วัญใจสื่อมวลชนจากเวทีประกวด “ธิดาพญาแล” ในงานกาชาดจังหวัดชัยภูมิเมื่อกลางเดือนมกราคมปี 2557

“เจน” ศิรประภา พุทธลา นักศึกษาสาวคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทายาท

พ.ต.อ.บัณฑิต พุทธลา ผู้กำกับการ(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ หลานสาวเจ้าพ่อพญาแลตั้งแต่กำเนิด

มีพี่น้อง 4 คนเป็นหญิงล้วน ตัวเองเป็นคนที่ 3 เรียนจบอนุบาลโรงเรียนสาคริชวิทยา ไปต่อประถมโรงเรียนสุนทรวัฒนา และมัธยมโรงเรียนสตรีชัยภูมิ มีความฝันอยากเป็นแอร์โฮสเตส เพราะเป็นอาชีพที่แต่งตัวสวย ประกอบกับชอบเรียนภาษา พอโตขึ้นรู้สึกว่า แอร์โฮสเตสเป็นงานบริการกลัวทำไม่ได้ถึงเปลี่ยนใจเลือกเดินทางกฎหมาย เพราะมองอนาคตอยากเป็นตำรวจเหมือนพ่อ ไม่ก็เป็นอัยการ หรือผู้พิพากษา

“คุณพ่อย้ายมาอยู่กองเมืองตั้งแต่หนูอยู่ชั้นประถม 4 เลิกเรียนหนูเดินจากโรงเรียนมาโรงพักหาคุณพ่อจนถึงมัธยม 6 คลุกคลีอาชีพตำรวจมานาน เห็นคุณพ่อทำงานสอบสวนทำให้ซึมซับ เรียกได้ว่า โตบนโรงพัก ถึงชอบอยากเป็นตำรวจ กะว่าเรียนจบปริญญาแล้วจะมาลองสอบตำรวจดู” นักศึกษาลูกพ่อขุนว่า

ตอนแรกเธอผิดหวังเล็กน้อยที่สอบเข้านิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่ได้ ไปติดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไม่อยากเรียนเนื่องจากตั้งความหวังไว้ว่า ถ้าไม่ได้เป็นลูกแม่โดมก็จะขอเป็นลูกพ่อขุน เชื่อว่า คุณภาพของมหาวิทยาลัยเท่าเทียมกัน ทั้งที่พ่อกับแม่แนะนำให้พักก่อนแล้วปีหน้าค่อยมาลองสอบใหม่ ทว่าเธอรู้สึกเสียดายเวลาเลยเลือกเรียนรามคำแหงต่อ

ลูกสาวคนสวยพนักงานสอบสวนฝีมือดีเมืองชัยภูมิยังฉายแววนางงามมาตั้งแต่วัยประถมตอนทำกิจกรรมโรงเรียน มีแมวมองชวนไปขึ้นประกวดนางนพมาศงานวันลอยกระทง จากนั้นขึ้นประกวดเวทีจัตุรัส ก่อนมาคว้ารางวัลเวทีหลานปู่แล ซึ่งจัดเป็นปีสุดท้ายสมัยอยู่ชั้นมัธยมปีที่ 5 ก่อนเดินสายคว้ารางวัลที่ 3 นางงามท้องถิ่น ได้อันดับ 2 ประกวดพริตตี้สกู๊ปปี้ไอของค่ายรถฮอนด้า และเข้ารอบเก็บตัวประกวดธิดาพญาแลเมื่อหลายปีก่อน

เจนเล่าว่า ตอนหลังก้าวระดับเวทีใหญ่เมื่อมีคนชักนำเห็นเราหน่วยก้านดี เป็นครูโรงเรียนเซ็นเตอร์สเตจ สถาบันสอนศิลปะการเต้นและบุคลิกภาพให้ไปประกวดเวทีไทยซุปเปอร์โมเดล ได้เป็นตัวแทนภาคกลางจากทั้งหมด 2,000  คน แต่ไปแพ้ตอนรวมทุกภาค ก่อนเข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ของช่อง 5 เข้ารอบ 44 คนสุดท้าย

“ตอนนั้นคิดว่าจะเลิกแล้ว คุณพ่อไม่ให้แล้วกลัวเสียเวลาเรียน เพราะต้องเรียนกฎหมายหนักขึ้น ปกติก็มีงานแคสติ้งโฆษณาด้วย คุณพ่อบอกไม่ต้องทำแล้ว แต่หนูอยากทำหารายได้เรียนหนังสือไม่ต้องรบกวนคุณพ่อคุณแม่”

ในที่สุด เจนต้องขึ้นเวทีอีกครั้งในงานกาชาดจังหวัดบ้านเกิดที่ผ่านมาในนามกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิคว้ารางวัลขวัญใจสื่อมวลชนทิ้งทวนก่อนกลับกรุงไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยรามคำแหงตามหาความฝันบนเส้นทางผู้รักษากฎหมายในอนาคตอันใกล้

เธอย้อนเรื่องราวเกี่ยวกับพ่อว่า สนิทกันมาก เพราะทุกวันหลังเลิกเรียนต้องมาขลุกอยู่กับพ่อบนโรงพัก เห็นพ่อทำสำนวนการสอบสวน สอบปากคำผู้เสียหาย ผู้ต้องหา พยาน บางครั้งก็มาทะเลาะกันบนโรงพัก พ่อต้องคอยไกล่เกลี่ย ทำให้รู้สึกว่า ชีวิตตำรวจเหนื่อยมาก ในความที่เราเป็นลูกตำรวจยิ่งเห็นการทำงานที่เหนื่อยของพ่อ บางคนอาจมองว่า สบายนั่งอยู่บนโรงพัก ไม่เหมือนสายอื่นที่เหนื่อยกว่า แต่จริง ๆ งานสอบสวนเป็นงานที่ต้องใช้สมอง ใช้ความคิด แม้ไม่เหนื่อยกาย แต่สมองใช้งานมาก

“บางวันคุณพ่อกลับบ้านไปก็เครียด ไม่คุยกับใคร กินข้าวไม่ได้ คิดแต่เรื่องงาน บางครั้งรู้สึกว่า ทำไมคุณพ่อต้องทุ่มเทขนาดนั้น กลับบ้านมาแทนที่จะผ่อนคลายใช้ชีวิตครอบครัวให้เต็มที่ พวกลูก ๆ ได้แค่คอยให้กำลังใจ พยายามแบ่งเวลาทำกิจกรรมครอบครัวด้วยกันเพื่อคลายเครียด” นางงามขวัญใจสื่อมวลชนว่า

 “หนูภูมิใจที่มีพ่อเป็นตำรวจคะ”