เรื่องของอาจารย์โต้ง

 

แว่บแรกที่ได้ยินข่าว “อาจารย์โต้ง” รศ.พ.ต.ท.กฤษณพงค์ พูตระกูล โดนสั่งเลิกจ้าง ไม่มีเงินชดเชย จากมหาวิทยาลัยรังสิต ทำให้ตกใจว่า ทำไมคนเก่งๆที่มีชื่อเสียงถึงโดนมหา’ลัย “ปลดฟ้าผ่า” 

พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บัญชาการศึกษานักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นพี่ระบายความเห็นว่า อาจารย์โต้งเป็นผู้ก่อตั้งคณะอาชญาวิทยาและบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิตและนักวิชาการด้านอาชญาวิทยาที่มีชื่อเสียง ปรากฏตามสื่อต่างๆ มานานจนสังคมคุ้นตา คุ้นหู คุ้นชื่อเป็นอย่างดี

เขาบอกว่า ส่วนตัวเป็น FC ของอาจารย์มาเนิ่นนาน เคยร่วมเวทีวิชาการด้วยกัน และอาจารย์เป็น นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นน้อง เรียนเก่ง ได้ปริญญาเอกถึง 2 ใบจากมหิดล และอเบอร์ดีน อังกฤษ

กล้าเดินออกจากกรอบราชการพ้น Safety Zone จนไปเติบโตในสายวิชาการ เป็นที่ปรึกษาด้านอาชญาวิทยา ให้องค์กรระหว่างประเทศที่มีชื่อเสียงอย่าง UNODC UNAIDS LEAHN แถมรับเชิญบรรยายและทำงานวิจัยระดับสากลอีกหลายประเทศ

จับประเด็นสาเหตุที่ถูกเลิกจ้างแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า เกิดจากการที่ท่านเป็นประธานกรรมการเข้าตรวจสอบ การรับจ้างขนขยะออกจากมหาวิทยาลัยรังสิตพบว่า มีการแอบแฝงขนดินออกนอกมหาวิทยาลัย ท่านเดินหน้าเพื่อเอาเรื่องผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนในการทุจริตในเรื่องนี้

ในขณะที่สังคม เกิด engagement เป็นกระแส เรื่องเปิดโปงการทุจริตในมหาวิทยาลัยรังสิต

“ท่ามกลางกระแส .. ผมก็อด “เอ๊ะ” ตามประสา แนวคิดแบบ ยวค หรือ แยกแยะ วิเคราะห์ คิด ไม่ได้”

มหาวิทยาลัยรังสิตเป็นมหาวิทยาลัยเอกชน ในร่มการบริหารของ บริษัท ประสิทธิ์รัตน์ จำกัด เป็นนิติบุคคลผู้รับใบอนุญาตของทบวงมหาวิทยาลัย เปลี่ยนประเภทสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ขึ้นเป็น มหาวิทยาลัยรังสิตมาตั้งแต่ 31 ก.ค. 2533

ไม่ใช่มหาวิทยาลัยใช้ภาษีของเราๆ ในการบริหารเหมือนมหาวิทยาลัยของรัฐที่เราควรจะเดือดร้อนหากพบการทุจริต

ดังนั้น “การแอบขนย้ายดิน” ถือเป็นทรัพย์สินของบริษัท “ออกไปโดยทุจริต”  เป็นเรื่องนิติบุคคล มหาวิทยาลัย หรือบริษัท ประสิทธิรัตน์ ในฐานะเจ้าของเองกลับไม่ได้ดูเดือดร้อนอะไร

แถมยังปลด “อาจารย์โต้ง” ในฐานะคนในองค์กร ที่กำลังรักษาผลประโยชน์ให้บริษัท ให้พ้นไปจากองค์กร ดูเหมือนเป็นการลงโทษด้วยการไม่จ่ายค่าชดเชยอีกด้วย

ทั้งๆที่ควรจะขอบใจ และให้รางวัลด้วยซ้ำที่อาจารย์พบการทุจริต

“พอๆ กับที่ผมพยายามทำความเข้าใจว่า การทุจริตเรื่องขนขยะในมหาวิทยาลัยเอกชน มันกระทบ Public โดยรวมอย่างไร ถึงขนาดที่มีสื่อโซเชียลหลายช่อง เชิญอาจารย์ไปเปิดโปงเรื่องนี้ ก่อนการถูกปลด” พล.ต.ต.เชิงรณวิเคราะห์

เทียบได้กับภัตตาคารที่เจ้าของปลดผู้จัดการออก เพราะจับได้ว่า บริษัทขนขยะที่ทำสัญญาไว้กับภัตตาคาร แอบขโมยตะหลิว กระทะ ในร้านออกไปด้วย  เจ้าของเลยลงโทษผู้จัดการที่จับความผิดได้

เป็นเรื่องภายในภัตตาคารที่ลูกค้าทั่วไปควรเดือดร้อนด้วยอย่างไร

ประเด็นนี้ รองผู้บัญชาการศึกษามองว่า พอเริ่มต้นแยกแยะแล้วยังหาเหตุผลมาอธิบายผลกระทบกับสังคมไม่ได้ “ยิ่งอาจารย์มายื่นหนังสือต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเอาเรื่องการทุจริตในมหาวิทยาลัย แทนที่จะเป็นเจ้าของ..ยิ่ง งง ใหญ่”

ทางกลับกัน มุมที่สังคมควรสนใจกว่า คือ การละเมิดสิทธิ “อาจารย์โต้ง” ในฐานะลูกจ้าง อย่างไม่เป็นธรรมจากนายจ้าง คือ บริษัทถือเป็นกรณีตัวอย่างแก่ลูกจ้างทั่วไป ในช่วงเศรษฐกิจผันผวนที่อาจโดนหาเรื่องเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม

ผิดตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (มาตรา 118, 119 และเรื่องการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม)

โดยเฉพาะการที่มหาวิทยาลัยรังสิตอ้างว่า การที่ “อาจารย์โต้ง” ให้ข้อมูลที่ทำให้สถาบันเสื่อมเสียชื่อเสียง ถือเป็นกรณีจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย ตามมาตรา 119 นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ชอบธรรมหรือไม่

“อาจารย์โต้ง”สามารถพิสูจน์ได้ว่าการกระทำของตนเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานตรวจสอบการลักลอบนำดินไปขาย (คดีอาญา) ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งหรือทำให้เสียหายโดยมิชอบ เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยคืน

“ประเด็นนี้ต่างหากที่สังคมควรสนใจ เพื่อใช้เป็นตัวอย่างทางคดีแรงงาน กรณีถูกเอาเปรียบด้านแรงงานที่ต้องติดตามต่อไป” พล.ต.ต.เชิงรณให้ความเห็น

แต่ที่แน่ๆคือ เสียดายแทนมหาวิทยาลัยรังสิตที่เสีย “นักวิชาการดีดี” อย่าง “อาจารย์โต้ง” ที่สร้างชื่อให้ มหาวิทยาลัยรังสิตมาเนิ่นนาน

หวังว่า “อาจารย์โต้ง” จะยังคงใช้ความรู้สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติและสังคมต่อไป

เป็นกำลังใจครับ

 

RELATED ARTICLES