าทำความรู้จักสาวน้อยน่ารัก มากประสบการณ์ทำงาน ของผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าว สถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ สถานีวิทยุจุฬาฯ (CU Radio 101.5 MHz)

“อ้อม”-อุษา เอี่ยมสุวรรณ ชาวกรุงเทพมหานคร เธอเป็นบุตรฝาแฝด คนพี่เป็นชาย มีบิดาเจ้าของวลีเด็ด “ระเบิดภูเขา เผากระท่อม” อย่าง ชัยอำพร เอี่ยมสุวรรณ หรือ อี๊ด เอฟเฟกต์ ผู้อยู่เบื้องหลังวงการเอฟเฟกต์บนจอทีวีกว่า 30 ปี เป็นครอบครัวที่อบอุ่นคอยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เป็นแรงผลักดันก้าวเดินอย่างมั่นคง

ถามถึงเรื่องรางวัลเธอยิ้มไม่หุบ เพราะกวาดรางวัลต่างๆนาๆนับไม่ถ้วน ยกตัวอย่างที่ประทับใจมากที่สุด  ได้แก่ นักเรียนดีเด่นด้านคุณธรรม จริยธรรมระดับประเทศ ของธนาคารออมสินร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ปี 2553 รางวัลเหรียญเงิน การแข่งขันภาพยนตร์เรื่องสั้น งานศิลปหัตกรรมนักเรียนระดับประเทศ ปี 2554  ตัวแทนประเทศไทย 1 ใน 12 ทีม เข้าร่วมการแข่งขันภาพยนตร์โฆษณา Michelin ประเทศฝรั่งเศส นักเรียนเขียนบทภาพยนตร์ โครงการปั้นน้ำเป็นเงิน 2 โดยกระทรวงวัฒนธรรมและมูลนิธิเกียรติ-เจริญ เอี่ยมพึ่งพร บริษัท ไฟว์สตาร์ จำกัด ถูกคัดเลือกให้เป็น Big Idia ที่น่าสนใจและพัฒนาบทภาพยนตร์ โดยปรัชญา ปิ่นแก้ว

เส้นทางการเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าวเริ่มมาจากขณะเรียนอยู่ชั้นมัธยม 1 โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม สายวิทย์-คณิต ห้องกิฟต์ (GIFTED) ครูจะคัดนักเรียนเข้าชมรมศูนย์ข่าวเยาวชนไทย ให้แนะนำตัวเองหน้าชั้นเรียน  เพื่อนๆมักจะถือกระดาษออกไปอ่าน หรือท่องจำ ส่วนเธอจัดเต็มเรื่องฟิลลิ่ง มีอายคอนแทคต่อผู้ฟัง ครูเห็นแววดึงเข้าชมรมและพาไปหาประสบการณ์ในสถานะการณ์จริงว่าการทำงานเป็นอย่างไร ไปสัมภาษณ์งานผู้ใหญ่คณะรัฐมนตรี ออกรายการใต้ร่มธงไทย ช่อง 7 ช่วงเช้า

พอฟังการสัมภาษณ์ต่างๆ อ้อมบอกว่า มักใช้ปากกาจดลงบนกระดาษ เป็นไปเองโดยอัตโนมัติ จากนั้นมีโอกาสอ่านข่าวช่องเคเบิล พีเอสไอ เป็นประจำ ทำให้ก่อเกิดความฝันครั้งใหญ่ คือ การได้อ่านข่าวพระราชสำนัก  ครูบอกว่า อนาคตต้องเป็นผู้สื่อข่าวอย่างแน่นอน แต่ขณะนั้น เรียนสายวิทย์-คณิต ไม่น่าจะเป็นไปได้

ช่วงมัธยมปลาย สาวคนเก่งกลายเป็นเด็กกิจกรรมและทำหนังสั้น เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเขียนบทละคร นึกอยากจะเป็นผู้กำกับหนัง อยากเรียนในสาขาภาพยนตร์ ก่อนสอบติดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี คณะเภสัชศาสตร์  ขณะเดียวกันได้ทุนเรียนฟรีตลอด 4 ปี โครงการเพชรสุนันทา จึงเลือกเข้ารั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา คณะนิเทศศาสตร์ สาขา ภาพยนตร์ สื่อสารการแสดง คว้าปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับ 2

“การเรียนที่นี่ ทำให้อ้อมรู้ตัวว่า อยากเป็นผู้สื่อข่าว ผู้ประกาศข่าวมากกว่าผู้กำกับหนัง” เจ้าตัวสารภาพความรู้สึกหลังเรียนจบมหาวิทยาลัย  อาจเพราะมาจากมีโอกาสเป็นนักศึกษาฝึกงานช่อง 7 อยากอยู่สายบันเทิง แต่ด้วยเกรดเฉลี่ยที่สูงและมีประสบการณ์ ผู้ใหญ่มองว่า ควรอยู่สายการเมืองและทหาร ฝึกงานไปจำนวน 4 เดือน

หลังจากนั้นไปสมัครเป็นผู้ประกาศข่าว ช่อง พีเพิล ทีวี ร่วมปี ต่อมาเข้าทำงานเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ประกาศข่าววิทยุจุฬาฯ รับหน้าที่จัดรายการ “เครือข่ายสายตรง” และอ่านข่าวต้นชั่วโมง อ่านข่าวพระราชสำนัก เดินตามความฝัน “อ้อมจำวินาทีที่ได้อ่านครั้งแรกอย่างดี มือไม้สั่นด้วยความตื่นเต้น ประกอบกับเสียงที่อ่านจะกระจายไป 11 มหาวิทยาลัยในเครือข่าย ถือเป็นความภาคภูมิใจของตัวเอง ได้อ่านข่าวสมใจดั่งที่ฝั่งฝันไว้”

เธอฝากด้วยว่า หากน้องๆอยากเป็นผู้สื่อข่าว ผู้ประกาศข่าว ต้องฝึกบ่อยๆ ฝึกให้หนัก อย่ายอมแพ้  ยิ่งถูกผู้คนวิจารณ์ให้นำมาเป็นแรงผลักดัน ให้เชื่อในตัวเองว่า เราทำได้ เราต้องก้าวไปข้างหน้า อย่าถอยหลัง อย่าอยู่ที่เดิม จงมุ่งมั่นเดินตามความฝัน

“ถ้าไปเจอคู่แข่ง ถ้าเขาคือที่ 1 เราก็คือที่ 1 เช่นกัน จงอย่ากลัวคู่แข่ง” ผู้ประกาศข่าววิทยุทิ้งท้าย