กือบเที่ยงวัน ชลอกับลูกน้องคู่ใจอีก 3 คน ขับรถมาถึงเขตตำบลปากเพรียว อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี

ชลอสั่งจ่าแป๊ะเอารถเบนซ์ของเขาไปจอดห่างจากสุเหร่า ริมถนนพหลโยธิน ที่ไบคานชอบมาละหมาดทุกวันศุกร์ เขาสั่งให้จอดไม่ใกล้ไม่ไกลเป้าหมาย แต่พอที่จะเห็นความเคลื่อนไหวบริเวณสุเหร่าได้อย่างชัดเจน

“ไอ้แป๊ะ…มึงเอาวิทยุเปิดข่ายพิเศษของเราเอาไว้ เผื่อมึงเห็น ไอ้น้อย หรือไอ้หยอง มันออกจากสุเหร่า จะได้เรียกกูทัน เดี๋ยวกูให้ไอ้แจ้งถือไว้ติดตัวอีกเครื่อง…”

จากนั้นชายหนุ่มหัวหน้าตำรวจเมืองลิง ในชุดเสื้อยืด กางเกงยีนส์ รองเท้าหนัง ใส่หมวกแก๊ปตามสไตล์ พร้อมหมวดเจิม และหมู่แจ้ง สำรวจอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร และการปกปิดอาวุธให้มิดชิด ก้าวเดินลงจากรถ

ไม่กี่อึดใจทั้งหมดเดินผ่านสุเหร่าริมถนน ด้านหลังสุเหร่าแห่งนี้เป็นสุสาน หรือกุโบร์ที่ฝังศพของวันดี ศรีตรัง นางเอกหนังลูกสะใภ้ไบคานผู้ล่วงลับ ที่หลายคนคนยังกังขาอยากให้ขุดศพขึ้นมาพิสูจน์ว่า เธอเสียชีวิตจากสาเหตุใดกันแน่

ผ่านสุเหร่าริมถนน ทั้ง 3 คนเดินไล่ไปตามถนนพหลโยธิน เรื่อยมาจนผ่านตลาดสดในตำบลปากเพรียว อย่างรู้เส้นทาง เพราะถ้าไม่มีภารกิจใด ชลอมักจะเดินทางมาหาข่าวไอ้หยองแถวบ้านไบคานอยู่เสมอ

แต่เขาไม่เคยได้ข่าว หรือความเคลื่อนไหวของทายาทไบคานตัวแสบทั้ง 2 คนแม้แต่น้อย

ถึงแม้ชลอ กับพวกจะเดินดูเหมือนเรื่อยเปื่อย แต่สายตาของชายทั้ง 3 คู่สอดส่ายสังเกตสิ่งรอบตัวอย่างระแวดระวัง ก่อนเดินข้ามสะพานข้ามแม่น้ำป่าสัก แม่น้ำใหญ่ที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ ไหลผ่านจังหวัดเลย เพชรบูรณ์ ลพบุรี  ผ่าเข้ามากลางเมืองสระบุรี ก่อนจะไหลลงไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

อากาศกำลังสบายๆ เพราะถึงแม้จะเป็นช่วงเที่ยง แต่แดดไม่แรงมาก ซ้ำยังมีลมฝนพัดมาเอื่อยๆอีก ชายฉกรรจ์ทั้ง3คน เดินเลี้ยวซ้ายไปตามทางเดินเลียบแม่น้ำป่าสัก ที่มีบ้านผู้คนเรียงราย  เป้าหมายบ้านไบคานอยู่ข้างหน้าอีกไม่กี่ก้าว ระยะไม่ถึง 50 เมตร

พลันสายตาชลอมองเห็นชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา 2 คน ยืนคุยอยู่หน้าบ้านไบคาน เขาจำได้ทันทีว่า 1 ใน 2 คนนั่นคือ เสี่ยหยอง ส่วนอีกคนเขาจำไม่ได้ และไม่รู้เป็นใคร แต่เดาว่าน่าจะเป็นลูกน้อง เพราะลักษณะท่าทางพินอบพิเทาไอ้หยองอยู่มาก

แทบจะวินาทีเดียวกัน เสี่ยหยองก็หันมามองเห็นชลอเช่นกัน

ปฏิกริยาแรกของคนทั้งคู่ ชลอตะปบมือไปที่เอวชักปืนบราวนิ่ง ไฮพาวเวอร์ ขนาด 9 มิลลิเมตร เมดอิน เบลเยี่ยม ที่เขาเพิ่งไปซื้อมาจากร้านพ่อเพื่อน ย่านวังบูรพามาในราคา 38,000 บาท ออกมาชี้ไปที่ไอ้หยอง พร้อมตะโกนเรียกเสียงดังลั่น

“ไอ้หยอง….”

ขณะที่ปฏิกริยาของ เสี่ยหยอง ทายาท ไบคาน ที่หันมาเห็นคู่ปรับ มันหันหลังกลับพร้อมวิ่งอ้าวเลี้ยวซ้ายอกไปทางถนนข้างบ้าน เพราะทางข้างหน้ามันเป็นทางตันไปไมได้

ตำรวจนอกเครื่องแบบทั้ง 3 คน วิ่งพลางตะโกนพลางให้ไอ้หยองหยุด  โดยในมือทั้ง 3 คน มีปืนพกคู่ใจชักออกมา พร้อมที่จะระเบิดกระสุนออกไปได้ทุกเมื่อ หากมีลูกน้องไบคน หรือไอ้หยองโผล่ขัดขวาง โดยเฉพาะจังหวะการวิ่งผ่านหน้าบ้านจอมอิทธิพลไบคาน

แว่บหนึ่งที่สายตาชำเลือง ชลอ เห็นคนในบ้านไบคานหลายคน คาดว่าน่าจะเป็นผู้ที่มาร่วมงานวันเกิด “นางเหลี่ยม” แม่ไอ้หยอง โดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงต่างวิ้ดว้ายเสียงดังลั่น

“ไอ้หยอง….มึงหยุด ไม่งั้นกูยิง”

เสียงของตำรวจนอกเครื่องแบบทั้ง 3 คนตะโกนเรียกชื่อไอ้หยองดังลั่นไปทั่วซอย

แต่ไอ้หยองวิ่งหนีสุดชีวิต ในขณะที่ชลอ และลูกน้องอีก 2 คน วิ่งไล่ตาม โดยไม่สนใจชายหนุ่มท่าทางเป็นลูกน้องอีกคนที่ฉีกตัวหนีเข้าไปในบ้านไบคาน

ระยะห่างไม่ไกล ไม่ถึง 50 หลา ชลอ ซึ่งวิ่งนำหน้าลูกน้องทั้ง 2 คน  เบาฝีเท้านิดหนึ่งก่อนจะหยุดนิ่ง จากนั้นวาดปืนเล็งไปที่หลังของเสี่ยหยองที่กำลังวิ่งออกไปจะพ้นซอย เป้าเคลื่อนที่ กับระยะขนาดนี้ บวกกับความแม่นยำของปืนบราวนิ่งไฮพาวเวอร์ที่เขาลองยิงมาหลายร้อยนัด เชื่อว่าไม่มีพลาด พร้อมคำรามในใจ

“มึง….คิดจะฆ่ากูเหรอ”

แต่ชลอเปลี่ยนใจลดปืนลง ออกวิ่งไล่ตามไอ้หยองต่อ เพราะเสียงเอะอะโวยวาย ทำให้เริ่มมีคนออกมาดูมากขึ้น

ส่วนจอมโหดทายาทไบคาน  เมื่อวิ่งพ้นปากซอยแล้ว ชายหนุ่มหุ่นสำอางวิ่งข้ามถนนอย่างไม่กลัวรถราจะพุ่งชน เป้าหมายของมัน เป็นบ้านข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งของจังหวัดสระบุรี ที่อยู่ข้างหน้า

ข้าราชการคนนี้เป็นระดับบิ๊กในกระทรวงมหาดไทย ชลอรู้ดีว่า สนิทสนมกับไบคานผู้พ่อ  ขนาดยินยอมเซ็นชื่อรับรองการเปลี่ยนนามสกุลของไบคาน ให้มาใช้นามสกุลข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดสระบุรีอีกคนหนึ่ง รวมทั้งขอเปลี่ยนสัญชาติ จากปากีสถาน มาเป็นคนไทยอีกด้วย

ตำรวจทั้ง 3 คนจากลพบุรี วิ่งข้ามถนนจนตามไปถึงกำแพงรั้วบ้าน ทั้งหมดเห็นกับตา ไอ้หยองวิ่งหายเข้าไปอยู่ในบ้านผู้ใหญ่คนนั้นแล้ว

ชลอโบกมือส่งสัญญาณไม่ให้ลูกน้องตามเข้าไป เพราะถึงแม้เขาจะมีตำแหน่งพันตำรวจเอก เป็นถึงหัวหน้าตำรวจจังหวัด แต่ยังเด็กเกินกว่าจะบุกเข้าไปในบ้านข้าราชการระดับนี้

“ปล่อยมันไปก่อน….”

ชลอพูดพึมพำกับลูกน้องในลำคอ ก่อนที่จะยืนสังเกตไปรอบๆตัวบ้าน เขายืนอยู่ครู่หนึ่ง จึงให้หมวดเจิม วิทยุเรียกให้ จ่าแป๊ะ ขับรถมารับ โดยให้ขับเลยไปจากบ้านบิ๊กมหาดไทยเล็กน้อย ก่อนทั้งหมดจะขึ้นรถแล่นออกไปท่ามกลางสายตาของชาวบ้านหลายสิบคนที่เห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้

และนี่คือการเห็นตัวกันเป็นๆของ 2 คู่ปรับเป็นครั้งสุดท้าย

ส่วนไอ้หยอง  หลังจากพ้นเงื้อมมือชลอมาได้อย่างหวุดหวิด โดยการอาศัยใบบุญพ่อที่สนิทสนมกับบิ๊กข้าราชการผู้นี้ มันยืนหอบตัวโยนอยู่พัก  ก่อนจะมีอ.ส.ที่ทำหน้าที่เฝ้าบ้านและคุ้นเคยกับเขาเป็นอย่างดี พาตัวเขาเข้าไปในบ้าน

“มึง….ไอ้ลอ …เดี๋ยวมึงจะได้เห็นดีกัน”

ไอ้หยอง ได้แต่พ่นแค้นอยู่ในใจ

—————————————————–

หลังจากวันนั้น ชลอได้ข่าวไอ้หยองหนีเตลิดลงใต้ เข้าใจว่าไปหลบอยู่ในสุเหร่าแห่งใดแห่งหนึ่ง

ขณะเดียวกันกระแสข่าวการเข้ามอบตัวของไอ้หยองตามสถานที่ต่างๆถูกปล่อยออกมาเป็นระยะๆท่ามกลางข่าวสมุนไบคานเริ่มเข้าไปในพื้นที่อำเภอชัยบาดาล มาขอร้องชาวบ้านปนข่มขู่ ขอไม่ให้การเป็นพยานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ไม่เท่านั้น มาตรการข่มขวัญชาวบ้านหนองเต่า ตำบลชัยบาดาล ยังทวีความรุนแรงและน่าหวาดผวามากขึ้น โดยเฉพาะกรณีมีรถกระบะลึกลับ ทำทีทำกล่องขนมเปี๊ยะจำนวนมากหล่นบนถนนหน้าโรงเรียนในหมูู่บ้าน

แต่ตำรวจมาพบก่อน สั่งผู้พบเห็นโดยเฉพาะเด็กๆห้ามกิน พร้อมเก็บรวบรวมไปตรวจพิสูจน์เพราะเกรงขนมเปี๊ยะจะถูกฉาบยาพิษ

ชลอ รู้ดีว่าถึงแม้ไอ้หยองจะไม่อยููในพื้นที่แต่บารมีมันยังมาก โดยเฉพาะเรื่องเงิน ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ พยายามทำทุกวิถีทางที่จะให้ชาวบ้านรู้สึกปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นการไล่ล่าจับสมุนไบคานที่ยังกระจัดกระจายอยู่ในพื้นที่ หรือแม้แต่การลุยค้นฟาร์มไบคาน ตรวจยึดสิ่งของผิดกฎหมายที่ทยอยพบ อาทิ ไม้เถื่อน รวมทั้งศพนิรนามที่ถูกฝังตามที่ต่างๆในอาณาจักรเสี่ยหยอง

แม้กระทั่งการดำเนินการในทางลับ ชลอให้หมวดเจิมคอยหาข่าว รวมทั้งหาทางเด็ดกิ่งก้านสาขามือไม้ไอ้หยองมาโดยตลอด จนเป็นที่รู้กันในวงการว่า ชลอ ตามจองล้างจองผลาญไอ้หยองขนาดไหน

การกระทำเหล่านี้ สร้างความแค้นให้กับทายาทมาเฟีย เพลย์บอยจอมโหดมากขึ้นทุกที

————————————————–

“เฮ้ย…ไอ้ลอ ได้ข่าวมึงจะถูกย้ายเหรอ”

พันตำรวจโทวิทูร ศิริภาคย์ รองผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี เพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนนายร้อยที่เคียงบ่าเคียงไหล่ชลอในการปราบปรามแก๊งไบคาน เอ่ยปากถึงข่าวการวิ่งเต้นโยกย้าย ยามที่อยู่กันสองต่อสองในห้องทำงาน

“เออ…กูได้ยินเหมือนกัน นักข่าวก็มาถาม แต่ไม่ใช่กูคนเดียว มึงก็อยู่ในข่ายโดนวิ่งย้ายด้วย”

พันตำรวจเอกชลอกล่าวตอบเพื่อนร่วมรุ่น ด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ ไม่ได้มีตรงไหนแสดงถึงความกังวลใจแม้แต่น้อย

“มึงว่าเป็นฝีมือใครวะ….”พันตำรวจโทวิทูรถามต่อ

“จะมีใคร ถ้าไม่ใช่ไบคาน พ่อไอ้หยองที่เราตามล่ามันจนไม่มีที่จะซุกหัวนอนแล้วตอนนี้”

“มึงเชื่ออย่างนั้นเหรอ….”รองผู้กำกับการเพื่อนร่วมร่นซักอีก

“ทำไมจะไม่ใช่  กูล่อลูกชายมันจนเละเทะขนาดนี้ และที่ไอ้หยอง ไอ้น้อย มันหายไป  ไม่ได้ไปไหนหรอก ข่าวกูบอกมันเพิ่งขึ้นมาจากปัตตานี เข้ากรุงเทพฯมาหลบอยู่ในสถานทูต อาทิตย์หนึ่งจะออกไปสุเหร่าที  มีคนคุ้มกันเพียบ แต่ตรงนี้กูเข้าไม่ถึง”

ชลอบอกเพื่อนอย่างมั่นใจในแหล่งข่าว

“เออ…ยังไง มึงระวังตัวไว้หน่อยก็ดี”

พันตำรวจโทวิทูรบอกเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

“เออ..เจอมึงก็ดีแล้ว อยู่ดูสถานการณ์ไว้หน่อย พรุ่งนี้กูว่าจะขึ้นไปฟาร์มที่ตากหน่อย ไม่ได้ไปนานแล้ว ว่าจะไปหาข่งหาข่าวด้วย มึงจะเอาอะไรไหม”

“ไม่หรอก  เดินทางดีๆน่ะมึง…”

พันตำรวจโทวิทูรอวยพรเพื่อน เมื่อรู้ว่าเพื่อนร่วมรุ่นหัวหน้าตำรวจเมืองละโว้จะขึ้นไปที่คุ้มพระลอ อาณาจักรชลอที่ จังหวัดตาก

ทำไมเขาจะไม่รู้ว่า เพื่อนที่กินนอนมาด้วยกันอย่างชลอ เป็นเพลย์บอย เป็นนักรักมากสาวๆ ไม่แพ้ ไอ้หยอง

เพียงแต่กับผู้หญิง ชลอ เป็นคนน่ารักเสมอ

และที่ขึ้นไปจังหวัดตาก  ชลอจะไปไหนเสีย ถ้าไม่ใช่ไปหา ครูสาว “แพ็ต-พัชรินทร์ พึ่งบุญยะ”แห่งบ้านห้วยยะอุ ด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด

เล่นเอา “ใหญ่ -สุรางค์ พลทรัพย์”สาวน้อยร้อยชั่งหวานใจชลอ ถึงกับอึ้งพูดไม่ออกเหมือนกัน เมื่อรู้เรื่องสาวคนใหม่ของชลอ