ฝันอยากเป็นตำรวจหญิงตามแบบฉบับหนังฮ่องกง

“น้ำ”สุพัฒนา บุญธรรม พิราบสาวสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น เลือกเดินตามความฝันไม่สำเร็จ แต่กลับต้องมาระเห็จเดินตามตำรวจเกาะติดข่าวแทน ทำให้บางเวลารู้สึกเกลียดตำรวจเข้าไส้ เมื่อเห็นพฤติกรรมไม่เข้าท่า

เธอเป็นสาวเลือดสุพรรณจบโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 3 ได้ทุนเรียนดีเข้าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม คณะวิทยาการจัดการ เอกนิเทศศาสตร์ สาขาวิทยุโทรทัศน์ เพราะอยากเป็น “ดีเจ” จัดรายการวิทยุ

พบเรียนจบเพื่อนชวนไปสมัครงานศูนย์ข่าวแปซิฟิค ทั้งที่ตัวเองไม่เคยมีความคิดเป็นนักข่าวด้วยซ้ำ ปรากฏว่า สอบติด มีโอกาสสัมผัสงานข่าวเกือบทุกสาย สะสมประสบการณ์นาน 2 ปีเศษ ก่อนย้ายตามเพื่อนไปอยู่สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน ทำงานให้สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น คู่แข่งของ จส.100 ต้นสังกัดเก่าของเธอ

“น้ำไม่ได้มีปัญหากับที่เก่านะ แค่อยากเปลี่ยน ตามคำชวนกับเพื่อน แม้ว่าตอนนั้นแปซิฟิคกำลังฮอตมาก สมัครมาอยู่ไอเอ็นเอ็นตอนแรกก็ต้องนั่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์คอยเช็กข่าวนานเกือบครึ่งปี ทำเอาเบื่อเหมือนกัน กว่าจะออกมาโลดแล่นอยู่ในสนามข่าวต้องรอจังหวะบังเอิญมีนักข่าวรุ่นท้องต้องลาคลอด”

มันทำให้เธอแจ้งเกิดทันที ชื่อของ “สุพัฒนา บุญธรรม” รายงานข่าวกระหึ่มเกือบทุกเบรก เมื่อต้นสังกัดส่งไปประจำเป็นนักข่าวศาลในช่วงจังหวะข่าวดังจำคุก พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.กับพวก จากนั้นย้ายไปเป็นนักข่าวประจำกองปราบปราม และออกตระเวนทำข่าวเหตุการณ์ด้วย

บุคลิกส่วนตัวของสุพัฒนามีความแข็งกร้าวและห้าวซ่อนอยู่ในใบหน้าที่ดูน่ารักน่าเอ็นดู อาจเป็นเพราะต้องปรับตัวเข้ากับหน้าที่การงานในการเผชิญกับผู้คนหลากหลายอาชีพ มากหน้าหลายตา แต่ก็ไม่ทำให้เธอรู้สึกเบื่อกับงานนักข่าวเลย แถมยังสนุกเมื่อได้ลงลุยพื้นที่เหตุการณ์จริงที่ผู้หญิงน้อยคนจะได้สัมผัส

“ประสบการณ์ข่าวที่ผ่านมา เชื่อมั้ยว่า ประทับใจข่าวการเมืองมากกว่าข่าวอาชญากรรมที่ตัวเองประจำอยู่ น้ำประทับใจในวันปฏิวัติรัฐประหารโค่นอำนาจรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร มันเป็นภาพที่อาจดูน่ากลัว มีรถถังวิ่งในเมืองหลวง สมัยก่อนเคยได้ยิน แต่ไม่เคยเห็นกับตัวเอง ไม่เคยได้ลงลุยพื้นที่ เมื่อมีโอกาสเจอกับตา รู้สึกว่าตัวเองเข้าไปอยู่เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เหมือนเป็นครั้งหนึ่งในชีวิต”

ถึงทุกวันนี้เธอก็ยังไม่ลืมความทรงจำในวันประวัติศาสตร์ครั้งนั้น

“มันทำให้น้ำรักในอาชีพนี้” สุพัฒนาย้ำ

แม้อนาคตอยากเก็บเงินหันไปประกอบอาชีพส่วนตัว แต่เธอขอยืนยันว่า ปัจจุบันยังสนุกสนานกับการเป็นนักข่าว ทว่ากลัวการเปลี่ยนแปลง

มันคือเหตุผลสำคัญที่สุพัฒนาอยากบอกว่า ขอรักและภักดีกับสำนักข่าวไอเอ็นเอ็นต้นสังกัดนี้ เพราะอยู่มานาน รู้สึกผูกผันในการทำงานกันอย่างพี่น้อง ดีกว่าจะคิดย้ายสังกัดไปอยู่ที่อื่น

“น้ำไม่ย้ายค่ายไปไหนแน่นอนค่ะ”