ลอเดินทางกลับกรุงเทพฯในสายของวันรุ่งขึ้น ทิ้ง “ไอ้น้อย บ้านไร่” มือปืนที่อ้างว่า มีคนจ้างไปเก็บ ส.ส.ศรายุทธ ไว้กับหมวดเจิม พร้อมสั่งงานทีมงานเฉพาะกิจของเขา

ในส่วนของสายโจร ให้หาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มมือปืนในจังหวัดชัยนาท และใกล้เคียง

ส่วนสายตำรวจ ให้ หมวดทองดำ กลับไปหาแฟ้มภาพบุคคลต้องสงสัยเป็นมือปืน และผู้มีอิทธิพลในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร สุพรรณบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี มาให้ไอ้น้อย มือปืน ดูว่าใช่คนที่มาว่าจ้างมันหรือไม่ หากว่ามันพูดเรื่องจริง

ทิ้งให้ ผู้กองคก ตระเวนหาข่าว กลุ่มผู้มีอิทธิพล รวมไปถึงลิ่วล้อนักการเมืองในพื้นที่จังหวัดชัยนาท หาข้อมูลทางลึกว่า ส.ส.โฆษกพรรคกิจสังคม ไปมีเรื่องมีราวอะไรกับใคร จนถึงขั้นถูกไล่ยิงดับกลางถนนเมืองกรุง

ส่วน จ่าตั๋น จ่ายะ และจ่าจิ๋ว รองผู้บังคับการกองปราบปราม ให้เดินทางกลับไปพร้อมเขาด้วย

สาเหตุที่ต้องเดินทางกลับ จริงๆแล้วเป็นเพราะกระสุนหมด กระสุนในที่นี้ไม่ใช่กระสุนปืน แต่เป็นเม็ดเงินที่เอาไว้ใช้จ่ายลูกน้องทั้งตำรวจ ทั้งโจร ค่ากิน ค่าเดินทาง จิปาถ่งจิปาถะ รวมอยู่ในนั้น

เงินดี – งานเดิน ชลอคิด

ก่อนออกเดินทาง ชลอ กลับเข้าไปที่เคาน์เตอร์โรงแรม หมุนโทรศัพท์ไปยังปลายสายปลายหนึ่งอย่างคุ้นเคย ทันทีที่ปลายสายยกหูรับ ชายหนุ่มบอกทันทีว่า เขาจะเข้าไปพบคืนนี้

—————————————————————————————–

บ่ายแก่ๆ ชลอกลับเข้ามาถึงกองปราบปราม สามยอด

เขาเดินเข้าไปเคลียร์งานเอกสารที่ห้องทำงานชั้นสาม หลังจากนั้น จึงหยิบหนังสือพิมพ์หลายหัว ที่ลูกน้องซื้อมาให้ ชายหนุ่มอ่านแค่หัวข่าวแบบผ่านๆ

จริงอย่างที่ชลอคิดไว้ เพราะแต่ละฉบับ ไม่ว่าจะ ไทยรัฐ เดลินิวส์ บ้านเมือง มติชน ดาวสยาม ต่างพาดหัวไม้เล่นข่าวกันอย่างสนุกสนาน ขุดคุ้ยทุกเรื่องของ ส.ส.คนตายทั้ง 2 คดี โดยเฉพาะเรื่องที่หมิ่นเหม่กับศีลธรรม อย่าว่าแต่สังคมเลย แม้แต่ครอบครัวหรือคนใกล้ชิด บางเรื่องก็ไม่เคยรู้

ข่าวดีไม่เคยมีในหน้า 1 สัจธรรมนี้เขาเชื่อมานานแล้ว

ในคดีของนายกำธร ลาชโรจน์ ส.ส.ปัตตานี พรรคสยามประชาธิปไตย ประเด็นที่หนังสือพิมพ์เล่นเป็นชนวนปริศนา แต่ละฉบับนำเสนอแตกต่างกันบ้าง เหมือนกันบ้าง

บ้างก็ว่ามีที่มาจาก“เจ้าแม่คนดัง” ที่นายกำธร ส.ส.ปัตตานี ไปมีความสนิทสนมเข้าขั้นลึกซึ้ง

บ้างก็ว่า มาจากเรื่องการเมือง โดยเฉพาะคำประกาศิต “ไม่เกินคืนนี้” หลังกำธรไปมีเรื่องตบหน้านักการเมืองใหญ่ปากน้ำในสภา เหตุจากฝ่ายหลังไปดึงผม ส.ส.กำธร ขณะกำลังนั่งถกเถียงกับเพื่อนส.ส.ร่วมพรรคสยามประชาธิปไตย ที่กำลังแตกออกเป็น 2 กลุ่ม

อีกประเด็นหนึ่งที่เล่นกันอย่างไม่กลัวฟ้องร้อง คือ นายบ่อนเบี้ยวเงินตั้งพรรค

แต่ทุกประเด็นล้วนเป็นเหมือนฟืนฟอนที่รุมสุมกรมตำรวจ โดยเฉพาะเก้าอี้อธิบดีกรมตำรวจของพลตำรวจเอกสุรพล จุลละพราหมณ์ เพราะถูกผู้บังคับบัญชาที่เหนือกว่าอย่าง พลเอกสิทธิ จิรโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไล่เบี้ยลงมา อันมาจากบรรดา ส.ส. ในสภาฯ พากันจับกลุ่มเข้าชื่อร้องเรียนเร่งรัดให้จับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

รวมไปถึงคดีฆ่า ส.ส.ศรายุทธ ชะนะกุล ส.ส.ชัยนาท โฆษกพรรคกิจสังคม ที่ถูกรุมกระหน่ำยิงตายคาเก๋ง พร้อมภรรยา ร้อยเอกทันตแพทย์หญิงศิริยา ชะนะกุล ด้วย

ผลจากการนำเสนอข่าวของการตายของ 2 ส.ส. ทำให้พลตำรวจโทณรงค์ มหานนท์ รองอธิบดีกรมตำรวจ ฝ่ายปราบปราม แคนดิเดตอธิบดีกรมตำรวจคนต่อไป ต้องระดมยอดฝีมือนักสืบจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง มาช่วยกันสางคดีฆาตกรรมทั้ง 2 คดีนี้

มีนายตำรวจนักสืบมีชื่อปราบโจร อย่าง พันตำรวจโทอัยยรัช เวสสะโกศล รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาลธนบุรี  พันตำรวจโทสมเกียรติ พ่วงทรัพย์ รองผู้กำกับการตำรวจนครบาล 3 พันตำรวจโทวรรณรัตน์ คชรัตน์ รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนนครบาลใต้ พันตำรวจโทอดุลย์ บุญเศรษฐ  รองผู้กำกับการ สืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 1  พันตำรวจโทโสภณ สะวิคามิน รองผู้กำกับการตำรวจภูธร จังหวัดนครปฐม

ส่วนการทำงานของกองปราบฯ ที่มีพันตำรวจเอกกุศล นาคศรีชุ่ม รักษาการผู้บังคับการกองปราบปราม ได้เรียกประชุมเร่งรัดคดี โดยเฉพาะคดีสังหารนายกำธร ลาชโรจน์  มี พันตำรวจเอกสล้าง บุนนาค รองผู้บังคับการกองปราบปราม พันตำรวจเอกณรงค์วิช ไทยทอง ผู้กำกับการ 2 กองปราบปราม เพราะถูกผู้บังคับบัญชาเร่งรัดมาเช่นเดียวกัน

ชลอ ไม่ได้เข้าร่วมประชุม เพราะถูกสั่งให้ไปทำคดีฆ่า ส.ส.ศรายุทธ แต่ก็ยังมีสายสนกลในพอทราบว่า นายตำรวจรุ่นพี่จากรั้วสามพราน สล้าง บุนนาค เริ่มแกะรอยจากหนึ่งในหลักฐานที่ปรากฏในรถเก๋งมาสด้า 323 ของส.ส.ปัตตานีผู้ตาย คือ ผ้าพันคอสีม่วง

รวมทั้งมีพยานหลักฐานระบุว่า ส.ส.กำธร  อดีตนักเรียนขาสั้นอำนวยศิลป์ และนักมวยเหรียญทองของโรงเรียน หายตัวออกไปจากบ่อนการพนันใหญ่ ย่านพัฒนาการ ในคืนวันที่ 29 กรกฎาคม โดยนั่งรถหายไปกับสาวผมทองที่เชื่อว่าเป็นนักร้อง และเป็นเจ้าของผ้าพันคอสีม่วงตรงกับข้อมูลที่นายตำรวจนักสืบผู้นี้ได้เบาะแส

นายตำรวจมือปราบจากสระบุรี รู้ว่า พี่หล้างของเขา อุบไต๋ใช้ข้อมูลของกองปราบปราม ที่เคยบุกจับกุมบ่อนการพนันของ เจ้าแม่ นวลนภา 1 ในบุคคลที่สังคมสงสัย ที่บ้านหลังหนึ่ง ภายในซอยบุญเลิศ ถนนจรัญสนิทวงศ์  ก่อนหน้า ส.ส.กำธร หายตัวไปประมาณ 3 เดือน

วันนั้น วันที่ 23 เมษายน พุทธศักราข 2524 กองปราบฯจับกุมนักพนันได้ 41 คน เป็นชาย 9 คน หญิง 32 คน

เฉพาะ 32 หญิงสาวที่ถูกจับกุมวันนั้น ถูกทีมงานพันตำรวจเอกสล้าง นำมาตรวจสอบอย่างละเอียด

พบหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง เป็นนักร้องตามคาเฟ่ และเป็นนักเล่นตามบ่อนต่างๆ น่าเชื่อเป็นสาวผมทองต้องสงสัย เพียงแต่ตอนที่ถูกกองปราบฯจับกุม ยังไม่ได้โกรกผมเป็นสีทองเท่านั้น

——————————————————————————————————

ดึกวันนั้น รถเบนซ์ สีน้ำเงินของชลอ ที่เขานั่งอยู่ภายในรถ พร้อม 3 ทหารเสือคู่ใจ จ่าจิ๋ว -จ่าตั๋น -จ่ายะ เคลื่อนมาจอดนิ่งอยู่หน้าบ้าน “พี่วัฒ” นักการเมืองดังย่านพัฒนาการ

บ้านนักการเมืองที่สื่อมวลชน และชาวบ้านเรียกกัน “เจ้าพ่อปากน้ำ”อันมาจากการที่เจ้าตัวได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนเมืองปากน้ำ จังหวัดสมุทรปราการติดต่อกันหลายสมัยแห่งนี้ อยู่ภายในซอยสวนหลวง หาไม่ยาก เพราะมีเลขที่บ้านเขียนติดประตูขนาดใหญ่ 96

แต่ใช่ว่าจะเข้าไปข้างในได้ง่ายๆ ใครจะมาจะไปต้องนัดแนะกับเจ้าของบ้านก่อน

ชลอมองผ่านกระจกรถเบนซ์ ที่จ่าตั๋น ทำหน้าที่่เป็นพลขับ เห็นยามรักษาการณ์ 2 คน หน้าตาถมึงทึง มีอุปกรณ์สื่อสารวิทยุมือถือติดเอว เดินอาดๆออกมาจากป้อมรักษาการณ์หน้าบ้าน ชลอเชื่อว่า ในป้อมเล็กๆนั่น น่าจะมีอาวุธปืนอยู่ด้วย

ทันทีที่ชลอลดกระจกที่ติดฟิล์มดำลง ยามหน้าบ้านที่คุ้นหน้าชลอ หยุดทำหน้าเสี้ยมอัตโนมัติ เปลี่ยนมาเป็นยิ้มแย้มต้อนรับอย่างมีไมตรี เมื่อรู้ว่าอาคันตุกะในรถยุโรปหรูคันนี้เป็นใคร ก่อนทั้งคู่จะวิ่งกลับไปเปิดประตูอัลลอยขนาดใหญ่ให้รถเบนซ์สีน้ำเงินของชลอเข้าไปในทันที

พื้นที่นั้นกว้างขวาง ประมาณด้วยตาน่าจะเกิน 15 ไร่ ถนนเข้าบ้านลาดคอนกรีตอย่างดี มีอาคารปลูกสร้างหลายหลัง ด้านข้างติดคลองแสนแสบ มีกล้องวงจรปิดติดอยู่ในจุดต่างๆเป็นระยะ สร้างความตื่นเต้นให้กับลูกน้องชลอทั้ง 3 คน ที่เพิ่งเข้ามาในอาณาจักรคนใหญ่ปากน้ำเป็นครั้งแรก

แต่ภาพที่ทั้ง 3 คนเห็น ชลอชินซะแล้ว

ระหว่างที่รถวิ่งเข้าไป ยังเห็นคนในบ้านเดินจูงสุนัขพันธุ์ยุโรป ทั้งอัลเซเชี่ยน และเกรทเดน เดินตรวจตราอยู่รอบบ้าน ในมือถือวิทยุสื่อสารแบบมือถือติดต่อกัน โจรที่ไหนทะเล่อทะล่าเข้ามาคงโดนฟัดจมเขี้ยว

ผ่านประตูชั้นแรกเข้าไปแล้ว ยังมีประตูอีกชั้น ด้านซ้ายมือ เป็นลานจอดรถขนาดใหญ่  ชลอสั่งให้จ่าตั๋น จอดรถตรงนั้น ก่อนเดินลงไปโดยมีจ่าจิ๋วตามมาเป็นบอดี้การ์ด ส่วนจ่ายะ ให้ตามมาพร้อมกับจ่าตั๋น

ทันทีที่เห็นนายตำรวจหนุ่ม ในชุดนอกเครื่องแบบ ยามรักษาการณ์ที่อยู่ในป้อมชั้นสองรีบยกมือไหว้ ทำความเคารพทั้งชลอ และจ่าจิ๋ว

ความใหญ่โตของอาณาจักรเจ้าพ่อปากน้ำ เริ่มปรากฏชัด  ป้ายชื่อเจ้าของบ้านตัวใหญ่อยู่ถัดจากป้อมยาม อาคารหลายหลังเริ่มปรากฏอีก 3-4 หลัง โดยอาคารด้านริมทางเดิน เป็นโต๊ะบิลเลียดที่มีชายฉกรรจ์ ลิ่วล้อเจ้าของบ้านแห่งนี้ 4-5คน กำลังสอยคิวเล่นกันอย่างสนุก

บ้านของเจ้าพ่อปากน้ำ  ตั้งลึกอยู่ด้านในติดกับคลองแสนแสบ แต่ทั้งนี้ ชลอต้องเดินผ่านตู้รถไฟ 3  โบกี้ พร้อมหัวรถจักร ที่เจ้าของบ้านซื้อมาประดับบารมี และตกแต่งเป็นบ่อนการพนันหรูหราเหมือนคาสิโนต่างประเทศเสียก่อน

ส่วนนักพนันที่เข้ามาเสี่ยงโชคในอาณาจักรคาสิโนแห่งนี้ ไม่ใช่จะเข้าง่ายๆ ส่วนใหญ่จะเป็นขาประจำ  ถ้าไม่ใช่ ก็ต้องมีขาประจำแนะนำ  หรือเป็นผู้รับรอง มีการกำหนดจุดรับส่งนักพนันที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งในถนนพัฒนาการ ก่อนถึงทางแยกเข้าซอยสวนหลวงเป็นจุดนัดพบ

ลูกค้าที่มาเล่น ต้องจอดรถไว้ที่ปั๊มแห่งนี้ จากนั้นจะมีคนจากบ้านใหญ่มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัยก่อนนำขึ้นรถตู้ปรับอากาศ ติดฟิล์มดำคอยรับส่งเข้าออก

แต่ชลอ คือ ข้อยกเว้นในแขกเหรื่อไม่กี่คน ที่สามารถนำรถแล่นเข้าไปจอดถึงข้างในบ้านได้อย่างสะดวกโยธิน

รองผู้บังคับการนักบู๊เดินนำหน้าจ่าจิ๋ว ขึ้นไปบนโบกี้รถไฟตู้แรก ที่ปรับเป็นตู้รถไฟเสี่ยงโชค ปูพรม ติดแอร์คอนดิชั่นอย่างดี มีทั้งตู้สลอตแมนชีน  โต๊ะเล่นถั่ว กับไพ่สิบแต้ม มีนักพนันชายหญิงร่วมร้อยคนกำลังเมามันรุมล้อมกันเสี่ยงโชค

สายตานักพนันทุกคู่ มองไปที่กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้ง 4 คน นั่นก็คือ ชลอ จ่าจิ๋ว รวมทั้งจ่าตั๋น จ่ายะ ที่เดินตามมาสมทบ โดยเฉพาะชายฉกรรจ์คนที่เดินสวมหมวกแก๊ปนำหน้า สวมเสื้อยืด กางเกงยีนส์สบายๆ มีเสื้อคลุมแขนยาวปกปิดปืนบราวนิ่ง ขนาด 9 มิลลิเมตร ที่เหน็บอยู่ในซองปืนคาดไหล่  ใส่สร้อยคอทองคำลายอิตาลี   ข้อมือขวามีเลสทองคำ ข้อมือซ้ายสวมนาฬิกาโรเล็กซ์ ประดับเพชร โดนแสงไฟแล้ววูบวาบเป็นประกาย  ดูเผินๆคล้ายกับมาเฟียเพลย์บอยในยุคเจ้าพ่อครองเมืองยังไงยังงั้น

ขณะที่ชลอ ซึ่งอยู่ในชุดที่ว่า มองปราดทั้งโบกี้ แว่บเดียวก็รู้ว่า มีนักเล่นมากหน้าหลายตาจากหลายวงการอยู่ในนั้น  ไม่เว้นแม้กระทั่งตำรวจกองปราบฯ และเมื่อเห็นชลอ 1 ในกลุ่มนักพนัน เป็นชายฉกรรจ์รุ่นเดียวกับจ่าตั๋น จ่ายะ และจ่าจิ๋ว เดินเข้ามายกมือไหว้นายตำรวจหนุ่มใหญ่

“หวัดดีครับนาย….”

“เออ…มึงก็ชอบเสี่ยงโชคเรอะ ไอ้มี…”

ชลอยกมือรับไหว้ จ่ามี -จ.ส.ต.สิทธิพร ขำอาจ ตำรวจ แผนก 4 กองกำกับการ 2 กองปราบปราม ที่เดินมาพร้อมกับ รักษ์ เมืองเลย นักพนันจากแดนอีสานอีกคน สายข่าวในบ่อนพนันแห่งนี้

“ครับ..นาย หารายได้พิเศษ เงินเดือนไม่พอใช้ครับ…”จ่ามี พูดติดตลก

“เออ..ขอให้โชคดี  มึงด้วยไอ้รักษ์” พูดจบชลอตบหลังคนทั้งคู่ ก่อนเดินไปอีกโบกี้ที่ปรับปรุงเป็นบ่อนบาคาร่า

นายตำรวจหนุ่มเห็นกลุ่มนักพนันชายหญิง 2 กลุ่ม ยืนอยู่หลังคนถือไพ่ที่นั่ง 2 ข้าง โดยมีคนแจกไพ่อยู่ตรงกลาง

จังหวะที่ชลอเดินเข้าไป กลุ่มที่อยู่ทางซ้ายร้องเฮลั่นด้วยความดีใจ เมื่อเปิดไพ่หงาย 2 ใบมีแต้มเหนือกว่าคู่ต่อสู้ เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่า คนเปิดไพ่หงายในกลุ่มที่เฮลั่นนั่นคือ แคล้ว ธนิกุล หรือ เหลา สวนมะลิ ผู้กว้างขวางเข้าขั้นผู้มีอิทธิพลคนหนึ่งเมืองกรุง

ชลอเห็น ซิตี๋ และ ตี๋ ดำเนิน 2 มือปืนรับจ้าง ที่ผันตัวมาเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวเจ้าพ่อสวนมะลิ พร้อมสมุนอีกหลายคน  ยืนป้องกันระวังภัยให้กับผู้เป็นนายที่กำลังสนุกสนานกับไพ่ 2 ใบหงาย

ถึงแม้นักพนันทุกคนจะถูกทางคาสิโนใหญ่แห่งนี้ บังคับให้ฝากเขี้ยวเล็บติดตัวไว้กับทางบ่อน แต่ชลอ ก็ไม่ค่อยเชื่อ เพราะขนาดเขายังพกเข้ามาได้ หนำซ้ำอะไรกับลิ่วล้อเจ้าพ่อเมืองกรุง จะเอาเข้ามาไม่ได้

อีกเหตุผลหนึ่งเพราะช่วงนี้ คนในยุทธจักรรู้กันดี เหลา สวนมะลิ กำลังมีเรื่องประลองกำลังกับ เต็งโก้ อดีตเจ้าพ่อสะพานเหลือง ที่ถูกฝ่ายแรกสกัดกั้นจนไม่มีที่ทำกิน ต้องย้ายถิ่นไปอยู่ไกลถึงจังหวัดขอนแก่น

ที่แคล้ว และบรรดาผู้ติดตามต้องระวังตัวหนัก เพราะมีบทเรียนบทสำคัญเมื่อปีที่แล้ว

เมื่อช่วงสี่ทุ่มกว่า ของคืนวันหนึ่งในช่วงปลายเดือนตุลาคม พุทธศักราช 2523 ที่สนามมวยราชดำเนิน หลังมวยคู่เอกจบลง เหลา สวนมะลิ เกือบจบชีวิต ด้วยระเบิดซีโฟร์ จุดชนวนด้วยรีโมตคอนโทรล ที่มีคนไปซุกอยู่โคนเสาริมทางเข้าสนาม

เหลารอดตาย แต่ลูกน้องเสียชีวิตจากแรงระเบิด 2 ศพ

แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันว่าใครเป็นคนกระทำ แต่เจ้าพ่อเมืองหลวง อย่างเหลา  มั่นใจเป็นฝีมือของอดีตเจ้าพ่อพลัดถิ่นอย่าง เต็งโก้ แน่นอน

ในทางข่าวที่ ชลอ ได้ ก็เป็นเช่นนั้น….