เคยย้อนถามตัวเองบ้างไหมว่า เลือกมาเป็นตำรวจเพราะอะไร

และกว่าจะ “ฝ่าด่านหิน” เข้าโรงเรียนเพื่อฝึกอบรมเหนื่อยยากขนาดไหน

เหตุผลและมุมมองที่สัมผัสจริงอาจไม่ใช่สิ่งที่คาดหวัง ถึงกระนั้น พลังที่มีอยู่ในตัวเองจะทำให้เราก้าวต่อไปเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์รับใช้ประชาชนสักเพียง “เศษเสี้ยว”ยังดี

เพราะท่ามกลางสิ่งสกปรกในสังคมจะพาหลายคนหลงชื่นชมจนมัวหมอง

ชอบเรื่องราวของเพจ พ.ต.ท.สุริยา แป้นเกิด พนักงานสอบสวนคนดัง เผยแพร่ปฏิบัติการ “รับน้องตำรวจจบใหม่” ประจำโรงพัก

อยากขออนุญาตนำมาสะท้อน “เตือนสติ” รำลึกความหลังของตำรวจชั้นผู้น้อยหลายคน

เขาบอกว่า การรับน้องตำรวจจบใหม่ประจำโรงพักแตกต่างจากรับน้องในมหา’ลัย

รับน้องตำรวจนั้น เฉพาะชั้นประทวนที่จบมาใหม่จากโรงเรียนนายสิบตำรวจ ถือเป็นตำรวจ “อาวุโสน้อยที่สุด” ในหน่วย

ไม่เคยใช้ชีวิตเป็นข้าราชการตำรวจมาก่อน

กิจกรรมสำหรับพวกเขามีเพียงวันเดียว

เมื่อมาใหม่ รุ่นพี่ก็พาแนะนำสถานที่ พื้นที่สำคัญในพื้นที่รับชอบ แต่ให้เดินเป็นขบวนลูกเสือเนตรนารีก็ใช่ที่จึงต้องมี วิ่ง หมอบ คลาน ออกกำลังกาย กันบ้าง

ทดสอบความฟิตของร่างกายที่จบมาใหม่ๆ

เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ได้มีการเตะกระทืบใช้กำลังแต่อย่างใด

แค่เหนื่อย

ตอนหัวค่ำรุ่นพี่ๆ จะเลี้ยงต้อนรับ

“ถ้าเหนื่อยแค่นี้ ตำรวจใหม่ยังรับไม่ได้ แสดงถึงงานหนักไม่เอา ขอแค่งานเบาๆ จะอยู่ให้เป็นภาระแก่หน่วยทำไม” เขาว่า

“ถ้ารับน้องแค่นี้ โทรหาพ่อ บอกพ่อกูเส้นใหญ่ ใหญ่กว่าหัวหน้าหน่วย สั่งให้ยกเลิกได้ จะทำงานร่วมกันยังไง”

รุ่นน้องไม่เชื่อฟังรุ่นพี่ ไม่เคารพรุ่นพี่

ผู้บังคับบัญชามอบหมายงาน ออกคำสั่งชอบด้วยกฎหมาย

งานนี้ กูไม่ชอบ กูเหนื่อย กูไม่ทำ

พ่อกูใหญ่ พวกกูใหญ่

“ที่พูดถึงเห็นมีดราม่าในเพจต่อต้านการรับน้องสถาบันการศึกษา แต่ลามมาถึงรับน้องตำรวจในโรงพัก” นายพันตำรวจโทสายสอบสวนเปรียบเทียบ

“แต่การรับน้องในโรงพักผมผ่านไปด้วยดีครับ”