ศูนย์ปฏิบัติการล้างโจรไซเบอร์

 

“ถ้าจะจับแค่บัญชีม้า กี่ร้อยพัน กี่พันบัญชีก็ไม่มีทางหมด” พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางบอกเหตุผล “มันเป็นปลายเหตุ ต้นตอของต้นเรื่องอยู่ที่นายทุนอยู่เบื้องหลังขบวนการที่ต้องจัดการให้เด็ดขาด”

แม่ทัพสอบสวนกลางคาดการณ์แนวโน้มอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นในปี 2567 ยังเป็นเทรนด์ของ Online Scam หลังพบว่าปีที่ผ่านมาสถิติการเกิดเหตุพุ่งนับครึ่งล้านเคส เครือข่ายการฉ้อโกง และหลอกลวงต้มตุ๋น ผ่านระบบออนไลน์จะพบมากที่สุด

คิดตามตัวเลขสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มีการจัดเก็บสถิติคดีอาชญากรรมบนโลกออนไลน์ ตั้งแต่ วันที่ 1 มีนาคม 2565 – 30 พฤศจิกายน 2566  มีเกิดขึ้นมากกว่า 4 แสนคดี  ความเสียหายมากกว่า 16,000 ล้านบาท

“มีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งในการหาทางป้องกันและแก้ไขปัญหา” ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางบอกและยอมรับว่า การรับมือกับอาชญากรรมออนไลน์ ทำได้ยากและท้าทาย  เนื่องจากความทันสมัยของเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการกระทำความผิด และการสืบสวนจับกุมตัว

ปัญหาสำคัญ  คือ  แหล่งสถานที่ในการการกระทำผิดมักอยู่ตามตะเข็บชายแดนประเทศเพื่อนบ้านที่มีความขัดแย้ง บางแห่งอยู่ภายใต้อิทธิพลของกองกำลังติดอาวุธ เช่นที่ ลาวก่าย ประเทศเมียมม่าทำให้ยากต่อการบังคับใช้กฎหมาย

ขณะที่ กลุ่มสมาชิกในองค์กรอาชญากรรมมาจากหลากหลายแห่ง หลายประเทศ ลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีคนจีนเป็นนายทุนหนุนหลัง

ประเด็นสุดท้าย คือ ข้อจำกัดด้านกฎหมาย เรื่องการบังคับใช้กฎหมายที่ต้องใช้ความร่วมมือระหว่างประเทศ เป็นข้อจำกัดที่ไม่สามารถเอาผิดกับวิธีการกระทำผิดที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆได้ทัน เช่น Sim box, Voip ( Voice over IP การโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต)

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ถึงจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center : AOC) มอบหมายให้ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นเลขานุการของศูนย์

เปิดสายด่วน 1441 กว่า 100 คู่สาย ให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาภัยออนไลน์ แบบ One Stop Service ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม

สั่งการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES)  บูรณาการกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง   ธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้ให้บริการมือถือ และอีกหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง

ทำงานเชิงรุกแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ที่สร้างความเสียหายต่อประชาชน เศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง

เป้าหมายของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ทำหน้าที่ อายัดบัญชีของคนร้าย ให้แก่ผู้เสียหายที่ถูกหลอกได้ทันทีใน 1 ชั่วโมง ติดตามสถานะการแก้ไขปัญหาให้ผู้เสียหายในทุกขั้นตอน เร่งติดตามการคืนเงินให้ผู้เสียหาย เพิ่มประสิทธิภาพในการจับกุม การดำเนินคดีและขยายผลคดี

“หากประชาชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางออนไลน์ หรือจะขอคำปรึกษาเรื่องหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ สามารถโทรไปได้ที่ศูนย์ AOC สายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” พล.ต.ท.จิรภพฝากประชาสัมพันธ์

เขามั่นใจว่า การทำงานของศูนย์เฉพาะกิจกวาดล้างโจรบนโลกไซเบอร์จะนำเทคโนโลยีในการตรวจจับความผิดปกติต่างๆ เพื่อป้องกัน ยับยั้ง หรือลดความเสี่ยงที่จะถูก “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” หลอกลวงเหยื่อ

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเตรียมรวบรวมข้อมูลเชื่อมโยงทั้งหมดในรูปแบบองค์กรอาชญากรรมเพื่อสาวไปยัง “กลุ่มผู้บงการ”  

ไม่ใข่แค่ปลาซิวปลาสร้อย “บัญชีม้า” 

วางกรอบความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ  เช่น ระหว่าง ธนาคาร ผู้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ต (ISP)  ผู้ให้บริการข่ายโทรศัพท์ในการสืบสวนการกระทำความผิด

ควบคู่กับ “เสริมภูมิคุ้มกัน” ให้กับประชาชน ด้วยการประชาสัมพันธ์ ที่เข้าใจง่าย และเข้าถึงได้ เช่น ช่องทางโซเชียลมีเดียของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

ถึงเวลาแล้วที่ตำรวต้องแสวงหาองค์ความรู้มากขึ้นเพื่อให้เท่าทันคนร้าย

ในยุคอาชญากรรมที่ไร้พรมแดน

 

RELATED ARTICLES
class="td-animation-stack-type0-2" style="padding-bottom: 15px;">