าวสวยและเก่งแห่งแดนที่ราบสูงเมืองร้อยเอ็ด ผศ.อนงค์นาฏ นุศาสตร์เลิศ หรือ อาจารย์ ป.ปลา อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หญิงสาวที่ในวัยเด็กฝันอยากจะเป็นหลากหลายอาชีพ แม้กระทั่งการเป็น “ภิกษุณี” เพียงเพราะเหตุผลเดียวคือเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น

“ตอนเด็กๆ ป.ปลา อยากเป็นช่างเสริมสวย พระสงฆ์ ครู และนักการเมือง น่าจะเพราะชอบทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง เป็นอาชีพที่ใฝ่ฝัน แต่สุดท้ายเลือกอาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัย เพราะคิดว่าเป็นอาชีพที่เป็นด่านท้ายๆก่อนที่เราจะส่งคนออกไปทำงาน สามารถสอนได้ทีละหลายๆคน ถ้าเราตั้งใจสอนเขาดีๆ นอกจากด้านวิชาการ ยังสามารถสอนแนวคิดการทำงานและการใช้ชีวิตที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น หากเราได้คนเก่งด้วย ดีด้วย ก็จะช่วยเปลี่ยนแปลงสังคมให้ดีขึ้น เป็นการส่งต่อคนคุณภาพให้ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ” อาจารย์สาวแจกแจง

กว่าจะมาเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยคนเก่ง ต้องบอกว่า ดีกรีการศึกษาไม่ธรรมดา เธอจบการศึกษา ม.ปลายจากโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย ระดับปริญญาตรี ศศ.บ.ภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ระดับปริญญาโท อ.ม.ภาษาศาสตร์ จากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิยาลัย และปัจจุบันศึกษาต่อระดับปริญญาเอกสาขาวิชาภาษาศาสตร์ที่ University of Hawai’i at Manoa มลรัฐฮาวาย สหรัฐอเมริกา มีคติประจำใจและการปฏิบัติงานว่า “ทำอะไรต้องนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมก่อน”

การดำรงชีวิต เธอมีต้นแบบคือ แม่ เป็นตัวอย่างของการเอาประโยชน์ของคนรอบข้างและคนส่วนใหญ่เป็นที่ตั้ง ก่อนที่จะนึกถึงประโยชน์ส่วนตน คอยสอนให้มองเรื่องนี้  มักจะพูดว่า ให้รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้รักตัวเองให้มาก ๆ  ให้คิดถึงผู้อื่นและรู้จักบังคับตัวเอง  ส่วนตัวยังคิดว่า การคิดแบบนี้สามารถแก้ปัญหาชีวิตได้แทบทุกเรื่องจริงๆ อีกทั้งยังทำให้ใจสบาย เป็นคนที่ดีขึ้นและชีวิตมีความสุขอีกด้วย

ผศ.สาวคนเก่ง บอกอีกว่า ทุกคนเกิดมาล้วนเจออุปสรรคปัญหา ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป มหาเศรษฐีก็ยังมีปัญหามาให้ชีวิตได้ฝ่าฟัน ที่สำคัญกำลังใจเป็นเรื่องหลักของการแก้ปัญหา ส่วนตัวแล้วมักจะคิดถึงอะไรก็ได้ที่เป็นการสร้างพลังบวก มองตัวอย่างจากผู้ประสบความสำเร็จ ต้องรู้จักมองคนรอบข้าง เช่น หากท้อเรื่องการงานก็จะคิดถึงคนที่ประสบความสำเร็จด้านการงานว่าเขามุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้อย่างไรบ้าง ต้องรู้จักรักคนอื่นเหมือนที่เรารักตัวเอง ในเวลาที่ท้อสุดๆ แทนที่จะมุ่งไปที่การเอาชนะอุปสรรคของตน ลองเปลี่ยนเป็นการทำอะไรเพื่อใครสักคนให้เกิดประโยชน์ วิธีการนี้จะทำให้เราออกจากปัญหานั้นชั่วคราวและรู้ว่าตัวเรามีค่า การที่เราโฟกัสกับคนอื่นจะทำให้เราลืมคิดถึงปัญหาของตัวเอง และมองปัญหาอย่างคนนอกไม่ใช่คนใน เมื่อใจสบายขึ้นใจพร้อมแล้ว เราจะเห็นปัญหานั้นเล็กกว่าที่เราคิดไว้มาก เพราะเรามองปัญหาอย่างคนนอก

ขณะเดียวกันอาจารย์ ป.ปลา ยังเล่าอีกว่า ประสบการณ์ของคนเป็นครู คือ การสอน แต่ประสบการณ์อื่น ๆก็สำคัญกับงานและการดำรงชีวิตของเราเช่นกัน เพราะเราสามารถเรียนรู้อะไรดีๆจากคนรอบข้าง เขาจะสอนเราทั้งทางตรงและทางอ้อม ที่ผ่านมาเคยทำงานและฝึกงานมาหลากหลายรูปแบบ ทำให้ได้ฝึกฝนตนเองในหลายๆด้าน เช่น ล่ามภาษา สมัยเรียนปริญญาตรี เป็นงานพิเศษช่วงปิดเทอม โดยเป็นล่ามภาษาการฝึกร่วม/ผสมทางการทหารระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพสหรัฐอเมริกา ภายใต้รหัส คอบร้าโกลด์ ต้องเป็นล่ามในส่วนของการออกภาคสนามฝึกรบในป่า กลยุทธ์แบบต่าง ๆ ได้ฝึกความแข็งแรง อดทนและการมีสติ เพราะเขาฝึกกันจริงจัง ถ้าเราอ่อนแอและไม่ตั้งใจฟังและแปลให้ดีอาจทำให้งานเสีย เสียทั้งเวลาและงบประมาณ ได้ฝึกความรับผิดชอบและจริงจังต่องาน

“ป.ปลา ยังเคยทำงานพิธีกรให้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น งานประชุมวิชาการนานาชาติ รวมถึงการประชุมระดับชาติอยู่หลายงาน เราเป็นคนที่ไม่ได้ขี้อาย แต่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง การพูดในที่ชุมชนที่มีคนมาก ๆ แต่ถ้ามีคนขอให้ช่วยก็จะไม่ค่อยปฏิเสธ ถ้าไม่จำเป็น เพราะจะได้เรียนรู้จากเขา งานเหล่านี้ ฝึกความมั่นใจได้เยอะ และมีกิจกรรมอีกมากมาย ทั้งการเป็นจิตอาสาทำงานช่วยเหลือสังคมด้านต่าง ๆ ทุกประสบการณ์ได้เจอคน สังเกตุเรียนรู้ทุกคนเป็นครูของเรา”

สำหรับมุมมองผู้หญิงสวยและเก่ง เธอบอกว่า เราอาจเคยเห็นเด็กเล็ก ๆชมว่าแม่ตัวเองสวย นั่นก็เพราะเด็ก ๆสัมผัสความสวยได้จากภายในจริง ๆ สัมผัสจากความเมตตาของแม่ ความอ่อนโยนและความรักที่แม่มีให้ และความสวยนั้นจะไม่มีวันน่าเบื่อในความคิดของเราก็ ฉะนั้นความสวยต้องมาจากภายใน ผู้หญิงสวยต้องสวยเมตตาที่อาจจะถ่ายทอดออกมาทางตาสวย เพราะมองใครก็มองด้วยความปรารถนาดี สวยความคิดถ่ายทอดออกมาให้มีวาจาที่ไม่ทำร้ายผู้อื่น  ส่วนตัวไม่ได้ปฏิเสธความสวยจากภายนอก เพียงแต่ต้องการจะบอกว่าความสวยที่ยั่งยืนและทำให้คนมองว่าสวยว่างามไปนาน ๆจนแก่เฒ่าต้องสวยจากภายใน ส่วนผู้หญิงเก่งคือผู้หญิงที่มีความสามารถในการจัดการเรื่องต่าง ๆได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ สติต้องดี ใจต้องเข้มแข็ง

เมื่อถามถึงความพึงพอใจความสำเร็จ อาจารย์ ป.ปลาบอกทันทีว่า ประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว เพราะมีความสุขในการดำรงชีวิตทุก ๆวัน สามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้เป็นอย่างดี ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ รู้สึกพอใจกับชีวิตตอนนี้ แต่ยังมีเป้าหมายที่อยากจะทำให้สำเร็จหลายอย่าง เช่น การที่ได้ช่วยเหลือสังคมให้เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ อยากมีโครงการที่เกี่ยวกับการธำรงภาษาถิ่น เขียนหนังสือให้คนสนุกกับการเรียนภาษาอังกฤษแบบใหม่ อยากเป็นคอลัมน์นิสต์ หรือเขียนหนังสือสร้างแรงบันดาลใจ สอนหนังสือให้คนกลุ่มอื่น ๆ และอยากจะเชิญนักวิจัยเก่งๆในต่างประเทศไปร่วมทำวิจัยเกี่ยวกับประเทศของเรา

ท้ายนี้อาจารย์สาวกล่าวถึงความเหมือนหรือแตกต่างผู้หญิงในยุคปัจจุบันกับอดีตว่า ไม่ต่างมาก เปรียบเทียบยาย แม่ และมารุ่นของเรา ผู้หญิงยังคงมีบทบาทไม่เปลี่ยนแปลงไป  คือ การดูแลคนรอบข้าง ที่จะแตกต่างเล็กน้อย คิดว่า ผู้หญิงในยุคปัจจุบันสามารถแสดงออกทางความคิดได้อย่างเสรีมากขึ้น เป็นที่ยอมรับมากขึ้น ต้องขอขอบคุณทุกคนในสังคมที่เปิดโอกาสนี้ให้กับทุกเพศ