“การเป็นอาจารย์สอนหนังสือนั้น เป็นอาชีพที่เปิดกว้างต่อการแสวงหาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ ได้ทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยที่มีทรัพยากรมนุษย์ เพื่อนคณาจารย์ บุคลากรที่มีความรู้ด้านอื่น ๆ ยิ่งทำให้เรากระหายที่จะหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ยิ่งในยุคปัจจุบันนั้นระบบสารสนเทศ สื่อ อุปกรณ์ ต่าง ๆ เอื้ออำนวยให้เราพัฒนาตนเองตลอดเวลา ทำให้อาจารย์เป็นอาชีพในอุดมคติสำหรับผู้ที่รักการศึกษาก็ว่าได้” นี่เป็นคำอธิบายส่วนหนึ่งของอาชีพที่เปี่ยมด้วยความสุขของคนที่ชื่นชอบการศึกษาอย่าง “อาจารย์จอย” ธมนพัชร์ ศรีษะพลภูสิทธิ อาจารย์สาวคนสวยและเก่งแห่งรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

ก่อนมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือในรั้วมหาวิทยาลัย เธอมีความมุ่งมั่นตั้งใจเกี่ยวกับการเรียนตั้งแต่เด็ก จบมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนนารีนุกูล จังหวัดอุบลราชธานี เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม สาขาการสื่อสารมวลชน จบปริญญาโทสาขาวิชาการสื่อสารพัฒนา มหาวิทยาลัยรามคำแหง และกำลังจะคว้าปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (ปร.ด.) สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ เป็นอาจารย์สังกัดหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ รวมถึงมีตำแหน่งบริหารเป็นหัวหน้างานประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ อีกด้วย

เมื่อย้อนดูประวัติการทำงาน ไล่เรียงตั้งแต่เป็นนักศึกษาฝึกงาน ในโครงการ ITV YOUNG REPORTER 2005 ฝ่ายข่าว บริษัท ไอทีวี จำกัด(มหาชน) ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม – 10 พฤศจิกายน 2548 ฝึกงานแผนกข่าวอาชญากรรม ฝ่ายข่าว บริษัท ไอทีวี จำกัด(มหาชน) ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 15 กันยายน 2549 พร้อมกับมีรางวัลการันตีความสามารถ กับรางวัลชนะเลิศการประกวดสกู๊ปข่าว โครงการ ไอทีวี ยัง รีพอร์ทเตอร์ 2005( ITV YOUNG REPORTER 2005 ) ในหัวข้อ “วัยรุ่น วัยไม่ธรรมดา” และยังได้รับรางวัล POPULAR VOTE รวมถึงรางวัลรางวัลชมเชย ระดับอุดมศึกษา ในการประกวดหนังสั้น โครงการ E – SAN Creative Shot Film Festival ครั้งที่ 3 (ปี 2550)

พอจบปริญญาตรีก็เริ่มสั่งสมประสบการทำงาน เริ่มที่ตำแหน่ง SUPERVISOR บริษัท เบทเทอร์ อินโนเวชั่น (ขอนแก่น) แผนกสมาชิก ต่อด้วยตำแหน่งประชาสัมพันธ์ (PR) พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา จากนั้นก็มาทำงานด้านสื่อเป็นนักข่าวและ Co-Producer บริษัท 3ดี มีเดียพลัส จำกัด ก่อนจะผันตัวเองมาเป็น Creative บริษัท เมจิค ออฟ มีเดีย จำกัด กระทั่งขยับมาเป็น Producer ที่บริษัท ฟอร์เพย์ ออแกนไนท์เซอร์ และมาเป็นอาจารย์สาขาวิชานิเทศศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 จนถึงปัจจุบัน

“ตั้งแต่เรียนก็เป็นเด็กกิจกรรมมาตลอด ถือว่าเป็นเด็กหน้าห้องเลยก็ว่าได้ และที่สำคัญเป็นคนชอบเรียนหนังสือมาก ๆ แม้จะไม่ใช่คนที่เก่งมาก เรามักจะได้อยู่ห้องรอง Top แต่ด้วยความที่เป็นคนขยันและมีวินัยมาก จึงอาจจะเป็นข้อดีของตัวเอง ที่เลือกอาชีพนี้ก็เพราะว่า ส่วนตัวแล้วมีความใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่ไหนซักแห่ง และคิดเสมอว่า อาจารย์นั้นเป็นอาชีพที่มีเกียรติ สามารถนำความรู้ความสามารถที่เรามี และมีโอกาสได้ถ่ายทอดความรู้ มีความสุขที่ได้ถ่ายทอดความรู้แก่ลูกศิษย์มาก ได้เห็นการเติบโตของลูกศิษย์จนประสบความสำเร็จในชีวิต และนั้นเป็นอะไรที่เป็นความสุขอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ” อาจารย์สาวเล่าด้วยรอยยิ้ม

แน่นอนว่าทุกคนมักมีคติประจำใจ ไว้ย้ำเตือนสำหรับการดำเนินชีวิต เธอตั้งคติไว้ 2 แบบ ทั้งการเรียนและการทำงาน สำหรับการเรียน คือ “ไม่หยุดเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเอง ทำตัวเป็นน้ำครึ่งแก้วตลอดชีวิต เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมได้ตลอด” ส่วนคติการทำงาน “ตั้งเป้าหมายในชีวิตให้ชัดเจน การทำงานทุกชิ้นจะต้องกำหนดวันเวลาแล้วเสร็จ หมั่นพัฒนาการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น เพื่อถ่ายทอดแนวคิดต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง”

อาจารย์สาวคนขยันยังได้บอกถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและความมีวินัยในตัวเอง ยิ่งเราโตขึ้นมากเท่าไหร่ ประสบการณ์จะสอนให้เราเป็นคนที่มีความอดทนและขยันหมั่นเพียรในการทำงานมากขึ้นเท่านั้น มันจะเป็นพลังที่จะส่งเสริมให้เราไปสู่ความสำเร็จได้ และสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการอดทนต่อพฤติกรรมคำพูด อดทนต่อความเครียดความเหนื่อยในการทำงาน อดทนต่อสถานการณ์ที่เลวร้าย รู้จักปรับตัว และคิดหาทางแก้ไขปัญหาได้ เมื่อเรามีความอดทนก็จะสามารถทำให้เราเผชิญปัญหาต่าง ๆได้ และประสบความสำเร็จในที่สุดนั่นเอง

ปัจจุบันคนมักพูดถึงผู้หญิงสวยและเก่ง เรื่องนี้เธอมองว่า  ผู้หญิงที่ไม่หยุดเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวิชาชีพ ในหน้าที่การงาน จะต้องมีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ ไม่มีการหยุดนิ่งทั้งในเรื่องความเข้าใจในการทำงานหน้าที่ของตนเอง รวมถึงต้องพัฒนาตัวเอง รู้จักดูแลตัวเองให้สวยและดูดีอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบุคลิกภาพ ทั้งภายในภายนอก ตลอดจนการวางตัว การแต่งกาย พฤติกรรมต่าง ๆ และที่สำคัญ คือ การเป็นคนที่พัฒนาการมองโลกในแง่ดี มีทัศนคติมีการใช้ชีวิตที่ดี สิ่งเหล่านี้เป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง อารมณ์ดี ยิ้มง่าย มองโลกในแง่ดีใคร ๆ ก็อยากเข้าใกล้ ดังนั้น เป็นผู้หญิงที่มองบวก คิดบวก แล้วทุกอย่างจะดีเอง เราก็จะเป็นคนสวยในมุมมองและแบบของเรา

ส่วนผู้หญิงเก่งต้องรู้จักบริหารเวลาที่ดีที่สุด ต้องใช้เวลาอย่างคุ้มค่า จัดวางแผนการทำงานล่วงหน้าเป้าหมายระยะยาวชัดเจน และต้องมีความเป็นผู้นำ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ถ้ารู้จักใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้มีเวลากับครอบครัว ถึงแม้จะทำงานอย่างหนักและมีความรับผิดชอบในหน้าที่สูง แต่การจัดสรรเวลาแบ่งให้กับงานและครอบครัวต้องไม่เสียสมดุล และที่สำคัญผู้หญิงเก่งจะไม่มัวแต่อิจฉาคนอื่น

“การใช้อย่างมีความสุข สนุกสนาน สุขภาพ ทำงานที่ตัวเองชอบ ได้ใช้ความสามารถทั้งประโยชน์ส่วนรวมและประโยชน์ให้กับตัวเอง ซึ่งตอนนี้สำหรับตัวเองคิดว่าได้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ทุกอย่าง ทั้งเรื่องครอบครัว เพื่อนร่วมงาน และได้ทำงานตามที่ใฝ่ฝันไว้ทำให้เราทุ่มเท ใช้ความสามารถ ใช้ฝีมือตามความถนัดของเราทำให้เราภูมิใจในตัวเองมาก ๆ ผู้หญิงได้สิทธิความเท่าเทียมกับผู้ชาย ต้องรู้จักนำความสามารถมาพัฒนา และต้องรักษาคุณสมบัติ ความละเอียดอ่อน อ่อนโยน ต้องเรียนรู้เพื่อผสมผสานระหว่างความอ่อนโยน อดทน และเข้มแข็ง เมื่อนั้นผู้หญิงก็จะสามารถเป็นสาวทันสมัยและสร้างบทบาทใหม่ที่มีความสำคัญกับตนเองและสังคมได้” อาจารย์คนเก่งว่า