การ์ตูนนิสต์รุ่นลายครามผ่านเรื่องราววงการเมืองไทยมามากมายในอดีต
สมชาย ช่วยตระกูล ชาวอำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง แต่ไปเรียนเพาะช่างที่จังหวัด เพราะมีน้าชายอยู่ที่นั่น เริ่มมาจับงานเขียนการ์ตูนกับหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ แต่ในวงการคนทำสื่ออาจไม่มีใครคุ้นชื่อมากนัก ทว่านามปากกาและลายเส้น “การตูนล้อการเมือง” ของ “ทอนส์ 79” ดาวสยาม หลายจะนึกภาพตามได้ทันที
เจ้าตัวเขียนการตูนล้อการเมืองตั้งยุคสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ตามด้วย ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ธานนทร์ กรัยวิเชียร พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ กระทั่งรัฐบาลชวน หลีกภัย
เขาเล่าว่า ลายเส้นการตูนสมัยนั้นผ่านสถานการณ์เร้อนรุนแรงมาหลายยุคหลายสมัย การพลัดหลงเข้าสู่ถนนหนังสือพิมพ์มาเขียนการตูน ทำให้เกิดบทเรียนราคาแพง บางครั้งเผชิญกับเรื่องฟ้องร้องจากผู้มีอำนาจทางการเมือง
ทั้งที่เป็นสื่อลายเส้นที่มาพร้อมอารมณ์ขัน
“เวลาอ่านการ์ตูน ไม่ว่า การ์ตูนนั้นขำขัน เราควรจะขำมากกว่าอารมณ์โกรธแค้น อันมิใช่ธรรมชาติของการตูน บางครั้งการ์ตูนก็ทะลุเลยเส้นไปก็มี” สุนทรว่า
แรงบันดาลใจในการเขียนการ์ตูน สุนทรเล่าว่า ตอนเด็กชอบอ่านหนังสือการ์ตูนเป็นชีวิตจิตใจ ส่วนใหญ่เป็นนิยายภาพของสำนักพิมพ์ผ่านฟ้าวิทยา ได้รับอิทธิพลจากนิยายภาพของราช เลอสรวง เรื่องสิงห์ดำ และของจุก เบี้ยวสกุล เรื่องเจ้าชายผมทองที่โด่งดัง นำเอาลายเส้นมาเขียนภาพช่วงสมัยเรียนมัธยมที่มีโอกาสได้ทำวารสารของโรงเรียน จากนั้นไปเขียนภาพและแกะหนังตะลุงขายตามตลาดนัด ร่วมกับเพื่อนปลูกเพิงโรงหนังตะลุงเป็นนายหนัง พากย์เอง เล่นเอง ถือเป็นเรื่องสนุกวันเด็ก อาจเป็นอิทธิพลจากวัฒนธรรมพื้นบ้านในถิ่นเกิด
การ์ตูนนิสต์รุ่นใหญ่ย้อนเรื่องราวในอดีตอีกว่า เริ่มต้นลายเส้นง่าย ๆ ด้วยปลายพู่กัน และหมึกอินเดียอิงก์เมื่อปลายปี 2516 ที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นไทยนิวส์รายวันของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นช่วงกระแสการเมืองเริ่มเชี่ยวในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม รู้ตัวเองมีความสามารถด้านเขียนการ์ตูน นำผลงานไปเสนอบรรจบ ลิ้มจรูญ รับเข้าทำงาน ผลงานชิ้นแรกใช้นามปากการ เอส.ที.เชียงใหม่ เป็นภาพเสียดสีแก๊งวายร้ายจับสุนัขไปทำลูกชิ้น ฮือฮากันมากในเชียงใหม่ แล้ววนเวียนอยู่รายสัปดาห์หลายฉบับในภาคเหนือ ก่อนได้รับการชักชวนจาก ประยุทธ์ สิทธิพันธุ์ ให้มานั่งเขียนหนังสือพิมพ์ไทยเดลี่รายวันอยู่หน้าวัดบวรนิเวศเมื่อปี 2518
เขียนได้ปีกว่าไปหาประสบการณ์สนามใหญ่กับหนังสือพิมพ์ดาวสยาม ยุค “กระแช่ เสียดสี” พญาไม้ ชูพงษ์ มณีน้อยที่กำลังมาแรงเป็นอันดับสามของวงการหนังสือพิมพ์ จุดเริ่มต้นของนามปากกา “ทอนส์ 79” จากเดิมใช้ “ทอนส์” อย่างเดียวแล้วเปลี่ยนตัวเลขตามปีพุทธศักราชไปเรื่อย จนมีคนทักว่า ผู้อ่านจะสับสนควรหยุดไว้เลขเดียว ประจวบเหมาะขณะนั้นปี 1979 เขาเลยเปลี่ยนเป็น “ทอนส์79” ดาวสยาม นับแต่บัดนั้น
สุนทรบอกว่า เป็นคนถนัดลายเส้นอยู่แล้ว เขียนง่ายมาก แต่การหาประเด็นกลับยาก กว่าจะคิดการเมืองเรื่องเครียดเป็นเรื่องขัน และลงตัวในช่องเดียวกันยุ่งยากที่สุด จำได้ว่า ตอนนั่งเขียนอยู่ดาวสยาม ส่งต้นฉบับเสร็จ มักติดรถตระเวนข่าวออกไปช่วยทำข่าวอาชญากรรมกับเพื่อนตามโรงัพก มีสอน สุขบรรจง เดลินิวส์ ประธานชมรมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมคนแรกจะนั่งสุมหัวกันอยู่กองบังคับการตำรวจดับเพลิง มีสโมสรอยู่ชั้นบนเป็นโต๊ะสนุ้กเกอร์

นักเขียนการ์ตูนเสียดสีสังคมการเมืองเล่าอีกว่า นั่งรถตระเวนข่าวจะมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นได้เสมอ ได้อ่านหนังสือพิม์ทุกค่ายหลายฉบับ ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไรว่า กันไปตามเนื้อผ้า เมื่อต้นปี 2521 เกิดคดีจี้จับตัวประกันไปยิงกันตายในรถแยกเกษตร เกิดความผิดพลาดระหว่างการประสานงานของตำรวจ ตัวประกันตายด้วย เอามาเขียนการ์ตูนยุค พล.ต.อ.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น เป็นอธิบดีกรมตำรวจได้หลายเรื่อง คิดเอาแล้วกันว่า 365 วัน หมายถึง 365 ภาพ วันต่อวัน เพราะฉะนั้นคิดอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีข้อมูลด้วย การคิดประเด็นถึงสำคัญมาก เพราะรูปเป็นรูปเดียวอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม จะทำให้ลงตัวเป็นเรื่องยากพอสมควร บางภาพไม่ต้องมีคำบรรยาย คนอ่าจจะเข้าใจและขำในตัวละครเสียดสี แต่เราต้องพลิกแพลงไอเดียการนำเสนอตลอดเหมือนกัน
“การ์ตูนการเมืองนับเป็นวรรณกรรมประเภทหนึ่งในการสะท้อนสังคม เศรษฐกิจ การเมืองที่ล้อเลียนเสียดสี ผู้คนนิยมติดตามอ่านจำนวนมาก เพราะเข้าใจง่าย” สุนทรบอกและยอมรับอิทธิพลจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ทำให้เกิดความรู้สึกรุนแรงทุกด้าน ในอดีตสถานการณ์ทางการเมืองให้อิสระกับนักเขียน เป็นเหตุให้คอลัมนิสต์หลายคนเขียนอย่างแข็งกร้าว ตรงไปตรงมา เช่นเดียวกับภาพเขียนของเขาที่สะท้อนออกมาแบบไม่กลัวอะไร แต่เกือบติดคุกติดตะรางเพราะไปล้อเลียนดำรง ลัทธพิพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ตอนตัวเงินตัวทองบุกกระทรวงแล้วดันไปวาดภาพหน้าท่านมีลิ้นยางออกมา 2 แฉก เกาะบนท่องซุงปกป้องผลประโยชน์พ่อตาเป็นข่าวฮือฮาถูกฟ้องจนผู้ใหญ่ที่ต้นสังกัดต้องไปเจรจา
ยุคเขียนการ์ตูนการเมืองยากที่สุด เจ้าของนามปากกาทอนส์ 79 มองเป็นสมัยธานินทร์ กรัยวิเชียร การแสดงออกของสื่อมวลชนถูกจำกัดสิทธิ ไม่ว่าข้อความ หรือภาพ หนังสือพิมพ์ถูกปิดกันระนาวด้วยอำนาจเผด็จการเบ็ดเสร็จ การ์ตูนนิสต์ถูกสันติบาลสั่งเตือนหลายครั้ง ลำบากมากต้องคอยดูผู้นำตลอดเวลาทั้งคิดทั้งเขียน ยกตัวอย่างมีอยู่ครั้งหนึ่งเขียนนายกรัฐมนตรีธานินทร์เป็นรูปคนจีนสวมชุดขงเบ้งแต่ลากเกี๊ยะ ปรากฏว่า บรรณาธิการสั่งเปลี่ยนกรอบกลางอากาศยกหน้าออก เพราะกลัวหนังสือพิมพ์ถูกปิด ผิดกับสมัย ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนได้เต็มที่ ด่าโจมตีอย่างไรไม่โกรธ แกเป็นคนมีอารมณ์ขัน จิตใจกว้างมองบวกเสมอ เป็นผู้นำที่แฟร์สุด

ขณะเดียวกัน สุนทรได้เคยติดสอยห้อยตาม ประยูร จรรยาวงษ์ ปรมาจารย์การ์ตูนของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นเหมือนไอดอลของเขา ไปนั่งสุมหัวกันในคอฟฟี่ชอฟโรงแรมรัตนโกสินทร์ เป็นสถานที่ลมร้อนของนักการเมืองชื่อดังหลายคน อาทิ บัญญัติ บรรทัดฐาน วีระ มุสิกพงศ์ อุทัย พิมพ์ใจชน และ สมัคร สุนทรเวช ที่มักไปซุ่มเขียนหนังสือส่งต้นฉบับให้หนังสือพิมพ์สยามรัฐในนาม “นายหมอดี” มี ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ขึ้นครวญเพลงบนเวทีเป็นที่สนุกครึกครื่นของคนยุคนั้น ทำให้ได้ไอเดียการวิพากษ์วิจารณ์การเมืองนอกสภาไปเขียนการ์ตูนเกือบทุกวัน โดยเฉพาะ พล.ท.ประยูร ภมรมนตรี อดีตยุวชนทหารที่ยื่นมุกเขียนใส่กระดาษให้อยู่เป็นประจำ
อยู่หนังสือพิมพ์ดาวสยามประมาณ 5 ปี ได้รับการชักชวนจาก สุเทพ เหมือนประสิทธิเวช เจ้าของนามปากกา “สิงโตฮึ่ม ๆ” ยกสตาฟฟ์จากเดลินิวส์ สี่พระยามาบุกเบิก หนังสือพิมพ์บางกอกพิมพ์ไทย ซอยสภาศัพท์ สุขุมวิท 36 มี สมชาย ฤกษ์ดี หรือ “เบิ้ม บางเบิด” นพพร ตุงคะรักษ์ ใหญ่ ท่าไม้ ร่วมงานกันคึกคัก แต่ตอนหลัง ประสาน มีเฟื่องศาสตร์ หรือ “กระแช่” เรียกตัวกลับไปค่ายดาวสยาม แล้วมี ปรีชา สามัคคีธรรม อดีตนายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย ชวนไปทำหนังสือพิมพ์ “มหาราษฎร์” บุกเบิกไม่นานต้องลาโรง แยกย้ายไปตามวิถีนักหนังสือพิมพ์ของแต่ละคน
ส่วนสุนทรโยกไปเขียนคอลัมน์สายทหาร หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย ยุค สุคนธ์ ชัยอารีย์ ทำนองประชารักษ์ ปรีชา กุลปรีชา กระทั่งปิดตัวลง เป็นก้าวย่างที่สร้างสรรค์ด้วยการ์ตูน และทำข่าวที่ได้รู้จักผู้คนมากมาย ลายเส้นแบบไทย ๆ เป็นตำนานเดินทางยาวไกลมาก ผ่านสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมาหลายรัฐบาลเกินครึ่งศตวรรษ เพื่อนมิตรในวงการเลิกรากันไปแล้วหลายราย บ้างยังคงโลดแล่นอยู่ชนิดไม่เกษียณตัวเองที่แลกเปลี่ยนความเห็นกันบางเวลา
“มันอยู่ในสายเลือดผมแล้ว” สุนทรว่าถึงดีเอ็นเอการเขียนการ์ตูนและการทำข่าว

