เสมือนสะเก็ด “แผลเป็น” ที่เกาะกินอยู่ในหัวใจมานานเกินกว่า 20 ปี

การหายตัวไปของ โมฮัมหมัด อัล-รูไวรี นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ที่ทำ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตนักสืบแห่งตำนาน ตกเป็นจำเลยพร้อมกับลูกน้องอีกหลายคน

เล่นเอาสะบักสะบอมชีวิตราชการความก้าวหน้าสะดุด

สู้ความบริสุทธิ์กันสุดท้ายศาลฎีกาอ่านคำพิพาษายกฟ้อง

หลังจาก พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล พ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี และ จ.ส.ต.ประสงค์ ทอรั้ง

ทั้งหมดเป็นอดีตทีมตำรวจสืบสวนนครบาลพระนครใต้ที่ลงไปคลี่คลายปมสังหารอุปทูตซาอุดิอาระเบียใจกลางเมืองหลวงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2533 กลับตกเป็นจำเลยในความผิดฐาน ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน  

หลังจาก โมฮัมหมัด อัล-รูไวรี นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบียที่เข้ามาอยู่ประเทศไทยเพื่อเปิดบริษัททำธุรกิจจัดส่งแรงงานไปทำงานในประเทศแถบตะวันออกกลางได้หายตัวไป

เป็นอีก “มหากาพย์” ในตำนานคดีดังที่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างประเทศระหว่างไทยกับซาอุดิอาระเบีย

“มีคนบอกสมคิดเป็นคนทำ สมัยนั้นเป็นรองผู้กำกับสืบสวนใต้ มีความรู้สึกว่า เรากระทำความผิดหรือเปล่า เราตกเป็นผู้กล่าวหา พอเรารู้ว่ามันเป็นเรื่องของการโยนความผิด เป็นเรื่องของการกลั่นแกล้งกล่าวหา รู้สึกว่า มันไม่ยุติธรรมที่มาดำเนินคดีเรา แต่คิดไว้ว่า ถ้ามันจะเป็นเรื่องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเราดีกว่าปล่อยคลุมเครือแล้ววันหนึ่งในอนาคตข้างหน้าเราจะเสียโอกาส เราคิดอย่างนั้น ไหน ๆ ก็จะโดนแล้ว” พล.ต.ท.สมคิดเคยเปิดใจไว้ในนิตยสาร COP’S

เจ้าตัวถูกคำสั่งให้ออกจากราชการในสมัยนั้น แต่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์การกระทำผิดถึงกลับเข้ามารับราชการอีกครั้ง เจริญก้าวหน้าจวบจนเกษียณอายุราชการตำแหน่งจเรตำรวจ

แต่ความเจ็บปวดมันยังกินอยู่ในหัวใจตราบใดที่ยังไม่สามารถกู้ภาพความบริสุทธิ์คืน

ชนวนจาก พ.ต.ท.สุวิชัย แก้วผลึก ลูกน้องเก่าสมัยสังกัดสืบสวนใต้โผล่มาเป็นพยานให้การกับกรมสอบสวนคดีพิเศษป้ายสีพวกตัวเองว่า สมคิดกับพวกอยู่เบื้องหลังฉากฆาตกรรมนักธุรกิจซาอุดิอาระเบียแล้วนำศพไปละลายทิ้ง

 ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาวันที่ 31 มีนาคม 2557 ให้ยกฟ้องจำเลยทั้งหมด

เนื่องจากเห็นว่า ฝ่ายโจทก์ไม่ได้นำ พ.ต.ท.สุวิชัย แก้วผลึก พยานโจทก์ปากสำคัญเข้าเบิกความต่อศาล มีเพียงบันทึกคำให้การของ พ.ต.ท.สุวิชัย เท่านั้น ทั้งยังมีข้อพิรุธน่าสงสัยเกี่ยวกับแหวนทองคำของผู้ตาย พยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อพิรุธน่าสงสัย

ยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

เช่นเดียวกับศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง

เนื่องจากพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การยื่นเบิกความพยาน และหลักฐานเป็นพยานหลักฐานเดิม อีกทั้งพยานโจทก์ปากสำคัญ คือ พ.ต.ท.สุวิชัย แก้วผลึก มีการเบิกความกลับไปกลับมาในชั้นพนักงานสอบสวน ไม่อาจรับฟังได้

ต่อมา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันเเล้วเห็นว่า กรณีการให้ถ้อยคำในชั้นสอบสวนปากพ.ต.ท.สุวิชัย แก้วผลึก เป็นผู้ต้องคำพิพากษาของศาลจังหวัดมีนบุรีในคดีอุ้มฆ่าชาวลาว เเละได้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์

การให้ถ้อยคำทำนองว่า เป็นผู้มีส่วนรู้เห็นเหตุการณ์เเละขั้นตอนในการสังหารโมฮัมหมัด อัล-รูไวรี ระบุหลักฐานที่อ้างว่าเป็นเเหวนของที่พบเจออยู่ใต้ถังน้ำมันที่เผาศพ เมื่อพิจารณาเเล้วการให้ถ้อยคำดังกล่าวมีการให้การกลับมาสับสน

มีการกล่าวอ้างเเหวนขึ้นมาในภายหลังจากที่ศาลจังหวัดมีนบุรีลงโทษจำคุกพยาน

เชื่อว่าพยานมีการต่อรองคดี เพื่อให้ช่วยเหลือคดีที่ถูกศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต อีกทั้งในการพิจารณามีพยานปากที่เป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสภาพเเหวน พบเเต่เพียงว่า เคยถูกใช้งาน เเต่ไม่ปรากฏว่า เเหวนดังกล่าวเคยถูกไฟไหม้มาก่อน ตามที่พยานกล่าวอ้างว่าพบเเหวนที่ก้นถังน้ำมัน

ไม่มีญาติยืนยันว่า เเหวนดังกล่าวเป็นของอัล-รูไวรีจริง

“การรับฟังพยานต้องรับฟังด้วยความระมัดระวัง พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักน้อยรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้ง 5 กระทำความผิดตามฟ้อง ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนยกฟ้อง”

สิ้นสุดข้อกล่าวหาที่สู้กันมายาวนานเกือบ 30 ปีที่ขั้วอำนาจตรงข้ามพยายามเอามาใช้ดิสเครดิต พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ในสมัยยังรับราชการอยู่

วันนี้แผลเป็นที่อยู่กลางใจของเขาถูกปัดเป่าหมดแล้ว

ย้อนเรื่องราวแห่งตำนานนักสืบของ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม

ได้ที่…

“ผมเชื่อว่า ไม่มีอาชญากรรมใดที่สมบูรณ์แบบ”