วันที่ 10 มิถุนายน 2569 พล.ต.ท. ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต. ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต. พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม. และ พล.ต.ต. ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ. ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. นำกำลังเข้าควบคุมตัว นายอิกอร์ (นามสมมุติ) หรือ MR. NIKI SOKO… อายุ 20 ปี สัญชาติอิสราเอล ผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการอิสราเอล ในข้อหาฉ้อโกงและปลอมแปลงเอกสาร โดยจับกุมได้ที่บริเวณศูนย์บริการสารสนเทศ ณ อาคารไอทีสแควร์ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจากสำนักงานความมั่นคงสาธารณะอิสราเอล ได้ประสานความร่วมมือมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อขอให้ช่วยติดตามและผลักดันส่งกลับผู้ต้องหารายดังกล่าว ซึ่งนอกจากจะมีหมายจับในประเทศแล้ว องค์การตำรวจสากล (Interpol) ยังได้ออก “ประกาศสีเขียว” (Green Notice) เตือนภัยว่าบุคคลนี้เป็นผู้เคยกระทำความผิดที่มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคม และอาจก่อเหตุร้ายซ้ำอีก

จากการตรวจสอบฐานข้อมูลพบว่า นายอิกอร์ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยที่การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรยังไม่สิ้นสุด ทาง ผบก.สส.สตม. จึงได้อนุมัติให้เพิกถอนวีซ่าทันทีเนื่องจากเป็นบุคคลต้องห้าม พร้อมสั่งการให้ชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. แกะรอยไล่ล่า จนทราบเบาะแสว่า ผู้ต้องหาได้ควงแฟนสาวชาวยูเครนไปกบดานท่องเที่ยวอยู่ที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ก่อนจะเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาพักอาศัยอยู่ที่คอนโดมิเนียมหรูย่านราชพฤกษ์-เพชรเกษม แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายอิกอร์กำลังเดินทางมาที่อาคารไอทีสแควร์เพื่อยื่นคำร้องขออยู่ต่อในราชอาณาจักร จึงได้ประสานงานร่วมกับ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 (บก.ตม.1) เข้าตรวจสอบพื้นที่จนกระทั่งพบตัว ก่อนนำส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ทำบันทึกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (ตม.83) และควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อรอดำเนินการผลักดันส่งกลับไปรับโทษที่ประเทศอิสราเอลต่อไป

พล.ต.ท. ภาณุมาศ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบาย “มาตรการ 3 ไม่” ของ สตม. อย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย ไม่ให้เข้า สกัดกั้นตั้งแต่ต้นทางด้วยระบบคัดกรอง APPS (Advance Passenger Processing System) เพื่อปฏิเสธการเข้าเมืองของชาวต่างชาติที่มีหมายจับหรือติดแบล็กลิสต์
ไม่ให้อยู่ เพิกถอนวีซ่าและผลักดันชาวต่างชาติที่ทำผิดเงื่อนไข เช่น กลุ่มวีซ่านักเรียนทิพย์ หรือบุคคลไม่พึงประสงค์
ไม่ให้รอด ระดมกำลัง “เอ็กซเรย์พื้นที่” ตรวจสอบและกวาดล้างชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาก่ออาชญากรรมในประเทศไทยอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยให้แก่ประชาชน

