มีการพูดถึงกรณีการสุ่มตรวจราชการสถานีตำรวจในหลายพื้นที่ และมีพี่น้องตำรวจจำนวนไม่น้อยสะท้อนความรู้สึกผ่านสื่อสังคมออนไลน์
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเข้าใจความรู้สึกของพี่น้องตำรวจที่ต้องเข้าเวรตลอด 24 ชั่วโมง ต้องรับผิดชอบงานจำนวนมาก และต้องเผชิญข้อจำกัดหลายอย่างในการปฏิบัติหน้าที่
ในขณะเดียวกัน ได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนอยู่เป็นประจำ ทั้งเรื่องการติดต่อราชการแล้วไม่พบเจ้าหน้าที่ ความล่าช้าในการให้บริการ หรือความไม่พร้อมของสถานีตำรวจบางแห่ง
หน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องดูแลทั้งสองด้านไปพร้อมกัน
“การตรวจราชการไม่ใช่การจับผิดคนทำงาน แต่เป็นเครื่องมือในการค้นหาข้อเท็จจริง เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาได้รับรู้สภาพการปฏิบัติงานจริง และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาทั้งด้านกำลังพล งบประมาณ สถานที่ และระบบการทำงาน” พล.ต.ท.ไตรรงค์ยืนยัน
การตรวจราชการก็ไม่ใช่การมองหาความผิดเพียงอย่างเดียว
หากพบหน่วยงานใด ผู้บังคับบัญชาคนใด หรือเจ้าหน้าที่นายใด ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็ง รับผิดชอบ มีความพร้อมในการให้บริการประชาชน และเสียสละทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ สิ่งเหล่านี้ก็ควรได้รับการยกย่อง ชื่นชม
นำมาเป็นแบบอย่างให้กับหน่วยงานอื่นเช่นกัน
“เพราะในความเป็นจริง พี่น้องตำรวจส่วนใหญ่ของประเทศยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างหนักตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลความปลอดภัยและอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน”
เสียงสะท้อนจากพี่น้องตำรวจมีคุณค่า
เช่นเดียวกับเสียงสะท้อนจากประชาชนก็มีความสำคัญ
หน้าที่ของผู้บังคับบัญชา คือรับฟังทั้งสองฝ่าย และทำให้คนทำงานสามารถทำงานได้จริง ขณะที่ประชาชนก็ได้รับบริการที่ดีขึ้น
“ผมไม่ได้มองการตรวจราชการเป็นการจับผิด แต่มองว่าเป็นการมองเห็นความจริง และเมื่อเห็นความจริงแล้ว หน้าที่ของผู้บังคับบัญชา คือแก้ไขปัญหา สนับสนุนคนทำงาน และยกย่องผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ดีอย่างเป็นธรรม” รองจเรตำรวจแห่งชาติย้ำ
เราต้องดูแลประชาชน และดูแลพี่น้องตำรวจไปพร้อมกัน
เพราะตำรวจที่มีขวัญกำลังใจดี ย่อมสามารถดูแลประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

