ดีตผู้ช่ำชองในด้านการปราบปรามยานรกของเมืองไทย

พล.ต.อ.ชวลิต ยอดมณี นายพลตำรวจที่พลิกผันสวมบทข้าราชการพลเรือนกินตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันปราบปรามยาเสพติดสร้างชื่อเสียงให้หน่วยงานระบิลระบือที่สุดยุคหนึ่ง

เขาเกิดกรุงเทพฯ ลูกชายพ่ออุดม กับแม่สายสวาท ยอดมณี หลานปู่หลวงไมตรี ยอดมณี และหลานตา พล.ต.ต.พระพิจารณ์พลกิจ (ยู่เซ็ก ดุละลัมพะ) เริ่มต้นชีวิตนักเรียนประถมดรุโณทยาน ก่อนสอบชั้นประถม 4 วัดธาตุทอง เข้ามัธยมชั้นศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย แค่ปีเดียวต้องบินไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกเรียนวิทยาลัย Worksop เมือง Nottinghamshire ประเทศอังกฤษ

สะสมความรู้นักเรียนนอก 9 ปีเดินทางกลับเมืองไทย พล.ต.ต.โมรา ดุละลัมพะ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองการต่างประเทศ กรมตำรวจ ผู้มีศักดิ์เป็นตาเลยชวนเข้าเป็นพลสำรองพิเศษ ตำรวจสังกัดสันติบาล

“ตอนเด็กผมอยากเป็นทหาร แต่ตอนนั้นไม่รู้จะทำอะไรถึงเลือกเข้าเป็นตำรวจ” พล.ต.อ.ชวลิตย้อนเรื่องราวในอดีต หากทว่า การเป็นตำรวจสมัยนั้นต้องมีวิชาการทหารด้วย เขาเลยกลับไปเรียนต่อแดนผู้ดีอบรมหลักสูตรวิชาทหารราบโรงเรียน Eaton Hall Office Cadet จากนั้นอบรมหลักสูตรตำรวจที่ Hendon Detiective และหลักสูตร Scotland Yard ติดอาวุธทางปัญญาคืนบ้านเกิดขยับเลื่อนเป็น ร.ต.ท.แล้วขอไปอยู่กองการต่างประเทศ เพราะต้องการทำงานที่ถนัด ได้ใช้ภาษา ก้าวเข้าอยู่ฝ่ายอินเตอร์โปล ประสานข้อมูลองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ

กระทั่งปัญหายาเสพติดเริ่มเข้ามาระบาดในเมืองไทย เจ้าตัวเล่าว่า เป็นผลสืบเนื่องจากสมัยเหมา เจ๋อ ตุง ผู้นำจีนขับไล่กลุ่มของเจียง ไคเช็ค หนีไปอยู่ไต้หวัน แต่กองพลบางส่วนหนีไม่ทันต้องอาศัยแนวชายแดนไทยเป็นที่พักพิง สมัยนั้นรัฐบาลไทยใช้พวกนี้เป็นแนวกันชนลิทธิคอมมิวนิสต์ กองบัญชาการทหารสูงสุดให้พื้นที่บนดอยแม่สองอยู่ พอขาดความช่วยเหลือจากไต้หวัน พวกนั้นก็ต้องหากินเอง เริ่มมีการปลูกฝิ่น ไม่มีเฮโรอีนแล้วพัฒนาเป็นมอร์ฟีน เป็นเฮโรอีน แต่การจะผลิตออกมายากกว่ายาบ้าสมัยนี้มาก เกิดราชาเฮโรอีนขุนส่า รวมตัวก่อกองกำลังขึ้นมาไปโยงกับชนกลุ่มน้อยในพม่าเป็นปัญหาบานปลายอยู่ถึงปัจจุบันนี้

 “จากปัญหาของชนกลุ่มน้อย ไทยกลายเป็นแดนผ่านยาเสพติด เวลามีรายงานเข้ามาถึงอินเตอร์โปล แหล่งที่มาของยาเสพติดถูกมองเป็นกรุงเทพฯ ประเทศเราเลยถูกขึ้นบัญชีดำเป็นศูนย์การค้ายาเสพติด เพราะเจริญที่สุด ทั้งที่เมื่อก่อนหลายประเทศทั่วโลกยังไม่รู้จักไทย คนอเมริกันพูดคุยกันทีไรชอบทึกทักคนไทยเป็นคนไต้หวัน”

ครั้งนั้น พล.ต.อ.เภา สารสิน ยังอยู่กองพิสูจน์หลักฐาน ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.ประเสริฐ รุจิรวงศ์ อธิบดีกรมตำรวจ ให้ตั้งคณะอนุกรรมการรับความช่วยเหลือจากต่างประเทศเป็นศูนย์รวมในการดำเนินการขอความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกา จึงชวน พล.ต.อ.ชวลิต ที่เป็นเพื่อนสนิทกับน้องชายไปร่วมทีมกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานเยี่ยงมือขวาของ พล.ต.อ.เภา เมื่อสถานการณ์ยาเสพติดรุนแรง พล.ต.อ.ประจวบ สุนทรางกูร รองอธิบดีกรมตำรวจรับผิดชอบงานกิจการพิเศษจึงเรียกนายตำรวจหนุ่มทั้งคู่ไปหารือถึงการแก้ปัญหา

ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดให้โทษ กรมตำรวจ เลยเกิดขึ้นมา โดยมี พล.ต.อ.เภา เป็นหัวหน้า ส่วน พล.ต.อ.ชวลิต เป็นผู้ช่วย ทำหน้าที่ประสานกับทุกหน่วยในกรมตำรวจไม่ว่าจะเป็นกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจภูธร 1-4 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ดึงเข้ามาร่วมกันทำงาน ติดต่อประสานกับองค์กรอาชญากรรมระหว่างประเทศ  “ปัญหายาเสพติดเกิดจากความไม่เข้าใจ ความไม่รู้เรื่อง ตอนนั้นเราคิดว่า ต้องทำอย่างไรจะดึงคนทุกองค์กรเข้ามามีส่วนร่วม ทำให้โปร่งใส อย่าให้มีการทุจริต คอรัปชัน เพราะผลประโยชน์มันเยอะ ก็ค่อย ๆ ทำกันมา ตอนหลังจึงมีการตั้งกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด” อดีตนายพลผู้ร่วมบุกเบิกหน่วยตำรวจปราบปรามยานรกบอก

ต่อมาวันที่ 8 ตุลาคม 2519 ธานินทร์ กรัยวิเชียร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีได้ 2 วัน พล.ต.อ.ชวลิต ถูกเรียกพบที่กองบัญชาการทหารสูงสุด ผู้นำรัฐบาลระบายถึงนโยบายเร่งด่วนในการบริหารประเทศให้ฟังว่า ต้องรีบแก้ไขปัญหาเรื่องฉ้อราษฎร์บังหลวง ยาเสพติด คอมมิวนิสต์ และความยากจน ก่อนถาม พล.ต.อ.ชวลิต ผู้ชำนาญเรื่องเกี่ยวกับการแก้ปัญหายาเสพติด ทำให้เกิดไอเดียตั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และคลอดกฎหมายออกมาเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2519 มี 18 มาตรา ให้อำนาจเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมหาศาลขึ้นตรงสำนักนายกรัฐมนตรี

มีการทาบทาม ประมุข สวัสดิมงคล ผู้พิพากษาเป็นผู้นำหน่วยคนแรก ระดมกำลังจากหน่วยงานต่าง ๆ 100 คน นั่งอยู่ห้องนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาลในปัจจุบัน ก่อนส่งไม้ต่อให้ พล.ต.อ.เภา สารสิน นั่งเป็นเลขาธิการคนที่สอง มี พล.ต.อ.ชวลิตย้ายตามเป็นรองเลขาธิการ พอ พล.ต.อ.เภาต้องขยับขึ้นผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.อ.ชวลิต จึงได้เป็นเลขาธิการแทน แต่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้นั่งตำแหน่งเดียว เขาเลยต้องอำลาชีวิตข้าราชการตำรวจไปเป็นข้าราชการพลเมืองอยู่ครองเก้าอี้นาน 12 ปี จวบจนเกษียณอายุราชการในปี 2538

มือทำงานปราบปรามยานรกรุ่นเดอะเล่าว่า ออกจากตำรวจแต่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ติดยศ พล.ต.ต. พอท่านเภา ขึ้นเป็นอธิบดีกรมตำรวจได้เสนอปรับยศ พล.ต.ท.ให้เป็นกรณีพิเศษ และเมื่อท่านเภา เป็นรองนายกฯ สมัยนายกฯ อานันท์ ปันยารชุน เห็นว่า ถ้าเราเทียบกับตำรวจที่อยู่ในกรมตำรวจตอนนั้น น่าจะมียศถึง พล.ต.อ.จึงมีการเสนอเลื่อนเป็นกรณีพิเศษอีกครั้ง

ทำงานเกี่ยวกับด้านปราบปรามยาเสพติดมานานเกือบค่อนชีวิต พล.ต.อ.ชวลิต ภูมิใจมากกับการแก้ปัญหาฝิ่นที่เคยระบาดหนัก “ผมไม่ได้เป็นคนรู้เรื่องอะไรยาเสพติดเลยตอนแรก ท่านเภาทำมาก่อน ท่านออกไปสำรวจร่วมกับสหประชาชาติ ทำโครงการปลูกพืชทดแทนและสานต่อจนสำเร็จ หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งโครงการหลวง แล้วท่านอธิบดีประเสริฐ รุจิรวงศ์ มอบให้ผมเอาไปทำ เข้าไปช่วย มีหมู่บ้านหลัก หมู่บ้านตามรอยโครงการหลวง ยอดดอยมีฝิ่นปลูกทั้งนั้น เพราะเดิมกรมประชาสงเคราะห์รับผิดชอบ แต่ไม่ได้อยู่กับเขา ไม่ได้สร้างความเชื่อมั่นว่า ช่วยเขาจริง พอผมทำก็เอากาแฟ เอาพืชอย่างอื่นไปปลูกแทนฝิ่น ทั้งที่จริง ๆ ไม่ใช่งานตำรวจ เป็นงานพัฒนา แต่ก็สนุกดี ได้ให้อะไรเยอะ สามารถขจัดปัญหาเรื่องฝิ่นได้ระดับหนึ่ง”

เขาได้ชื่อว่า ทำงานประสบความสำเร็จเป็นประเทศแรกในโลกกับโครงการปลูกพืชทดแทนตัดวงจรการปลูกฝิ่น ทำให้หลายประเทศนำผลการทดลองชิ้นโบแดงของไทยไปเป็นตัวอย่างในเวลาต่อมา“ความสำเร็จของการแก้ไขปัญหาการลักลอบปลูกฝิ่นต้องยกให้กับโครงการหลวง ผมแค่สานต่อด้วยโครงการที่ได้รับความร่วมมือจากสหประชาชาติ” อดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดออกตัว

หมดหนามยอกเรื่องฝิ่นกลายเป็นเฮโรอีนเข้ามาแทนที่ พล.ต.อ.ชวลิตอธิบายว่า เฮโรอีน หรือผงขาวผลิตตามแนวชายแดน ทุกขั้นตอนคนที่มาร่วมขบวนการล้วนมีผลประโยชน์ มีเงินที่จะคุ้มเสี่ยง  แต่เป็นคดีที่ไม่มีผู้ใดเสียหายโดยตรง ทำให้ไม่มีใครรับผิดชอบ เพราะไม่มีใครมาร้อง ไม่ต่างการลักลอบค้าอาวุธเลยจำเป็นต้องมีหน่วยงานพิเศษของประเทศ เพราะมันเป็นภัยทั้งเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง โยงใยกันไปหมด ยกระดับเป็นอาชญากรรมระหว่างประเทศ เช่นเดียวกับ ค้ามนุษย์ ค้าเงิน ค้าอาวุธสงคราม

หลานชายอดีตอธิบดีกรมตำรวจบอกว่า หน่วยที่เกิดขึ้นต้องร่วมมือกัน ต้องดีด้วย ต้องสร้างให้เกิดความเชื่อมั่นกับพวกที่มาร่วมงานกับเรา การข่าวเป็นหัวใจสำคัญ ถ้าไม่มี ไปสุ่มจับไม่มีทางได้ ปัจจุบันต้องชมเชย เพราะจับแล้วมีการโยงใยขยายถึงเครือข่าย มีอุปกรณ์เทคโนโลยีตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย ทำไมคนนี้รวยขึ้น มีบัญชีเงินฝากธนาคารมากมาย

 “หน้าที่ผมตอนนั้น คือ พยายามคิดข้อกฎหมาย ผลักดันกฎหมายหลายตัว ไม่ว่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้เป็นประโยชน์ในการปราบปรามช่วยจับกุมผู้สมคบค้า และยึดเงินได้ รวมถึงร่างกฎหมายการฟอกเงินขึ้นมาเพื่อใช้ยึดทรัพย์กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด เพราะผมมองแล้วอนาคตของสถานการณ์ยาเสพติดบ้านเราหนักแน่ เริ่มเปลี่ยนจากฝิ่น เป็นมอร์ฟิน และเฮโรอีน ก่อนเป็นยาบ้า ที่เมื่อก่อนเรียก ยาม้า”

อดีตนายพลวัย 78 ปีชี้ว่า เราต้องรู้ลักษณะของยาเสพติด มีฤทธิ์ทางกดประสาท กระตุ้นประสาท บางตัวกล่อมประสาท หลอนประสาท ยากดประสาทอย่างรุนแรง สมัยก่อนเรียกยาเซ็กซ์ เสพเข้าไปจะทำร้ายตัวเองเวลาอยาก กลุ่มหลอนประสาท พวกนี้อยากขึ้นจะมาทำร้ายพ่อแม่ตัวเอง หรือคิดว่า บินได้ก็จะตกตึกลงมา ส่วนกลุ่มกระตุ้นประสาทเวลาบำบัดยากกว่าเฮโรอีน เพราะเฮโรอีนไม่ได้ไปทำลายประสาท แต่กลุ่มพวกกระตุ้น คือ ยาบ้า ถ้าประสาทเสียแล้วรักษายากมาก

พล.ต.อ.ชวลิต ทำงานผลงานสร้างเครดิตสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ชนิดที่ พล.ต.อ.เภา สารสิน อดีตอธิบดีกรมตำรวจ และอดีตเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้เป็นทั้งนาย และเสมือนพี่ชายเอ่ยชมในวันเกษียณอายุราชการว่า “คุณชวลิตรู้เรื่องยาเสพติดมากที่สุดในประเทศไทยทุกด้าน ทั้งปราบปราม บำบัด ปลูกพืชทดแทนพืช ป้องกันยาเสพติด และติดต่อกับต่างประเทศ ไม่ใช่คนธรรมดาที่ทำได้ทุกคน เพราะต้องรอบรู้”

ผู้อาวุโสระดับปรมาจารย์ให้เครดิตผู้อยู่เบื้องหลังว่า เราได้นายกรัฐมนตรี ได้ลูกน้องทำให้สะอาดไม่มีเรื่องทุจริตคอรัปชัน ได้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศที่ต้องมีความเข้าใจในการทำงานตรงกัน ไม่ใช่มาชี้นิ้วสั่ง เหมือนก่อนหน้า เจ้าหน้าที่ของอเมริกาเข้ามาจะให้เราตัดฟันทำลายต้นฝิ่นอย่างเดียว เราก็บอกว่า ไม่ได้ ถ้าขืนทำอะไรที่รุนแรงช่วงนั้น คอมมิวนิสต์ต้องเข้ามาทันที การแก้ปัญหา คือ ต้องให้เขามีรายได้ทดแทน ค่อย ๆเปลี่ยน ไม่ใช่หักดิบ

พล.ต.อ.ชวลิตยังเล่าว่า เราได้ความช่วยเหลือจากฝรั่งเศส ทำดาวเทียมขึ้นมา ศึกษาพัฒนาจนสามารถชี้ได้เลยว่า ความแตกต่างระหว่างต้นข้าวโพด กับต้นฝิ่นเป็นอย่างไร เราใช้ดาวเทียมยิงภาพมองเห็นได้ ก่อนกระสานเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการ ถ้าไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือเหล่านี้ ไม่มีทางรู้เลยว่า พวกชาวเขาแอบเอาฝิ่นไปปลูกแถวไหนบ้าง พอเหตุการณ์เปลี่ยนไป สถานการณ์ของฝิ่นหมด เฮโรอีนก็เริ่มเบาบางลง

“สำคัญก็คือ ส่วนมากเราจะถูกกล่าวหาชี้นิ้วว่า มีการคอร์รัปชัน เวลาทำงานเราถึงต้องทำกันเป็นทีม ขบวนการค้ายาเสพติดมีเงินมหาศาล ใช้เงินซื้อข้าราชการ เราต้องทำให้โปร่งใส ควบคู่กับการขยายผลยึดทรัพย์ งานที่ผมพอใจมาก คือ ผมทำอะไรคนเดียวไม่ได้ ผมต้องมีทีม ดึงคนเข้ามาช่วย ดึงศาลให้เกิดความเข้าใจ ดึงอัยการเข้ามาร่วมในสำนวน ไม่ใช่ส่งสำนวนไปหลุด พอไปดูพบว่า หลักฐานสำคัญไม่ได้ใส่เข้าไป อัยการก็เลยไม่ฟ้อง หรือแทนที่จะเป็นฟ้องข้อหาเฮโรอีน แต่ไปฟ้องเป็นกัญชา เราก็ไม่รู้”

ปูชนียบุคคลวงการป้องกันปราบปรามยาเสพติดแสดงความเห็นถึงการระเบิดของยาบ้าในปัจจุบันว่า ความรุนแรงต่างกับเฮโรอีน ยาบ้าเมื่อก่อนเรียกยาม้า มีต้นแบบจากบริษัทผลิตยาที่ถูกต้องของอังกฤษ ผลิตยาเม็ด มีรูปม้า เหมือนตรารถเฟอร์รารี่ปั๊มอยู่ในตัวยา พวกสิบล้อที่ต้องขับทั้งวันทั้งคืนก็เอามากิน พวกเด็กที่จะดูหนังสือก็เอามากิน แต่เราเพิ่งมาเอาจริงเอาจังตอนรถแก๊สพลิกคว่ำถนนเพชรบุรีตัดใหม่ทำผู้เสียชีวิตจำนวนมาก คนขับเมายาม้าหลับใน รถคว่ำ จากเดิมไม่มีใครสนใจที่จะจับยาเหล่านี้เลย พอเหตุการณ์ครั้งนั้นทำเจ้าหน้าที่ตื่นตัว

ตำนานเจ้านักคิดพิชิตไร่ฝิ่นมองว่า การระบาดของยาบ้าเกิดจากสภาพสังคม เครือข่ายยาบ้าวิธีการเอามาหลอกจนติดแล้วใช้พวกนี้ไปขายต่ออีกทอดจนเป็นขบวนใหญ่ขึ้น เราต้องใช้เวลาแก้ปัญหา ต้องทำจริงให้ต่อเนื่องเหมือนปัจจุบัน ตำรวจดีขึ้นเยอะ “อยากเห็นตำรวจสมานสามัคคีกัน เรียนรู้วิชาการใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น เพราะมันจะออกมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นนิติวิทยาศาสตร์ เทคนิคสำคัญ อีกเรื่อง คือ ความยุติธรรมของผู้บังคับบัญชา เช่น การแต่งตั้งโยกย้ายจะไปเอาพวกประจบสอพลอขึ้นมา แบบนี้คนทำงานก็เหนื่อย ไม่ได้เจริญก้าวหน้า”

เขาย้ำหลักคิดว่า ถ้าไม่มีความยุติธรรม บ้านเมืองก็ไม่มีกฎเกณฑ์ อยากทำอะไรก็ทำได้ ไม่รู้อธิปไตย คือ อะไร อันไหนที่ตัวเองจะได้ผลประโยชน์ก็เดินขบวน ปิดถนน คิดว่า ตัวเองมีสิทธิเต็มที แต่ไม่คำนึงถึงสิทธิของคนอื่น เรื่องพวกนี้อยู่ที่เราจะสอนเยาวชนของเราในอนาคตให้เข้าใจ

“แม้ตั้งแต่ผมทำงานมาไม่ซีเรียส คิดว่า อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิด อะไรมันจะช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่ก็อดห่วงไม่ได้” นักสู้ยานรกลายครามน้ำเสียงดุดัน

ชวลิต ยอดมณี !!!