะเลิศการประกวดวงโยธวาทิต มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้จัดหาผู้ฝึกสอนที่มีความรู้ความชำนาญเรื่องกลองชุด คือ มือกลองศิลปินวงลิปตามาฝึกสอนให้ น.ส.พัชรพร จันทร์งูเหลือม นักกีฬาเหรียญทอง Thailand best Wakeboarder กีฬาซีเกมส์ 2019 ครั้งที่ 30 ต่อมาได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซ้อม สมาคมแม่บ้านตำรวจได้ดำเนินการติดต่อประสานงานแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าเข่าจากโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อช่วยเหลือในการผ่าตัดและการฟื้นตัวจากการอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น และประสานมูลนิธิศรีสวัสดิ์สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการฝึกซ้อม
นายพีรภัทร อินทร์ท่าฉาง นักกีตาร์และร้องนำในวงดนตรีเพื่อหารายได้ช่วยสร้างรั้วโรงเรียน นอกจากนี้ยังร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อช่วยเหลือสังคม ทางสมาคมแม่บ้านตำรวจได้สนับสนุนค่าเล่าเรียนบางส่วน นายสรวิศิษฏ์ สายกระสุนต์ นักกีฬาทีมจักรยานตำรวจ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ TCASPRINT การแข่งขันกีฬาประเภทลู่ ชิงแชมป์ประเทศไทย สมาคมแม่บ้านตำรวจได้สนับสนุนอุปกรณ์จักรยานสำหรับการฝึกซ้อมและแข่งขัน เพื่อเพิ่มทักษะให้มีความพร้อมในการแข่งขันต่อไป ด.ช.ภูรินทร์ คุ้มเคี่ยม ผู้ได้รับรางวัลเหรียญทองการแข่งขันวิชาการระดับนานาชาติ สาขาวิทยาศาสตร์ ทางสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้ประสานมูลนิธิศรีสวัสดิ์สนับสนันค่าเทอมจนกว่าจะจบการศึกษาชั้นมัธยมปลาบ
คุณมิ้นท์ พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิรภพ ผู้เป็นสามี ได้เป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุน โครงการปั้นดาว ของสมาคมแม่บ้านตำรวจมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกและพิจารณาบุตรข้าราชการตำรวจที่มีความสามารถพิเศษจากทั่วประเทศ รวมถึงการส่งเสริมให้เยาวชนได้พัฒนาความสามารถ เพิ่มศักยภาพและทักษะในด้านต่างๆตามความถนัดจากครูอาจารย์ที่มีความสามารถ ตามที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้ให้แนวทางไว้
เมื่อถามถึงความรู้สึกในฐานะหัวเรือใหญ่ของชมรมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลาง เจ้าตัวถ่ายทอดความรู้สึกออกมาพร้อมรอยยิ้มว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสสนับสนุนเยาวชนบุตรหลานข้าราชการตำรวจที่มีความสามารถ เเละภูมิใจที่ได้มีโอกาสมาทำหน้าที่สานต่อโครงการของสมาคมแม่บ้านตำรวจ เธอมองว่า นอกจากเยาวชนจะเกิดความภาคภูมิใจในตัวเองที่ได้แสดงผลงานผ่านศักยภาพแล้ว ยังเสมือนการส่งต่อแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้อีกด้วย
ในส่วนของครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นข้าราชการตำรวจย่อมมีความปลื้มปีติที่บุตรหลานมีความสามารถและได้รับการส่งเสริมให้พัฒนาความสามารถยิ่งๆขึ้นไป “ส่วนตัวเชื่อว่าสถาบันครอบครัวนั้นเป็นสถาบันพื้นฐานที่มีความสำคัญ เป็นรากฐานของการพัฒนาคนและสังคม หากครอบครัวมีความสุข บุตรหลานเป็นเด็กดี มีความสามารถ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาตัวเอง ย่อมส่งผลดีต่อการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนของพ่อแม่ซึ่งเป็นข้าราชตำรวจด้วยเช่นกัน”
ถามว่า พล.ต.ท.จิรภพ ผู้เป็นสามี มีแนวทางอย่างไรกับงานของชมรมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลาง คุณมิ้นท์ บอกว่า แท้จริงเเล้ว สามีให้ตนเป็นผู้พิจารณาและตัดสินใจตามความเหมาะสม เเต่สิ่งหนึ่งที่เขาจะเน้นย้ำ ก็คือ เรื่องความสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับกำลังพลในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนเยาวชนที่มีความรู้ ความสามารถ เชื่อว่าการพัฒนาเยาวชน และการศึกษานั้นเป็นสิ่งสำคัญ การสนับสนุน ส่งเสริมเยาวชนที่มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม ให้เป็นคนเก่งและคนดี ถือเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญทั้งต่อตัวเยาวชนเอง ครอบครัว รวมทั้งประเทศชาติ
เจ้าตัวมองว่า ดังนั้นการมีโอกาสได้สนับสนุนเยาวชนให้ได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ เป็นการสร้างอนาคตของชาติในอีกทางหนึ่ง ส่วนนี้ เธอและสามีเห็นตรงกัน มีความตั้งใจที่จะสนับสนุนโครงการดังกล่าวอย่างเต็มที่ ควบคู่ไปกับการดำเนินตามนโยบายสมาคมแม่บ้านตำรวจ ในการจัดกิจกรรมที่มุ่งเน้นการพัฒนาสังคมและประโยชน์ส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมจิตอาสา โครงการสร้างเสริมเพิ่มรายได้ให้กับข้าราชการตำรวจและชุมชน
เมื่อถามถึงบทบาทในชีวิตครอบครัวตำรวจของคุณมิ้นท์ เธอย้ำอย่างหนักเเน่นว่า ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน พูดคุยกัน ปรึกษากัน ปรับความเข้าใจกัน เพราะเธอมองว่า 3 หลักนี้ คือสิ่งสำคัญจะทำให้ชีวิตคู่มีความราบรื่น ด้วยเหตุผลที่ว่า เธอเห็นมาตลอดชีวิตการแต่งงานว่า พล.ต.ท.จิรภพ ผู้เป็นสามีเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมาก เเละตลอดเวลาราชการเขาก็ทำงานหนักเสมอ เธอพยายามไม่เพิ่มภาระ หรือความเป็นห่วงกังวลให้กับเขาอีก เเต่จะคอยให้การสนับสนุนการทำงานของสามี ผ่านการทำงานในบทบาทของประธานชมรมสมาคมแม่บ้านตำรวจสอบสวนกลาง ตรงไหนที่สามารถช่วยเหลือ หรือทำได้ เราก็จะไม่ลังเล เเละเข้าไปสนับสนุนในทุกๆกิจกรรม
เธอเล่าหนึ่งในเหตุการณ์ อย่างวิกฤติน้ำท่วมช่วงเดือนตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ได้ร่วมกับ สามีเดินทางไปแจกถุงยังชีพเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี เป็นการทำหน้าที่จิตอาสาที่เธอรู้สึกเต็มที่มากๆ เพราะวิกฤติในครั้งนั้น เห็นชัดเจนว่าประชาชนหลายครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน เธออยากเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน
เมื่อขอให้คุณมิ้นท์ เล่าถึงความประทับใจใน พล.ต.ท.จิรภพ เธอยิ้มพร้อมย้อนวันวานที่ได้รู้จักกับสามี เมื่อครั้งยังเป็นนายตำรวจหนุ่มอยู่สังกัดตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ส่วนตัวเอง เพิ่งจบปริญญาโทจาก University of Warwick ประเทศอังกฤษว่า ตั้งเเต่รู้จักกันมา เขาเป็นคนที่มีความอบอุ่น เรียบง่าย เสมอต้นเสมอปลายเสมอ เเละตอนนี้ ในฐานะพ่อของลูก เรียกได้เขามีความเป็นแฟมมิลี่แมนสูงมาก นอกจากจะมีความจริงจังและทุ่มเทในการทำงานแล้ว ยังมีความรักลูก รักครอบครัว หลังจากแต่งงาน ได้มีพยานรักเป็นลูกสาวตัวน้อย 2 คน คือ น้องณิฌา ภูริเดช วัย 9 ขวบ กับน้องณิษา ภูริเดช วัย 7 ขวบ
“ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องชีวิตคู่ก็ไม่ได้มีความรู้สึกกดดันแต่อย่างใด กลับมีความสุข และยินดีมากๆที่สามีมีความตั้งใจ ทุ่มเทกับการทำงานเพื่อประชาชน เห็นได้จากผลงานที่ผ่านๆมา มิ้นท์เเละเขาจะมีการพูดคุยกันเสมอว่าขอให้เขาทำหน้าที่ให้ดีที่สุด หากประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือครอบครัวตำรวจเองก็ตามได้รับความเดือดร้อน หรือประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเรื่องใหญ่ มิ้นท์ยินดีที่จะเป็นกำลังสนับสนุนช่วยเหลือเสมอ มิ้นท์อยากให้เขาทำงานอย่างมีความสุข มิ้นท์เองก็จะอยู่ข้างๆเเละคอยซัพพอร์ตเเบบนี้ไปตลอด” คุณมิ้นท์ -รงรอง ภูริเดช ภริยาผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางทิ้งท้าย

