เหมือนละครโรงใหญ่ในอาณาจักรสีกากีที่ฉายฉากวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาตั้งแต่ยุคโบราณ

นิทานว่าด้วยการปราบปรามแหล่งอบายมุขที่หลายคนมักพูดกัน “มันปาก”

ลำบากจะทำได้จริง

ยิ่งช่วงใกล้แต่งตั้งโยกย้าย ช่วงเปลี่ยน “นายใหม่” บทบาทการแสดงย่อมปรากฏให้เห็นเป็น “บุญตา” แก่ประชาชน

สมัยก่อนเขาเรียก “วิชามาร” ของตำรวจ ทิ่มพรวดใส่ท้องที่ไหนเก้าอี้ 4-5 เสือโรงพักเตรียมเด้งกระจาย บางครั้งขยายไปถึงระดับรองผู้บังคับการรับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอบายมุข

เป็น “เป้านิ่ง” ไม่ว่า “ธุรกิจสีเทา” จะวิ่งเข้ามาหรือหาญกล้าเผชิญ “กฎเหล็ก”

ตำรวจท้องที่ไม่มีสิทธิปฏิเสธความรับผิดชอบ

ล่าสุดตำรวจตรวจคนเข้าเมืองยุค พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล นายทัพหนุ่มไฟแรงของแสดงบท “ยักษ์มีกระบอง” ส่ง พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นำกำลังสืบสวนตรวจคนเข้าเมือง สนธิตำรวจกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ และ พ.ต.อ.สุเทพ ชนะสิทธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน ทลายบ่อนการพนันในอาคารพาณิชย์ตลาดพระโขนงเก่า ซอยปรีดีพนมยงค์ 2 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

รวบนักพนันชายหญิงเกือบ 50 คน ของกลางเป็นโต๊ะบาคาร่า ป๊อกเด้ง ไฮโล พร้อมชิปแลกเงิน และอุปกรณ์การเล่นพนันอื่นๆ อีกจำนวนมาก

พล.ต.ต.อิทธิพล ให้เหตุผลถึงตำรวจหน่วยตรวจคนเข้าเมืองบุกจับบ่อนพนันถึงถิ่นนครบาลเพราะได้รับการร้องเรียนมีต่างด้าวเข้ามาเล่นการพนันเป็นจำนวนมาก

ทว่าต่างด้าวที่ระบุแค่ทำหน้าที่พนักงานคอยบริการแลกชิป แจกไพ่ เสิร์ฟอาหาร

บ่อนดังกล่าวว่ากันว่าเป็นของ “ผู้มีอิทธิพลคนดัง” ย่านบางกะปิ ข้ามอาณาจักรตัวเองมาเปิดนอกพื้นที่ เพราะมี “ไฟเขียว” จากผู้ใหญ่หรือไม่ เป็นเรื่องต้องติดตามสืบสาวเบื้องลึกกันเอง

ปฏิบัติการครั้งนี้ของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเหมือน “ส่งสัญญาณ”ไปถึงตำรวจท้องที่ทั่วประเทศให้ระวังเก้าอี้ร้อน “รับลมหนาว” ช่วงเวลาใกล้แต่งตั้งโยกย้ายระดับ รองผู้บังคับการ-สารวัตร ที่มีข่าววิ่งกันสะพัดถึงขั้นเสนอตัวเลข 7  หลัก

ขอปักหมุดทำเลทอง

ส่วนเจ้าของธุรกิจสีเทาอาจต้อง “เกาหัว” ไม่แพ้กัน เมื่อต้องย้อนกลับไปเรียนวิชาเลขคณิตคิด “บวก-ลบ-คูณ-หาร” ใหม่

หากใจไม่ป้ำพอคงต้องพับกิจการลาโรงเหมือน “เจ้าพ่อ-เจ้าแม่” บ่อนพนันและตู้ม้าหลายรายในอดีตที่ต้องปิดตำนาน

แต่ม่านของ “ละครสีกากี” โรงนี้ไม่เคยปิดฉาก !!!