“เราเป็นฟันเฟืองเล็กๆส่วนหนึ่งที่ได้ร่วมถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารในแต่ละวันให้ผู้คนส่วนใหญ่ได้รับรู้ผ่านทางรายการ แม้ทุกวันการทำงานของเราจะเหมือนเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปในแต่ละวันคือ ข่าว ที่มีทั้งเรื่องใหม่ และความคืบหน้าจากเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว จึงทำให้เราไม่ได้รู้สึกซ้ำซากและจำเจในการทำงาน อีกทั้งการทำงานแบบนี้ยังทำให้เราได้พบเจอคนหลายๆรูปแบบ ทำให้ได้เรียนรู้ เพราะเชื่อว่า การทำงานก็คือการเรียนรู้ และสนุกกับมัน” นี่เป็นหลักการทำงานของสาวสมัยใหม่ อย่าง “คุณหนูนา” นิภาพร อรรถวิทยา โคโปรดิวเซอร์สาว รายการข่าวเก็บตกจากเนชั่นภาคกลางวัน ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นทีวี ช่อง 22

ก่อนที่ หนูนา สาวคนขยัน อัธยาศัยดีผู้นี้จะก้าวเข้าสู่วงการสื่อสารมวลชนด้านข่าว เธอมีต้นทุนจากคนที่ชอบติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่เสมอ การศึกษาจบชั้นมัธยมจากโรงเรียนบางแก้วประชาสรรค์ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเนชั่น ถือเป็นการตัดสินใจเรียนด้านนี้ด้วยความชอบงานด้านนี้ ทันทีที่จบปริญญาตรีก็ได้รับโอกาสมาทำงานในวงการข่าว ในตำแหน่งโคโปรดิวเซอร์รายการเก็บตกจากเนชั่นภาคกลางวัน ซึ่งนับได้ว่าเป็นความสำเร็จบันไดก้าวแรกที่เรียนจบแล้วได้ทำงานใช้ศาสตร์ที่ได้ร่ำเรียนมา ทำให้มีความสุขกับการทำงาน โดยไม่ปล่อยให้โอกาสที่เข้ามาหลุดลอยไปเฉยๆ ก่อนจะได้รับประสบการณ์ที่คุ้มค่า ให้รู้จักการทำงานเป็นทีม กรารสื่อสารที่ดีทำให้การทำงานออกมาได้ดีเสมอ

แน่นอนว่าทุกคนต้องมีคติยึดมั่นสำหรับการทำงานหรือการดำเนินชีวิต ไม่ต่างจากหนูนา ที่ยึดคติประจำใจว่า “ทำวันนี้ให้ดีที่สุด” สำหรับการทำงานและการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน เพราะถ้าหากเราทำทุกสิ่งอย่าง ไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ที่เป็นเรื่องสุจริต ไม่ผิดศีลธรรม ไม่เบียดเบียนตัวเองและผู้อื่นให้ดีที่สุดแล้ว เมื่อมองย้อนกลับไปก็จะไม่รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ผ่านมา

เช่นเดียวกับบุคคลต้นแบบ หรือที่เรียกกันว่า “ไอดอล” สำหรับให้แต่ละคนยึดถือเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต หลายคนมีดารานักร้อง มีบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคมเป็นแบบอย่างให้เจริญรอยตาม โคโปรดิวเซอร์สาวคนนี้ก็มีไอดอลของเธอเช่นเดียวกัน โดยบอกว่า “สำหรับไอดอลของหนูไม่ใช่ดารา หรือบุคคลดังๆแน่นอน แต่หนูมองคนใกล้ตัวป็นตัวอย่าง นั่นคือ คุณพ่อ เพราะกว่าหนูจะเกิดเติบโตมา ร่ำเรียนหนังสือจนจบปริญญาตรี มีหน้าที่การงานดีๆทำ สามารถดูแลตัวเองได้ขนาดนี้ พ่อต้องเหนื่อยและอดทนมาก จึงเอาความอดทนและความเข้มแข็งของพ่อมาเป็นต้นแบบในการดำเนินชีวิตค่ะ”

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกคน ทุกชนชั้น ทุกฐานะ ทุกอาชีพ ล้วนต้องผ่านความท้อแท้ หรือพบเจออุปสรรคปัญหาน้อยใหญ่มาด้วยกันทั้งนั้น หนูนา สาวในวงการคนเบื้องหลังข่าวโทรทัศน์คนขยันก็เช่นกัน เธอมีเคล็ดไม่ลับในการเอาชนะอุปสรรคต่างๆ แล้วก้าวผ่าน พร้อมกับเติมกำลังใจให้ตัวเองว่า วิธีก้าวผ่านความท้อนั้นง่ายๆเลย คือ ให้มองคนที่แย่กว่า และลำบากกว่าเรา เพราะมีอีกไม่น้อยที่โอกาสน้อยกว่าเราในหลายๆด้าน หรือแม้แต่ผู้พิการทุพลภาพ ยังสู้ชีวิต ยังอยู่ได้ แล้วไฉนเราที่อย่างน้อยยังมีครบถ้วนมากกว่าจะอยู่ไม่ได้ ท้อได้แต่อย่าถอย เมื่อมีปัญหาจะไม่วิ่งหนีหรือหลบปัญหา อยู่กับมัน ใช้สติค่อยๆคิด แก้ทีละจุดเป็นขั้นตอน โดยไม่มองข้ามจุดเล็กๆ ส่วนวิธีการเติมแรงใจให้ตัวเองคือการเข้าวัดทำบุญ ทำในสิ่งที่ชอบ แล้วทานอาหารที่อยากทาน สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผ่อนคลายจากความเครียด ก่อให้เกิดสติคิดวิธีแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี

โคโปรดิวเซอร์สาวคนขยัน ยังได้ให้ทัศนคติเกี่ยวกับผู้หญิงสวยและเก่ง ว่า หน้าตารูปลักษณ์ การแต่งกายภายนอกก็เป็นปัจจัยหนึ่ง ดังที่สำนวนบอกว่า “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง” แต่ความสวยที่แท้จริงต้องสวยออกจากภายใน จิตใจดี คิดดี พูดดี มารยาทดี สิ่งเหล่านี้จะสะท้อนความสวยออกมาเองโดยอัตโนมัติ หากหน้าตาสะสวยอยู่แล้วมีความสวยจากภายในเสริมจะทำให้ดูสวยและมีค่ายิ่งขึ้น หากสวยแค่หน้าตา แต่กิริยามารยาท จิตใจไม่ดีก็ไม่มีประโยชน์ เหมือนสวยแต่รูปแต่จูบไม่หอม ส่วนเรื่องความเก่งก็ไม่จำเป็นให้เก่งทุกเรื่อง ขอให้รอบรู้ รู้เท่าทัน รู้กาลเทศะ มีความคิดและทัศนคติที่ดี มองโลกในความเป็นจริง ให้สมกับผู้หญิงสมัยใหม่ในยุคโซเชียลมีเดีย

หนูนา ยังบอกอีกว่า ความสำเร็จในชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนตั้งเป้าทีละขั้น บางคนตั้งไว้สูงเลย และนั้นคือเป้าหมายที่เราต้องเดินไปให้ถึง หากถามว่าตอนนี้ประสบความสำเร็จในชีวิตหรือยัง ก็ต้องตอบว่ายังไม่สำเร็จในตอนนี้ แต่ที่ผ่านมาก็สำเร็จมาเป็นขั้นบันได ตั้งแต่เรียนจบก็อีกขั้น ได้งานทำเลี้ยงตัวเองได้ก็อีกขั้น แต่เป้าหมายชีวิตที่ตั้งไว้ คือ การมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งตอนนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาตลาด

โคโปรดิวเซอร์สาวยิ้มเก่งอย่าง คุณหนูนามีความเห็นเกี่ยวกับผู้หญิงในยุคปัจจุบันกับสมัยก่อนด้วยว่า เมื่อยุคสมัยมันเปลี่ยนไป ก็ทำให้การดำเนินชีวิตของผู้หญิงยุคนี้กับยุคก่อนค่อนข้างแตกต่างกันมาก ทั้งหน้าที่การงาน การศึกษา ความคิด การยอมรับจากสังคม โดยผู้หญิงยุคนี้จึงมีโอกาสมากกว่าผู้หญิงในยุคก่อนๆ ซึ่งผู้หญิงสมัยนี้สามารถเป็นหัวหน้าครอบครัว และหัวหน้างานได้ มีสิทธิเสรีภาพได้เท่าเทียมผู้ชาย แต่สิ่งที่ยังเหมือนและยังคงอยู่คือความอ่อนโยนที่มีในจริตของผู้หญิง แม้บางสถานะหรือหน้าที่นั้นต้องวางตัวให้เข้มแข็งเป็นผู้นำก็ตาม