พิราบสาวสายข่าวอาชญากรรม บินสู่เส้นทางเปิดโปงขบวนการคอร์รัปชันใน “คอลัมน์หมายเลข 7 ต้านทุจริต ตามติดกลโกง”  ช่อง 7 สี ทีวีดิจิทัล 35

 “โอ๋” อุทุมพร สุขวงกฏ เคยได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจากเพจ “สื่อมวลชนคนข่าว …หล่อสวยไม่แพ้ใครไฉไลกว่า” ไม่ใช่หน้าตา แต่มาด้วยความสามารถ หลังเรียนจบมัธยมโรงเรียนบางกะปิ ไปต่อคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม และปริญญาโท นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม

 “โอ๋ไม่มีความคิดอยากเป็นนักข่าวมาก่อนเลย” เจ้าตัวสารภาพ ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย มีครูแถวบ้านชวนไปหารายได้พิเศษ เป็นกรรมการประจำคูหาเลือกตั้ง เห็นการทำงานของนักข่าวที่มาเกาะติดสถานการณ์การเลือกตั้ง เรียกได้ว่า เฝ้ากันหามรุ่งหามค่ำ รู้สึกว่าอาชีพนี้น่าจะท้าทายดี

ช่วงฝึกงานที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 ถือเป็นบททดสอบว่า เธอชอบอาชีพนี้จริงไหม ลองไปทุกหน้าที่ตั้งแต่จัดเก็บข้อมูลข่าวจนถึงวันได้ฝึกภาคสนามก็ลองไปทุกสาย ประทับใจที่สุด คือ สายข่าวอาชญากรรม ชีวิตแต่ละวันไม่สามารถกะเกณฑ์ได้ว่าจะเจออะไร ด้วยความที่นักศึกษาฝึกงานมีเยอะ เธอต้องมานั่งรอหน้าบันไดทุกเช้า คอยดูพี่ฝึกงานว่า จะออกไปตอนไหนเพื่อขอไปด้วย

อุทุมพรเล่าว่า พี่ที่ฝึกงานสายอาชญากรรมคนแรก คือ เต้-ยศวัฒน์ พงษ์ประภาส ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวการเมือง ช่อง 5 หลังฝึกงานเสร็จได้ทำงานที่ช่อง 11 เลยทำงานมา 2 ปี ก็มาสมัครช่อง 7 และได้เป็นผู้สื่อข่าวสายอาชญากรรม

นักข่าวสาวบอกว่า ที่ช่อง 7 สอนให้เราเรียนรู้อะไรหลายอย่าง ต้องไปประจำศูนย์ข่าวภูมิภาคทั่วประเทศ  มีหน้าที่ทั้งเป็นผู้สื่อข่าว และดูแลศูนย์ข่าว คิดประเด็นให้ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ ต้องทำทุกเรื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หมุนสลับกันไปเดือนเว้นเดือน มีเชียงใหม่ ระยอง หาดใหญ่  และภูเก็ต

ประสบการณ์ครั้งหนึ่งตอนประจำศูนย์ข่าวหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อุทุมพรจำไม่ลืมว่า เกิดเหตุลอบวางระเบิดหลายจุดกลางเมืองหาดใหญ่ ด้วยวิญญาณงานข่าวที่อยู่ในสายเลือด พอได้ยินเสียงระเบิดดัง ไม่มีใครต้องบอกกัน ต่างคนต่างหยิบอุปกรณ์ วิ่งไปหาต้นเสียง ศูนย์ข่าวเราอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุระเบิดมาก ระหว่างที่เราวิ่งเข้า แต่คนอื่นวิ่งออก ที่วิ่งไม่ได้ก็เพราะบาดเจ็บ ตลอดสองข้างทางจะเห็นแต่คนร้องโอดโอย

แม้จะเป็นนักข่าวสายอาชญากรรมกว่า 10 ปี เธอยอมรับว่า ยังมีอะไรให้เรียนรู้ทุกวัน ไม่สิ้นสุด  และยังรักงานข่าวอาชญากรรมอยู่ แต่เมื่อมีโอกาสได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ จึงไม่ปฏิเสธที่จะย้ายมาทำคอลัมน์หมายเลข 7 ต้านทุจริตตามติดกลโกง ถือว่าได้รับเกียรติมาก เพราะเป็นรายการต่อต้านคอร์รัปชั่นแบบเจาะลึกเข้มข้นรายการแรก ๆ ของวงการสื่อ มีคุณสมโภชน์ โตรักษา เป็นผู้ดำเนินรายการ คราวนี้แหละ ได้เรียนรู้สมใจ เหมือนไปตรวจไซต์งานก่อสร้าง เป็นความรู้ใหม่ทั้งหมด

“เราไม่ได้บอกว่าใครโกง เราให้ทุกหน่วยงานได้ชี้แจง และให้คนดูเป็นคนตัดสิน เป็นสิ่งที่โอ๋ยึดถือและปฏิบัติตามแนวทางการทำงานของคุณสมโภชน์ โตรักษา มาตลอด ส่วนใหญ่จะลงพื้นที่ไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เขาตรวจสอบละเอียดมาก ไม่ใช่แค่การจัดซื้อจัดจ้างโปร่งใสหรือไม่ แต่ยังมีบทบาทในการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินว่า ใช้ประโยชน์คุ้มค่าหรือเปล่า” 

เธอยกตัวอย่าง การก่อสร้างสนามกีฬา ใช้งานได้ไม่นานอาคารโรงยิมทรุด นั่นเพราะงานก่อสร้างไม่มีคุณภาพ หรือบางโครงการก่อสร้างเสร็จ ไม่เคยใช้ประโยชน์เลย เราจะไปตรวจสอบ เพื่อที่ว่างบประมาณที่ใช้ไปจะได้ไม่สูญเปล่า ประชาชนได้มีสนามกีฬาใช้ ส่วนโครงการต่างๆ เกิดขึ้นในยุคสมัยใคร สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจะไปไล่บี้หาผู้รับผิดชอบ

อุปสรรคในการทำงาน คนข่าวสาวสวยค่ายหมอชิตระบายว่า ย่อมมีอยู่แล้ว เพราะใครก็ไม่อยากให้สัมภาษณ์เรื่องแบบนี้ ไม่ต่างกับสมัยทำข่าวอาชญากรรม โดนด่า โดนไล่มาเยอะ แต่เราก็เลียบๆ เคียงๆ ถามต่อ อาศัยหน้าด้านเข้าไว้ เพื่อเข้าประเด็นของเรา ก่อนจะมาทำงานนี้ หลายคนถาม ไม่กลัวถูกฟ้องร้อง หรือข่มขู่หรือ เพราะมันเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลและผลประโยชน์

“โอ๋มองเรื่องนี้เป็นเรื่องรองนะ คิดแค่ว่า เราจะนำเสนอสิ่งที่เราลงพื้นที่ไปพบเจอมาอย่างไร ให้คนดูได้รู้ และเห็นเหมือนเรา เห็นถึงความตั้งใจของทุกหน่วยงานตรวจสอบที่ได้มีโอกาสร่วมงานด้วย” สาวดีกรีปริญญาโทอธิบายการทำงาน 

“ระบบอุปถัมภ์มันเกิดขึ้นในสังคมไทยมานาน เรามุ่งหวังว่า สิ่งที่คอลัมน์หมายเลข 7 นำเสนอจะทำให้สังคมไทยเกิดความเปลี่ยนแปลงในอนาคต” เธอทิ้งความในใจที่ท้าทายความสามารถ และเชิญชวนติดตามผลงานของทีมคอลัมน์หมายเลข7 ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ ช่วงข่าวภาคค่ำ