ก้าวที่ 53 ไขคดีแสงชัย

างฟ้าตัวน้อยนอนหลับปุ๋ยอยู่บ้านสวนศิลปะของอาจารย์พิชัย นิรันต์ ริมแม่น้ำนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม

ผมจะใช้เวลาช่วงต่อเวรวันศุกร์-เสาร์ เช่น เวรเช้าเหนือออกเวรวันศุกร์เตรียมเข้าดึกเขตกองบังคับการนครบาลพระนครเหนือคืนวันอาทิตย์ ไม่ก็เช้าเขตกองบังคับการตำรวจนครบาลพระนครใต้ในวันเสาร์เตรียมเข้าเวรบ่ายในวันรุ่นขึ้น

ขับรถเข้าไปนอนค้างกับลูกสาว ระยะทางกรุงเทพมหานครไปอำเภอนครชัยศรีไม่ได้ไกลทุรกันดาร แต่ต้องเอารถไปจอดท่าน้ำวัดสำโรงเพื่อต่อเรือข้ามฝากไปยังบ้านแม่ยาย ถ้ามาค่ำหน่อยก็ต้องไปจอดญาติแกอีกกว่าหลายกิโลเพื่อพายเรือข้ามไป

ยิ่งดึก ยิ่งวังเวง แม่น้ำนครชัยศรีกว้างใหญ่ ต้นไม้ไหวเพราะต้องลมกรรโชกฤดูร้อนยังทำเอาขนลุก ผมพยายามคิดถึงหน้านางฟ้าตัวน้อย ความหวาดหวาก็เริ่มจางหายไปในทันที

นอนอยู่ข้างทายาทสาวคนแรก มีความสุขจนบางเวลาไม่อยากตื่นกลับเข้าเผชิญโลกอาชญากรรมในเมืองหลวงเลย

กระทั่งเช้าวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2539

งัวเงีย หูเงี่ยฟังข่าวโทรทัศน์จับใจความนิดเดียวต้องสะดุ้งโหยงตาสว่างทันที

แสงชัย สุนทรวัฒน์ ผู้อำนวยการองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ถูกคนร้ายยิงตาย เมื่อคืน ระหว่างนั่งรถเบนซ์สีบรอนซ์ รุ่น 560 เอสอีแอล ทะเบียน ง-4659 กรุงเทพมหานคร หลังรับประทานอาหารที่ร้านข้าวใหม่ ปากทางเข้าหมู่บ้านเมืองทองธานี 3 ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

ภาพของผู้ประกาศข่าวสาวช่อง 9 ร้องไห้น้ำตาซึมอยู่หน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ

มันเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ และสำคัญสำหรับคนชายคาหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เพราะผู้ตายเป็นเจ้าของคอลัมน์ฟุตฟิตฟอไฟ และโลกสีเขียว ที่มีแฟนติดกันตรึม

ผู้อำนวยการแสงชัย นั่งรถอยู่เบาะหน้าด้านซ้าย มีแนนซี่-วัชรี สุนทรวัฒน์ ภรรยาทำหน้าที่ขับมุ่งหน้ากลับบ้านเลขที่ 50/448 ในหมู่บ้านเมืองทองธานี มือปืนนั่งซ้อนจักรยานยนต์ประกบก่อนระเบิดกระสุน 9 มิลลิเมตร ทะลุกระจกประตูหลังด้านซ้าย 1 นัด เข้าชายโครงซ้ายไปตุงรักแร้ขวา

“แนนซี่ พี่ถูกยิง” เป็นประโยคสุดท้ายที่เขาพูดกับเมีย จากนั้นก็ฟุบร่างแน่นิ่ง ภรรยารวบรวมสติได้รีบขับรถพาส่งโรงพยาบาล ไม่นานก็สิ้นลม

ผมรู้ทันทีว่า งานเข้าแล้ว รีบลุกตื่นอาบน้ำอาบท่าจูบลาลูกสาว เข้าโรงพิมพ์ที่กำลังสับสนอลหม่านคล้ายกับบรรยากาศสูญเสียคอลัมนิสต์คนดัง “เหล็กเพชร” วิทูร กวยะปาณิก หัวหน้าข่าวภูมิภาคหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ สมัยผมฝึกงานไม่มีผิด

ผมไม่รู้จักผู้อำนวยการแสงชัยเป็นการส่วนตัว แต่ใจหายไม่น้อย เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวสะเทือนขวัญคนวงการสื่อมวลชนระดับบิ๊ก บุคลากรคนสำคัญของประเทศ แม้เหตุเกิดในพื้นที่ภูธรอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี แต่เหยื่อมาเสียชีวิตโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ท้องที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง

อลงกฎ จิตต์ชื่นโชติ หัวหน้าข่าวอาชญากรรม เรียกทุกคนในแผนกประชุมเครียด แบ่งหน้าที่กันทำงาน มี กิจจา ทองเกลา ประจำกรมตำรวจ กิตติพงศ์ นโรปการณ์ ประจำกองปราบปราม และสมมาส บรรพต อยู่กองบัญชาการตำรวจนครบาลเป็นตัวหลักประสานข้อมูลกับวัลลภ คล้ายพงษ์ นักข่าวภูมิภาคมือดีของจังหวัดนนทบุรี และชูเกียรติ บุญเรืองฤทธิ์ นักข่าวเฉพาะกิจของแผนกข่าวอาชญากรรมเป็นตัวฟรีวิ่งรอกตามถนัด

ส่วนพวกนักข่าวตระเวนเป็นกำลังเสริมไปตามจุดต่าง ๆ

ผมถือโอกาสไปสุมหัวอยู่ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ขณะนั้น พลตำรวจโทธีระชัย เหรียญเจริญ เป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 แหล่งข่าวเก่าที่สนิทสนมกันตั้งแต่อยู่นครบาล แถมมี ร้อยตำรวจเอกธวัชชัย คำแหงพล รองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางเขน นายตำรวจหนุ่มที่ผมคุ้นเคยอยู่ในคณะทำงานด้วย

กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เต็มไปด้วยบรรดานักข่าวหลากหลายสำนัก ยึดห้องโถงติดกับห้องประชุมเป็นเพรสเซ็นเตอร์เกาะติดสถานการณ์ตึงเครียดแทบทุกวัน พลตำรวจเอกพจน์ บุณยะจินดา อธิบดีกรมตำรวจ มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน ประกอบด้วย พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก รองอธิบดีกรมตำรวจ พลตำรวจเอกพรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ รองอธิบดีกรมตำรวจ พลตำรวจโทธีระชัย เหรียญเจริญ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พลตำรวจโทโสภณ วาราชนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจตรีวรรณรัตน์ คชรักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พลตำรวจตรีคำนึง ธรรมเกษม ผู้บังคับการปราบปราม พลตำรวจตรีบริบูรณ์ วุฒิภักดี ผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครเหนือ พลตำรวจตรีดำรงค์ อินทปันตี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี

ร่วมกับมือปราบ มือสอบสวนพระกาฬของกรมตำรวจอีกหลายคน อาทิ พลตำรวจตรีวาสนา เพิ่มลาภ พลตำรวจตรีปานศิริ ประภาวัต พันตำรวจเอกคงเดช ชูศรี พันตำรวจเอกจักรทิพย์ กุญชร ณ อยุธยา พันตำรวจเอกกฤษฎา พันธุ์คงชื่น พันตำรวจเอกภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา พันตำรวจเอกประมวลศักดิ์ ศรีสมบุญ พันตำรวจเอกสมพงษ์ คงเพชรศักดิ์ พันตำรวจเอกจุมพล มั่นหมาย พันตำรวจเอกสมชัย เจริญทรัพย์ พันตำรวจเอกวิวัฒน์ วรรธนะวิบูลย์

“ใครรู้จักสนิทสนมใครช่วยกันเช็กเลยนะ” กิจจา และกิตติพงศ์ คนข่าวรุ่นพี่พูดเป็นเสียงเดียวกัน ถอดบทเรียนคดีแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำซากขึ้นอีก

เกือบทุกเย็น ร้านซ้งเป็ดพะโล้ แยกวังหิน กลายเป็นที่ซ่องสุมกำลังคนชายคาสำนักข่าวหัวเขียว ผม พร้อมด้วย ฑีฆาวุฒิ วัดบุญเลี้ยง พิสันต์ ใจการุณ สุรชัย นิโครธานนท์ จะมาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตั้งสมมติฐานหาทางเดินข่าวแบบวันต่อวันกับรุ่นพี่มากประสบการณ์สนามละเลงเลือด

ตำรวจเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบรายวัน ส่วนใหญ่เป็นคู่ขัดแย้งแสงชัย เกี่ยวกับกองผลประโยชน์ภายในองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย

“ป้าไม่เกี่ยว ป้าไม่ได้ทำ ป้าไม่รู้เรื่อง” อุบล บุญญชโลธร อดีตผู้แทนจังหวัดยโสธร พรรคสามัคคีธรรม พยายามเดินหลบฝูงนักข่าว หลังพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกมาสอบปากคำในประเด็นที่ถูกผู้ตายยกเลิกสัมปทานรายการวิทยุ

ขณะที่ พลเอกนฤดล เดชประดิยุทธ์ ประธานบอร์ดองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย อีกคู่ขัดแย้งที่โดนพุ่งเป้า เปิดแถลงข่าวทันทีที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ยอมรับว่า การประชุมบอร์ดเป็นการประชุมเพื่อขอความคิดเห็นยอมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเป็นธรรมดา เรื่องที่นายแสงชัยต่อว่า พลเอกณัฎฐพร ชินะโชติ ลูกน้องตนว่า เข้าไปวุ่นวายนั้น ตนเป็นคนสั่งให้ออกหนังสือเชิญประชุมเอง และกรรมการอื่นก็ไม่มีปัญหา เรื่องแค่นี่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องมาฆ่ากัน

ผ่านไปนานเดือนเศษ ตำรวจชุดสืบสวนคลี่คลายคดีคืบคลานเข้าใกล้ผู้ต้องสงสัยมากขึ้น ส่วนผมถอยฉากมาทำหน้าที่ตระเวนข่าวตามปกติ ปล่อยให้บรรดาพี่ ๆ ว่ากันต่อ

“เปิ้ล …เหมือนเดิม”

“อะไร”

“วุ้ย” ผมหัวเราะ “แสงแบน ข้าวหมูกระเทียมไข่ดาวจาน”

“ต้มยำพุงปลาช่อนด้วย” สมคะเน ศิริวัฒน์ รุ่นพี่นิเทศศาสตร์ย้ายข้ามค่ายจากเดลินิวส์มาอยู่ชายคาเดียวกันร่วมนั่งละเมียดสุราด้วยในคืนวันนั้น

ซุ้มมะรุม คึกคักผิดปกติ ตำรวจแปลกหน้ามานั่งกินข้าว

“อ้าว…สวัสดีครับพี่” สุรชัย นิโครธานนท์ ยกมือไหว้ทักทาย ร้อยตำรวจเอกอัศวิน หวังสู้ศึก รองสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางชัน “มาทำอะไรกันหรือพี่”

นักสืบมาดนิ่งกลืนข้าวลงคอแล้วค่อยคายข้อมูลว่า สารวัตรชัยรัตน์ เปี่ยมปรีดา เอามือปืนพยายามฆ่านรุตม์ สัตยาศัย เสี่ยเจ้าของบริษัทเอ็นเอสเอ คอนซัสแตนท์ จำกัด มาสอบปากคำ เหตุเกิดหมู่บ้านสัมมากร สุขาภิบาล 3 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2539

“พอดีสอบไม่ออกเลยให้สืบสวนเหนือมาช่วยขยายผล”

“มันใช้ปืนอะไรพี่” ผมถามส่งเดช

“9 มิลลิเมตร”

“จริงดิ เกี่ยวกับแสงชัยหรือเปล่า” ผมพูดทีเล่นทีจริง ผู้กองอัศวินหัวเราะ “ไม่รู้เหมือนกันครับ”

รุ่งขึ้นสมมติฐานในหัวผมดันกลายเป็นเรื่องจริง

“เขารู้ตัวทีมยิงแสงชัยแล้วนะ” ดาบตำรวจกองสืบสวนเหนือกระซิบ ไล่เรี่ยกับ สมมาตร บรรพต รีบมาบอกเช่นกันว่า “เฮ้ย เขาได้ตัวแล้ว อย่าเพิ่งไปบอกใครนะ ยังได้ไม่หมด แต่ข้าส่งข่าวแล้ว”

ผมกลับคิดหนัก ตัดสินใจไปถามพันตำรวจเอกกฤษฎา พันธุ์คงชื่น รองผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครเหนือ ได้รับคำตอบว่า จริง “แต่อย่าเพิ่งไปลงนะ ยังได้ไม่หมด”

“เอ่อ” ผมอึกอัก “พี่ต้อยส่งข่าวแล้ว” สารภาพตามความจริง “เอาไงดีพี่” ทายาทอดีตอธิบดีกรมตำรวจสีหน้าบอกบุญไม่รับ แต่เข้าใจสถานการณ์ดี แกไม่โทษ ไม่โกรธ ไม่ต่อว่า สักคำ

“ก่อนเช้า พี่ว่าทันไหม” ผมยื่นเส้นตาย ตำรวจต้องรวบรัดตัดตอนหิ้วมือสังหารผู้อำนวยการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย ก่อนฟ้าสาง ก่อนหนังสือพิมพ์วางแผง

โบแดง ทำท่าจะเป็นโบสีดำ

พันตำรวจเอกวิวัฒน์ วรรธนะวิบูลย์ ผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาลพระนครเหนือ มอบหมายให้ พันตำรวจโทปรีชา ธิมานตรี รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาลพระนครเหนือ พันตำรวจโทสฤษฎ์ชัย เอนกเวียง รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาลพระนครเหนือ พันตำรวจโทสุเทพ ภูยานนท์ สารวัตรแผนก 1 กองกับการสืบสวนสอบสวนนครบาลพระนครเหนือ พันตำรวจโทคณิศร์ชัย มหินทรเทพ สารวัตรแผนก 2 กองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาลพระนครเหนือ พันตำรวจโทบรรลือศักดิ์ ขลิบเงิน สารวัตรแผนก 3 กองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาลพระนครเหรือ พันตำรวจตรีทวีป โพธิ์แก้ว  สารวัตรแผนก 4 กองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาลพระนครเหนือ กับพวกทำงานแข่งกับเวลา

ในที่สุด โชคเข้าข้างทีมนักสืบนครบาลเมื่อล็อกตัว สุนันท์ หรือดำ วงศ์คำหาญ คนขี่รถจักรยานยนต์ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ก่อนจับกุมกนกศักดิ์ หรือหนึ่ง อินทร์สมาน คนชี้เป้า ที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร

เบื้องหลังฉากเปิดเกมทะลวงทางตันของแผนลอบสังหารแสงชัย สุนทรวัฒน์ อันเนื่องมาจากการขยายผลกิตติพล หรือโหน่ง อินทรปาน มือปืนคดีพยายามฆ่าท้องที่โรงพักบางชัน นำตัวไปค้นห้องพักศิริสุขอพาร์ตเมนต์ ย่านรามคำแหง  แล้วตามจับปาน นนท์งาม เพื่อนร่วมแก๊ง

ตำรวจพาไปหาหลักฐานเพิ่มเติมที่บ้านพัก ร้อยตำรวจเอกเอกวีร์ พงศ์สร้อยเพ็ชร รองสารวัตรแผนก 1 กองกำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาลพระนครเหนือ เหลือบไปเห็นปฏิทินบนฝาบ้านมีรอยกากบาทสีแดงวันที่ 11 เมษายน 2539

“มึงกาไว้ทำอะไร”

ไอ้ปาน ก้มหน้า นายตำรวจหนุ่มจัดแจงแยกเมียน้อยไปคุยอีกห้อง “หนูไม่รู้ค่ะ รู้แค่ว่า พี่เขาวนเวียนลุกลี้ลุกลนกับปฏิทินวันนั้นมาก”

มันคือ วันที่ แสงชัย สุนทรวัฒน์ ถูกยิง

ทีมสืบสวนนำไอ้ปานเข้าสู่กระบวนการเค้นปากคำ ถึงยอมสารภาพเป็นคนรับงานดูความเคลื่อนไหวเหยื่อนานกว่า  3 เดือน ตอนหลังรู้เป็นคนมีชื่อเสียงเลยปฏิเสธ ไม่รู้เอเยนต์ไปจ้างใครทำงานต่อ

เป็นจุดเริ่มต้นของการไขคดีสังหารแสงชัย ที่ต่อมาตำรวจไล่ล่าลากคอ กนกศักดิ์ หรือหนึ่ง อินทร์สมาน คนชี้เป้า สุนันท์ หรือดำ วงศ์คำหาญ คนขี่รถจักรยานยนต์ นฤทุกข์ หรือกริช อุ่นตระกูล มือปืน ชัยชนะ หรือเล็ก คงหนุน คนขับรถสะกดรอย

รวมทั้งทวี พุทธจันทร์ ลูกเขย อุบล บุญญชโลธร ผู้จ้างวาน

ชนวนเหตุมาจากความขัดแย้งในการเช่าเวลารายการวิทยุขององค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยที่อุบลเป็นเจ้าแม่สัมปทานอยู่ แต่ตอนหลังแสงสัย เข้ามาจัดระเบียบใหม่ก่อนสั่งยุบสถานี อุบลพยายามดิ้นวิ่งเต้น ถึงขนาดนำพระเลี่ยมทอง และสร้อยคอทองคำไปเป็นของกำนัล ปรากฏว่า ถูกแสงชัยตะเพิดออกจากห้อง พร้อมบอกไปด้วยว่า “ให้เอาสร้อยไปให้หมาใส่เถอะ”

นับเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เจ้าแม่สถานีวิทยุไหว้วานลูกเขยหาทีมสังหาร

ตำรวจจับกุมอุบล บุญญชโลธร ที่บ้านเลขที่ 205/29-30 ซอยผาสุกสันติ 3 ถนนพัฒนาการ แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ข้อหาร่วมกันใช้จ้างวานฆ่า แต่เจ้าตัวปฏิเสธ สู้คดีจนยกฟ้อง ส่วนทีมสังหารทั้ง 4 คนให้จำคุกตลอดชีวิต มีเพียงทวี พุทธจันทร์ ถูกพิพากษาประหารชีวิต

ผ่านไปนานเกือบ 3 ปี วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2542 อุบล บุญญชโลธร ตกเป็นข่าวดังอีกครั้ง เมื่อนักฆ่าใจเหี้ยมบุกยิงด้วยปืนเอ็ม 16 ร่างพรุนจบชีวิตหน้าบ้านพักตัวเองเลขที่ 625 ถนนแจ้งสนิท เมืองยโสธร

“ป้าไม่เกี่ยว ป้าไม่ได้ทำ ป้าไม่รู้เรื่อง” ผมยังจำประโยคนี้ก้องหู