าวสวยหัวใจแกร่งทายาทอดีตนายทหารนอกราชการคนดังผู้ล่วงลับ

ปัจจุบัน ตูนทัศน์วรรณ แย้มทัพ ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้บริหารบริษัทรักษาความปลอดภัย ฮาลาเดียม จำกัด ดูแลกิจการแทน ร.อ.พิกุล แย้มทัพ บิดาเต็มตัว

ลูกสาวอดีตนักรบสมรภูมิเวียดนามที่ครั้งหนึ่งผู้พ่อถูกมองเป็นผู้มีอิทธิพลคุมกำลังการ์ดของผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงภายในอาณาจักรห้างบิ๊กซี ลาดพร้าว หรือห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าวเดิม ฐานที่มั่นของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ

สำหรับเธอรู้ดีมากสุดว่า พ่อเป็นคนอย่างไร เพราะใช้ชีวิตอยู่กับพ่อมาตั้งแต่เด็ก แม้เป็นลูกสาวคนที่สองของบ้าน ทว่ามักติดตามผู้บังเกิดเกล้าไปเกือบทุกแห่ง ซึมซับจนเคยวาดฝันอยากรับราชการทหารเหมือนพ่อ

“ตูนมีพ่อเป็นไอดอล” เจ้าตัวเปิดใจหลังเติบโตอยู่ในค่ายทหารย่านเกียกกาย จบมัธยมโรงเรียนผะดุงศิษย์พิทยา ไปต่อคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เธอเล่าว่า พ่อเริ่มขยับมาเปิดธุรกิจบริษัทรักษาความปลอดภัย และเปิดพื้นที่ขายของชั้นใต้ดินของห้างอิมพีเรียล มีร้านเหล้าเล็ก ๆ จะมารับที่โรงเรียนพาเราไปด้วยตลอด ช่วยดูแลยันดึก อาจเพราะไม่คิดว่า ตัวเองเป็นเด็กผู้หญิง ทำให้ไม่รู้สึกอะไร ใช้ชีวิตอยู่กับพ่อ เรียนรู้การทำงานตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน เช็กล็อกตลาดเปิดท้าย แล้วไปดูร้านเหล้าต่อ

กระนั้นก็ตาม เธอทำงานหนักจนไม่มีเวลาพัก ระหว่างเรียนมหาวิทยาลัยกรุงเทพปี 2 ต้องขับรถไปรังสิต ถึงกลับหลับในไปชนรถเมล์บนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ ดีที่เป็นรถเบนซ์ ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก แต่ ผู้กองพิกุลผู้พ่อต้องให้ย้ายหน่วยกิตไปเรียนสวนดุสิตแทน ขืนยังฝืนอาจประสบอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิต หลังเรียนจบสวนดุสิต ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเดียว

  สาวทายาทอดีตนายทหารคนดังเล่าว่า เริ่มต้นเปิดบริษัทดีลเลอร์ขายโทรศัพท์มือถือ เป็นกรรมการบริหารมูลนิธิสยามร่วมใจ และอีกหลากหลายธุรกิจที่ได้เงิน ตอนนั้นยังมีคนทักเป็นแหม่มโพธิ์ดำ เพจสื่อชื่อดังสายดาร์ก เพราะเข้าใจผิดที่ติดต่อกันเรื่องเงินบริจาคช่วยน้ำท่วมให้มูลนิธิสยามร่วมใจ ทักกันในเพจแหม่มโพธิ์ดำ ได้ของบริจาคช่วย สุดท้ายโดนเหมารวม เนื่องจากหน้าตาอาจคล้ายโลโก้ของแหม่มโพธิ์ดำ ถูกหมายหัว

“ตูนขอใช้คำคุณพ่อดีกว่า เรื่องเกิดขึ้น ไม่ต้องเคลียร์อะไร เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด แหม่มโพธิ์ดำก็ไม่ได้ผิดอะไร เป็นเพจน้ำดีเพจหนึ่งที่ช่วยเหลือคน  ตอนนั้นคุณพ่อห่วงอยู่เหมือนกัน เตือนว่า สังคมมีทั้งคนรัก คนนเกลียด กลัวจะมีใครมาทำร้ายลูก แต่ไม่ได้ห้าม คุณพ่อจะบอกว่า ไปให้สุด ถ้ามันไม่ใช่ มันก็คือ ไม่ใช่ ไม่เป็นไรหรอก เราไม่กลัวคนไม่ดีอยู่แล้ว เรากลัวคนดีต่างหาก นี่คือคำพูดคุณพ่อสอนเสมอ”

สำหรับชีวิตของเธอค่อนข้างโลดโผนตามแบบฉบับผู้ชายมากกว่าเป็นผู้หญิงร้อยมาลัย ทำขนม ชอบกีฬายิงปืน ต่อยมวย ออกกำลังกาย ก่อนต้องเข้ามาดูแลกิจการบริษัทรักษาความปลอดภัยสืบต่อ ร.อ.พิกุล แย้มทัพ ที่จากไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทัศน์วรรณว่า พ่อรักษาตัวมาเกือบปี แต่ไม่ทราบเป็นโรคอะไร เพราะเราเลือกจะไม่บอก ไม่อยากให้แบกความรู้สึกกันเอง บางทีพ่อก็สงสัยทำไมผมร่วง เราก็ต้องโกหกสารพัด กระทั่งสิ้นใจ

“คุณพ่อไม่ได้สั่งเสียอะไร เพราะคิดว่าตูนรู้อยู่แล้ว คุณพ่อห่วงตูนขนาดไหน ต่างจากพี่สาวที่มีครอบครัวแล้ว แต่ตูนไม่มี ยอมรับว่า ชีวิตเปลี่ยนจากหน้ามือกับหลังมือเลย เมื่อไม่มีพ่อ มันเหมือนโลกแตก จู่ ๆ โลกกลายเป็นสีดำ เคว้งคว้าง ขาดความอบอุ่น แต่ต้องอยู่ให้ได้ เหมือนคุณพ่อสอนให้ตูนเข้มแข็ง แข็งแรง ทำนองเป็นลูกทหารต้องอดทน  ความเป็นผู้กองพิกุล คนรอบข้างจะพูดว่า มันอยู่ในตัวตูนหมดแล้ว”

“เพราะฉะนั้นตูนยังมีหน้าที่ ต้องดูแลคนในครอบครัวต่อไป แต่มันเหมือนลมพัดก็เจ็บ เวลาวันที่ไม่มีคุณพ่อ มันยังทำใจไม่ได้เลย งคิดถึงทุกวัน ยังสาหัสกับความรู้สึก นอนก็ยังไม่ได้ กินก็ไม่สุด ยิ้ม หัวเราะ ก็ไม่สุด ลึกๆ มันเจ็บ แต่ตูนพยายามร้องให้น้อยที่สุด ปกติเป็นคนที่ร้องไห้ยากอยู่แล้ว  ถ้าร้องไห้อีกนิดเดียวมันคงออกมาเป็นเลือดแล้ว ไม่มีน้ำตา ถึงต้องเข้มแข็งต่อไปเพื่อดูแลคุณแม่” เธอระบายความรู้สึก

สาวผู้บริหารบริษัทรักษาความปลอดภัย ฮาลาเดียม จำกัด เผชิญมรสุมของพ่อมาตั้งแต่ตัวเองยังเป็นเด็กหลายระลอก ไปโรงเรียนโดนเพื่อนบูลลี่บอกพ่อเป็นมาเฟียลงหนังสือพิมพ์ถูกกล่าวหาฆ่าคนตาย ทว่าเธอไม่รู้สึกอะไรเท่าใดนัก เพราะอยู่กับพ่อตลอดทุกวัน รู้ว่าพ่อเป็นคนอย่างไร แม้ภาพของพ่ออาจไม่สวยงามในสังคมเวลานั้น

เธอยืนยันว่า ลึก ๆ แล้วไม่มีใครรู้ความจริงว่า พ่อเป็นยังไง พ่อเป็นคนมีคุณธรรมอันดับหนึ่ง ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เราได้เรียนรู้จากพ่อทุกอย่าง แม้กระทั่งนิสัยใจร้อน โชคดีตอนอยู่กับพ่อ พ่อจะพาไปพบผู้ใหญ่เยอะ ทุกคนที่ว่าจ้างบริษัทล้วนเป็นคนมีหน้ามีตา มีชื่อเสียง พ่อจะพาไปฝาก คือ วางเส้นทางมาดีอยู่แล้ว เราจะคอยประสานกับผู้ใหญ่เวลาไปประชุมผู้บริหาร

เมื่อรับมรดกบริษัทรักษาความปลอดภัยคุมกำลังคนกว่า 800 ชีวิต เธอบอกว่า ถึงจะเป็นผู้หญิง แต่ใช้หลักบริหารแบบสมัยพ่อเคยทำ พ่อจะสอนเรื่องการทำงานกับคนอยู่แล้ว สอนให้มองโลกออก ทำอย่างไรจะดูแลลูกน้องแล้วลูกน้องจะรักเรา เพราะเราต้องรู้จักพวกเขาให้มากพอ เข้าถึงความรู้สึกของพวกเขา ที่ว่าคนไหนดื้อ เราดื้อกว่า เราถึงเข้าใจว่า ควรที่จะพูดกับคนแบบนี้อย่างไร   “ไม่เหนื่อยนะกับการคุมคน มันชิน ตอนแรกมีบ้างที่หัวเสีย หงุดหงิดเป็นเรื่องปกติ ทำงานกับคนที่มองไม่ได้ดั่งใจ จะโผงผางเหมือนคุณพ่อ แต่ด่าทีเดียวแล้วก็จบ เรียกมาสอนว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้”

ตูน-ทัศน์วรรณยังพูดถึงพ่ออีกว่า เป็นคนสู้ชีวิต บ้านไม่ได้รวยแต่แรก ทำงานปากกัดตีนถีบกันมา พอเราเริ่มมาช่วยพ่อ บ้านเราเริ่มมี เริ่มไม่ลำบาก ถึงติดใจการทำงานตั้งแต่ตอนนั้น เพื่อนไปเที่ยวกัน เราไม่สน ก้มหน้าก้มตาทำงาน จนวันที่ทุกอย่างลงตัว ธุรกิจไปได้แล้ว ขออนุญาตพ่อออกไปเที่ยว ตอนแรกพ่อจะให้ลูกน้องตามตลอด เพราะห่วง ตามไปว่าจะกลับยังไง จะกลับกี่โมง ดื่มเหล้าไหม  ทุกอย่างที่แบบหวงลูกสาวได้

“พอเราเที่ยวบ่อย ๆ มีอยู่วันหนึ่งเลิกเที่ยว เห็นคุณพ่อไปนั่งรอเฝ้าหน้าบ้าน คุณพ่อจะไม่โทรตามนะ แต่ลูกกลับกี่โมงไม่รู้ จะนั่งรออยู่หน้าบ้าน ตูนเห็นภาพคุณพ่อนั่งตบยุงแล้วคิดว่า ไม่เที่ยวดีกว่า หลังเที่ยวอยู่ประมาณปีสองปี เลือกเที่ยว ระยะหลังคุณพ่อถึงปล่อย มองว่า ลูกสาวดูแลตัวเองได้แน่ ไม่มีเรื่องมีราว ไม่โดนรัง แต่ตูนก็เลยวัยเที่ยวแล้วเหมือนกัน”  เจ้าตัวทิ้งท้าย