ทายาทสาวคนเก่งของ พล.ต.ท.คำรณ ลียะวณิช อดีตผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

รองเม้าส์-พ.ต.ท.หญิง ฉันฉาย รัตนพานิช รองผู้กำกับการฝ่ายกิจการต่างประเทศ กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล เกิดกรุงเทพมหานคร แต่ต้องย้ายตามบิดาไปเรียนหลายแห่ง ตั้งแต่สงขลา ยันเชียงใหม่ ก่อนเข้ามัธยมปลายโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สุดท้ายเลือกเอ็นทรานซ์เรียนคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพราะไม่ชอบชีวิตในเมืองหลวง

เธอมีความฝันวันเด็กอยากก้าวเป็นแอร์โอสเตสอยู่สายการบินไทย ไม่ก็รับราชการอยู่ตามกระทรวง ไม่มีความคิดจะเป็นตำรวจตามรอยเท้าพ่อ พอจบมาไปทำงานบริษัทเอกชนกินเงินเดือนเกือบ 2 หมื่นกว่าบาทนานปีเศษ พ่อทักอยากให้รับราชการเพราะเห็นเป็นผู้หญิงน่าจะมีความมั่นคงกว่า และแนะให้มาสมัครตำรวจ

“จริง ๆ ก็ชอบนะเป็นตำรวจ” นายตำรวจหญิงเผยความคิด เป็นเหตุผลสำคัญที่สมัครใจตามคำพ่อเข้ามาเป็นพลสำรองพิเศษสังกัดกองพิสูจน์หลักฐานตามวุฒิที่ได้เรียนมา จากนั้นเข้าอบรมเลื่อนเป็นชั้นสัญญาบัตรตำแหน่งรองสารวัตรงาน 3 กองกำกับการ 4 กองพิสูจน์หลักฐาน “ได้ทำหน้าที่หลักคือตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเอาความรู้ที่ได้เรียนมาใช้เต็มที่ รู้สึกชอบ สนุก เป็นงานที่ตื่นเต้น สมัยนั้นยังไม่มีครอบครัว แต่พอมีลูก มองว่า การทำงานอยู่ในห้องแล็ป ขลุกอยู่กับสารเคมีแล้วยังต้องไปเป็นพยานศาล บางทีไปตรวจที่เกิดเหตุเวลาไม่แน่นอน มันไม่เหมาะกับชีวิตครอบครัวเลยอยากออกมาหาประสบการณ์งานด้านอื่น”

รองเม้าส์เล่าว่า ขอทำเรื่องย้ายมาอยู่สันติบาล ทำหน้าที่รองสารวัตรฝ่ายอำนวยการ 1 กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล เริ่มศึกษางานใหม่ ดีตรงที่ว่า เรามีพื้นฐานความรู้ด้านภาษาอังกฤษดี สันติบาลทำงานด้านการข่าว ต้องมีการประสานงานกับหน่วยข่าวต่างประเทศเยอะ ทำให้ไม่เป็นอุปสรรคกับการมาเริ่มงานที่นี่

เธอได้รับเลือกให้เข้าอบรมหลักสูตรเอฟบีไอ รุ่นที่ 233 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นผู้หญิงคนที่ 3 ของประเทศที่ได้รับเลือกให้เข้าอบรมในหลักสูตรดังกล่าว เหตุผลสำคัญที่ทำให้ได้รับการคัดเลือก เพราะทำงานประสานกับเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ที่ประจำอยู่ในประเทศไทยโดยตลอด ก่อนเลื่อนเก้าอี้ขึ้นเป็นสารวัตร และรองผู้กำกับในสังกัดสันติบาล แถมได้รับการทาบทามให้เป็น “โฆษกตำรวจหญิง” คนแรกในประวัติศาสตร์ของสำนักปทุมวัน

เจ้าตัวย้อนว่า ผู้ใหญ่อยากได้ผู้หญิงมาช่วยท่านพงศพัศ พงษ์เจริญ และท่านปิยะ อุทาโย เป็นทีมงานโฆษก ยุคของท่านปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะอยากให้ภาพลักษณ์ขององค์กรดีขึ้น แต่ไม่ทราบว่า ทำไมต้องเลือกเรา ประสบการณ์ก็ไม่มี คงเห็นจบเอฟบีไอ โปรไฟล์ดีมากกว่า ท่านพงศพัศโทรศัพท์เรียกไปพบวันอาทิตย์ คำสั่งออกวันนั้น นายสั่ง เราก็ต้องทำ เป็นอยู่จนท่านปทีปเกษียณ ยอมรับว่า ปกติเราไม่ชอบอยู่หน้ากล้อง มันประหม่า ต้องหาข้อมูลสารพัด บางทีนอนไม่หลับเมื่อรู้ว่าต้องไปให้สัมภาษณ์พิเศษออกโทรทัศน์

“ตอนหลังชิน เพราะได้รับเสียงตอบรับ และกำลังใจที่ดีจากเพื่อนๆสื่อมวลชน ทำให้รู้สึกอบอุ่น มีกำลังใจในการทำงานในหน้าที่นี้ มองว่าการที่ให้ผู้หญิงมาทำหน้าที่โฆษกตำรวจแสดงให้เห็นว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญให้โอกาสกับผู้หญิงได้เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะผู้หญิงก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม การที่มีโฆษกเป็นผู้หญิงจะทำให้การสื่อสารข้อมูลข่าวสารต่างๆไปยังผู้หญิงสามารถทำได้ดีขึ้นอีกด้วย” อดีตโฆษกสาวสวยคนเก่งว่า

ลูกสาวอดีตผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนยังกล่าวถึงบิดาว่า พ่อสอนตลอดและทำเป็นตัวอย่างให้เห็นในด้านความอุตสาหะ ความเสียสละในหนาที่ ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เราได้เห็นพ่อเป็นตัวอย่าง เห็นพ่อประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีลูกน้องเพื่อนฝูงที่รักเป็นแบบอย่างที่ดี เวลาเรามีปัญหา พ่อก็จะแนะแนวทางการทำงานว่า ถ้าเราคิดว่า เรามีความเชี่ยวชาญในการทำงานด้านนี้ เราทำได้ ก็ให้เราทำในสายงานที่เราถนัด ถ้าไม่ถนัด พ่อจะไม่แนะนำ

“คุณพ่อท่านเข้มงวดมาก มีระเบียบวินัยสูงตามแบบฉบับของตำรวจตระเวนชายแดน ลูกๆทุกคนจึงอยู่ในกรอบ มีระเบียบวินัยก็เป็นผลดีทำให้เราเป็นคนมีระเบียบวินัยจนถึงทุกวันนี้”รองผู้กำกับสันติบาลยิ้มอย่างภูมิใจ