“พอบั๋มมาสัมผัสจริงๆ ถึงเข้าใจว่า ตำรวจมันทำงาน 24 ชั่วโมง”

 

วามรักบางครั้งยากนักที่จะหาเหตุผลของคนสองคนที่มาพบกัน

เฉกเช่นเรื่องราวความรักของ คุณบั๋ม-จิรนันท์ เหล่าปิยะสกุล กับ พ.ต.อ.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ ผู้กำกับการ (สอบสวน) กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 58

เธอเป็นลูกสาวคนเล็ก มีพี่ชายฝาแฝด 2 คน อยู่ในอาณาจักรสวนยางผู้กว้างขวางท้องถิ่นเมืองสุราษฎร์ธานีของพ่อ  ส่วนแม่เป็นอดีตรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เริ่มชีวิตวัยเรียนโรงเรียนธิดาแม่พระ ก่อนเข้ากรุงมาต่อโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ด้วยเพราะพ่อค่อนข้างให้ความสำคัญกับเรื่องคอนเน็คชั่น วันนี้อาจไม่เห็น แต่เมื่อโตแล้วจะเห็นว่า สำคัญแค่ไหน

ได้ภาพ คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ เป็นไอดอล ทำให้อยากเข้าคณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่สอบไม่ติด จึงเบนเข็มไปสอบคณะมนุษยศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กะว่าจะไปเรียนพิเศษเตรียมตัวเพื่อมาสอบใหม่อีกปีถัดมา สุดท้ายเรียนจนจบ 4 ปี แล้วบินไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการตลาด มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสวินเบิร์น เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างที่เรียนรู้สึกชอบงานด้านการโรงแรม ประกอบกับอาทำธุรกิจโรงแรมที่เขาหลัก จังหวัดพังงา พี่สะใภ้ก็ทำงานโรงแรมอยู่พัทยา จังหวัดชลบุรี เลยเรียนต่อเรื่องโรงแรมยาวเป็นเวลา 4 ปี

กลับมาช่วยบริหารโรงแรมของครอบครัวที่เขาหลัก กระทั่งเหตุการณ์สึนามิถล่มพังจนสูญเสียอา แต่ต้องฟื้นฟูกันยกใหญ่ ได้ใช้ทุกอย่างที่เรียนมาวางระบบภายในโรงแรมพิสูจน์ฝีมือให้พ่อและญาติเห็น “มันก็ต้องใช้ความสามารถของเราจริงๆว่า เราทำได้นะ ไม่ใช่ว่า เราเป็นลูกหลานเจ้าของแล้วถึงได้มาทำ ก็ใช้เวลาพิสูจน์อยู่นานพอสมควร แล้วก็โชคดีที่แขกก็ประทับใจ พอแขกประทับใจ การตอบรับก็ดี มันก็ส่งผลให้ความน่าเชื่อถือในตัวเรา มันเกิดขึ้นเองโดยปริยาย” คุณบั๋มว่า

หลังจากนั้น เธอตัดสินใจออกมาทำงานแผนกบิสซิเนส ดีเวลลอปเมนต์ ของ จีเอ็มเอ็ม ทีวี ติดจ่อประสานงานหน่วยงานรัฐบาล เริ่มต้นทำโปรเจ็กต์ร่วมกับช่อง 5 เปิดรับบริจาคเงินช่วยเหลือน้ำท่วมที่ภาคใต้จังหวัดบ้านเกิดพอดี ก่อนทำโครงการใหญ่ภายใต้แบรนด์ “คำว่าให้ไม่มีสิ้นสุด” ของโรงพยาบาลรามาธิบดีที่ทั้งหมดเกิดจากคอนเน็คชั่นของพ่อที่เคยพูดไว้ตอนวัยเรียนจริง ๆ

กระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รัฐบาลเปลี่ยนขั้วหลายโครงการสะดุด แผนกของเธอโดนยุบ เพราะงานน้อยลง คุณบั๋มเลยกระโดดออกมารับจัดงานแต่งงาน ตั้ง บริษัท เดอะ เบ เวดดิ้ง แพลนเนอร์ จำกัด ของตัวเอง เป็นช่วงบูมของธุรกิจเวดดิ้งดาราไฮโซแห่กันจัดงานแต่งอลังการ ชาวบ้านก็เลยอยากจัดงานแต่งแบบนั้นด้วย

“เวดดิ้งแพลนเนอร์ บั๋มว่า สุดท้ายแล้วมันเป็นอาชีพที่เหมาะกับบั๋มที่สุดเลย คือ ขี้จัดแจง ลูกค้าทำเองไม่ได้ แค่เล่าดีเทลให้เราฟัง มีความจำเป็นที่จะต้องมีเรา เวลาลูกค้ามาถาม บั๋มจะบอกเลยว่า อย่ามาปวดหัวเสียเวลา งานแต่งเราไม่อยากให้มาทะเลาะกัน เจ้าบ่าว หรือเจ้าสาวมาใช้บั๋มเถอะ บั๋มดูแลให้ทุกอย่าง เพราะเราคัดสิ่งที่ดีมาแล้ว คัดสิ่งดีในราคาย่อมเยามาให้เลือก”

จากการวางแผนงานแต่งงานให้คนอื่นพาเอาตัวเธอไปเจอเนื้อคู่จนได้

เวดดิ้งแพลนเนอร์สาวเล่าว่า รับจัดงานให้กับครูอิ๊ก-ณัฐวรินธร บวรภัควุฒิสิริ ที่กำลังเข้าประตูวิวาห์กับสารวัตรโป้ง-พ.ต.ท.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ส่วนเขาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว มาเจอกันวันงานหมั้น เจ้าบ่าวกำลังเครียดเพราะจะมีงานเย็นแล้วยังไม่ได้ขอฝ่ายหญิงแต่งงาน เราบอกไม่ได้ต้องมี เจ้าบ่าวเลยฝากให้จัดการ มีเวลาไม่มาก เราก็เสนอไปว่า ต้องการเฮดเพื่อนเจ้าสาวกับเฮดเพื่อนเจ้าบ่าว เอาคนที่เก็บความลับได้ เจ้าบ่าวเลยเลือกเขามาคุยกับเรา

เธอเล่าอีกว่า ส่วนตัวก็คลุกคลีกับตำรวจ เพราะพ่อ มีเพื่อนเป็นตำรวจเยอะมาก เวลาพ่อนั่งทานเหล้า เราก็นั่งอยู่ด้วย เอ็นจอยกับการได้อยู่กับผู้ใหญ่แนวนี้อยู่แล้ว ไม่ได้เป็นอุปสรรคกับเรา แต่ถ้าจะให้มาเป็นแฟน ตอนแรกบอกตามตรงว่าไม่ชอบ ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่จะเลือกกาบาทตำรวจ ทหารไว้ก่อน ทว่าเขาเจอทีแรก ก็เออ แบบน่ารักดี เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว แต่ไม่รู้ว่าคนนี้เป็นตำรวจ เราไม่ได้สืบประวัติ ไม่ได้อะไร ใช้ชีวิตปกติ เพราะเป็นหน้างานที่ต้องประสานกัน

 เจ้าตัวยอมรับว่า ประทับใจหน้าตาก่อน คือ เขาเป็นผู้ชายหน้าตาดี น่ารักดี มารู้ตอนหลังเป็นตำรวจ เพราะเพื่อนเจ้าบ่าวเกือบทั้งหมดเป็นตำรวจ เราจะถามจากทุกคนเพราะเป็นเวดดิ้งเพลนเนอร์ต้องรู้ว่า คนงานกันง่ายไหม คนนั้นคนนี้นิสัยเป็นอย่างไร คุยกันไปคุยกันมา เหมือนกับว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวช่วยกันเชียร์ เพราะเห็นว่า บังเอิญโสดทั้งคู่ คุยกันหลายเรื่อง แต่มีอย่างหนึ่งที่ตรงกันแบบแปลก ๆ คือ เป็นคนชอบดูหมอ เป็นคนชอบทางธรรมะ เป็นเรื่องตื่นเต้นสำหรับเราว่า ผู้ชายสมัยใหม่แบบนี้ ไม่น่าจะเข้าทางธรรม คุยกันเรื่องนั่งสมาธิ ทำให้เราคุยต่อกันได้ตลอด

“ตอนนั้นยังไม่รู้ว่า เขาเคยเป็นนักร้อง ปกติผู้หญิงทั่วไป ชอบใครจะเช็กประวัติ สำหรับเขาเป็นคนแรกที่บั๋มเลือกที่จะไม่เช็ก เราก็กลัวจี๊ด ไม่อยากรู้อดีต เพราะเราก็เป็นคนมีอดีต เลยเลือกไม่รู้ เรียนรู้ใหม่ดีกว่า มันไม่ได้สำคัญหรอกว่า จะต้อง 1 ปี 2 ปี 5 ปี ถึงต้องมาเป็นแฟนกัน แต่งงานกัน คือบั๋ม ก็ผิดหวังจากความรักมา ไม่ว่าจะเหตุผลจากตัวเอง หรืออะไรต่างๆ แล้วพอมาคุยกันแล้ว มันเรียนรู้ว่า เป็นตัวของตัวเองนี่แหละ ไม่ต้องเปลี่ยน แต่อันไหนที่เราคิดว่า เป็นข้อที่เปลี่ยนแล้วไม่ใช่แค่ชีวิตคู่ ชีวิตเขาจะดีขึ้นด้วย อันนั้นปรับดีกว่า เช่น บั๋ม เป็นคนอารมณ์ร้อน ตัดสินใจเร็ว ปากไว ก็ต้องปรับ เพราะมันไม่ใช่แค่ตัวบั๋มดีขึ้น ตัวเขา และคนรอบข้างก็จะดีไปด้วย ถึงเลือกที่จะเปลี่ยน” คุณบั๋มให้นิยามความรัก

ถึงกระนั้นก็ตามกว่าจะผ่านด่านพ่อตาไม่ใช่เรื่องง่ายของนายตำรวจหนุ่มคนดัง ลูกสาวสุดรักสุดหวงของครอบครัวผู้กว้างขวางเมืองหอยใหญ่บอกว่า ฝ่ายชายยืนยันตลอด วัยเจ้าชู้หมดแล้ว ไม่ใช่ตอนวัยรุ่นที่ต้องลองทุกอย่างบนโลกใบนี้ ถึงเวลาที่อยากหยุด อยากลองใช้ชีวิตครอบครัวน่าจะดีกว่า เราก็คิดว่า อาจจะโชคดีก็ได้ที่เขามาหยุดพอดี ไม่งั้นเราก็อาจจะเป็นคนโชคร้ายอีกคน มีเพื่อน ๆ คอยให้กำลังใจ แต่อุปสรรคสำคัญคือพ่อไม่ชอบเขา พ่อจะหวงลูกสาว เพราะเราเป็นลูกสาวคนเดียว และลูกสาวคนเล็ก แถมไม่ได้ประสบความสำเร็จในชีวิตความรักมา พ่อเหมือนอยากให้เราอยู่อย่างนี้

“โชคดีที่เขาเข้าใจเรื่องความรัก เข้าใจพ่อบั๋ม ยังบอกด้วยบั๋มว่า  ต้องเข้าใจป๊านะว่า สิ่งที่ป๊าทำนั่นทำเพราะรักลูก เขาช่วยคัดให้ลูก” สาวสวยคนเก่งหวานใจสารวัตรหนุ่มว่า ส่วนที่ทำให้ฝ่ายชายชนะใจพ่อได้ เธอเชื่อว่า เพราะเขาเป็นตัวของตัวเอง มีฝ่าด่านให้เลิก ไม่เลิก พ่อจะไม่ให้คบ ความที่พ่อรู้จักตำรวจหลายคนจะให้ผู้ใหญ่คนโน้นคนนี้โทรศัพท์มาเป็นทอดให้เขาเลิกคบหากับลูกสาว เราก็บอกว่า ถ้าไม่ไหว ไม่อยากฝืน เข้าใจนะ ไม่อยากให้เครียด อยากให้คบกันแบบสบาย ๆ แต่เขายืนยันจะพิสูจน์ตัวเอง  “เขาว่า ไม่ได้ทำอะไรผิด เรารักกันในทางที่ถูกต้อง อยากพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาไม่ใช่คนอย่างที่คนอื่นพูด เขาทำได้ และเขาตั้งใจ”

  “เขาผ่านทุกอย่าง แต่คุณพ่อไม่ผ่าน จนมีอยู่วันหนึ่ง บั๋มกับพี่ชายกลับบ้านไปกินข้าวที่สุราษฎร์ฯ หลังจากที่ไม่กลับมานานมาก เราะไม่อยากให้บรรยากาศมาคุเรื่องเขา  วันนั้นคุณพ่อเรียกเข้าห้องเย็นเลย ถามบั๋มว่า ผู้ชายคนนี้มันรักลูกจริงหรือเปล่า บั๋มก็บอกว่า ตอบไม่ได้ ต้องถามเขา คุณพ่อเลยหลุดมาว่า  ผู้ชายถ้ามันรักจริง มันต้องกล้าจดทะเบียน เป็นเรื่องที่เขาเคยคุยกับแม่และพี่ชายไว้ก่อนแล้วว่า อยากพาพ่อแม่มาขอและอยากจดทะเบียน อยากให้เกียรติ ไม่อยากทำให้พ่อแม่เสียใจ พอคุณพ่อหลุดคำนั้นออกมาก็เฮกันทั้งบ้าน”

เธอจัดแจงรีบบอกเขา น้ำตาลูกชายไหลตอนนั้นเลย ใช้เวลา 7 วันหากฤกษ์จดทะเบียนได้ มีฤกษ์แค่ 7 วันจริง ๆ พากันไปจดทะเบียนที่อำเภอ ส่วนงานแต่งไม่มีปัญหาในฐานะเวดดิ้งแพลนเนอร์ ไม่ได้เรื่องยาก คุณบั๋มเล่าเสียงสั่นว่า  อยากจะจัดงานขอบคุณทุกคนที่ฝ่ามรสุมความรักมาด้วยกัน ต้องเจอด่านพ่อ ด่านพี่ วันจดทะเบียนมือสั่นเลย เหมือนการแสดงความเป็นเจ้าของจริงจัง อินมาก คนที่มาเป็นพยานมีความรู้สึกเข้าถึงกัน มองหน้ากันรู้ว่า เราเจออะไรกันมาบ้างกว่า เขาจะเอาชนะใจพ่อตา ถือว่าเป็นด่านใหญ่สุดแล้วสำหรับเรา ด้วยเพราะเราเอาครอบครัวมาก่อน ถ้าครอบครัวไม่โอเค เราก็ไม่แต่งงาน  ถ้าที่บ้าน ไม่มีรอยยิ้มเพราะเราจะอึดอัดมาก ไม่ง่ายนะ

เจ้าตัวบอกด้วยว่า พอได้สัมผัสชีวิตตำรวจจริงจัง รู้สึกเห็นใจแทนในความรู้สึกที่ ต้องรับแรงกดดันจากสายตาคน จากความคิดคนมองว่า ตำรวจรับส่วย พฤติกรรมไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ คือ ชีวิตตำรวจจริง มีอะไรมากกว่านั้นที่ชาวบ้านต้องเจอ และไม่ได้พูดถึงความดีด้วย “ไม่พูดถึงคนอื่นนะ ลำพังแค่เขายังท้อหลายครั้ง จากงาน จากอะไรหลายอย่าง มานึกถึงตอนคุณตาตัวเองเคยบอกว่า มีไม่กี่อาชีพนะที่ได้ช่วยเหลือคน ทุกครั้งที่ได้ทำงาน มันมีไม่กี่อาชีพจริงๆ บั๋มก็บอกเขาว่า ต้องภูมิใจนะ เหมือนตัวบั๋มภูมิใจมากที่ได้เป็นหลานตา บั๋มภูมิใจที่ตาเป็นตำรวจอยู่สุราษฎร์ธานี เป็นตำรวจน้ำดีที่มีคนพูดถึง ไม่ได้ติดยศใหญ่โต”

เธอให้กำลังใจคนรักเสมอ เพราะมีแค่ไม่กี่อาชีพที่ได้ช่วยเหลือคนทุกครั้งที่ลงไปทำงาน ช่วยกำจัดคนชั่วออกไปให้ห่างจากชาวบ้านไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ “ ส่วนตัวบั๋มภูมิใจ เพราะเรารู้ว่า เขาทำอะไรมาบ้าง บั๋มเคยคิดในใจนะ คนตาย สมมติเหตุเกิดแล้ว แค่ 5 นาที รอได้หรือเปล่า ไอ้เราคนเป็นนั่งยิ้มอยู่ แต่ความจริงไม่ใช่ คนตายแล้วก็จริง แต่พ่อแม่ญาติพี่น้องยังรอตำรวจ พอบั๋มมาสัมผัสจริงๆ ถึงเข้าใจว่า ตำรวจมันทำงาน 24 ชั่วโมง ไม่ใช่ว่าเห็นเขาไปโน่นไปนี่ไม่ทำงาน ต้องมาอยู่เองจริงๆ ถึงเข้าใจ เพราะบั๋มเคยไม่เข้าใจเขา อย่างจะไปกินข้าว ไปดูหนัง แล้วต้องยกเลิก เดี๋ยวนี้ไม่โกรธ เพราะที่เขามากับบั๋ม มันเป็นเวลาของประชาชน เวลาทำงานของเขา ไอ้เราอาจจะแย่งเวลาเขาด้วยซ้ำ เลยไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับบั๋ม”

 

RELATED ARTICLES