น้ำตาของ “ครอบครัวจันทะวงษ์” คงฝังลึกอยู่ในใจตราบนิรันดร์

ไม่ใช่แค่วันผ่านวันแล้วก็ลืมเหมือนผู้มีอำนาจบางคน

นี่หรือคือ “วีรกรรมของวีรบุรุษอีโอดี”ที่ควรได้รับจากผู้บังคับบัญชา เฉกเช่น ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หัวหน้าหน่วยทำลายล้างวัตถุระเบิด “หน่วยเหยี่ยวดง” เจ้าของรางวัล คนดีของแผ่นดินในปี 2554

แต่สำหรับ จ.ส.ต.อภิทักษ์ ปราบกรี ผู้บังคับหมู่เก็บกู้ทำลายวัตถุระเบิด กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เชื่อว่า เขาคงไม่ลืมภาพเหตุการณ์วันที่ต้องสูญเสียเพื่อนร่วมทีม

บทสนทนาสุดท้ายที่เจ้าตัวระบายถึง “ครูยักษ์” ด.ต.อนิรุทธ จันทะวงษ์ บ่งบอกอารมณ์ความรู้สึกได้ดี

“ระหว่างที่ผมและทุกๆคนกำลังเตรียมตัวเตรียมเครื่องมือ เพื่อเตรียมพื้นที่ให้ปลอดภัย เพื่อให้ชุดที่เกี่ยวข้องเข้าดำเนินการต่อนั้น

ผมก็เขาไปทักครูยักษ์
ผม:หวัดดีครับพี่…พี่พอมีถุงมือไหมครับ ขอหน่อย
ครูยักษ์: มีน้องเอาๆ
ผม:ขออันหนึ่งคับพี่
ครูยักษ์:เอาๆเอาไปคู่นึงเลยน้อง เอาไป
ผม:เอาข้างเดียวพอพี่ ผมถ่ายรูปใช่ข้างเดียวพอ
ครูยักษ์ :เอาๆๆๆ
ผม:ขอบคุณคับพี่

หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงระเบิดเกิดขึ้น สิ้นสุดเสียงระเบิด ผมเห็นทุกๆคนนอนเจ็บกันอยู่ก็รีบเขาไปช่วยกันแบกหามขึ้นรถนำส่ง รพ. เสร็จจากนั้นผมไม่ได้มีเวลาถอนหายใจ รู้สึกตัวเองแน่นหน้าอกและนั่งลงกับพื้น ด้วยความเหนื่อยและหายใจติดขัด ก็เลยขึ้นรถคันสุดท้ายไป รพ.

ผมเขา รพ.ยะหา ส่งต่อมมา รพ.ศชต. มาถึงก้เห็นพยาบาลปั้มหัวใจกันอยู่ ผมนอนอยู่ตรงกันข้าม
ผมเลยถามว่าใคร ได้รับคำตอบว่า ครูยักษ์

ผมภาวนาอย่างเดียวว่าให้เค้ายื้อชีวิตแกกลับมาให้ได้ สุดท้ายพี่แกก็จากไปต่อหน้าต่อตาผม”

นี่คือ ชีวิตจริงนักเก็บกู้วััตถุระเบิด

จ่าสิบตำรวจทีมนักกู้ระเบิดที่อยู่ในชุด “ฮีโร่” กู้วิกฤติคาร์บอมบ์กลางเมืองยะลาเมื่อเดือนเมษายน 2559 ยืนยันว่า เป็นเส้นทางที่เราเลือกแล้ว บนสมรภูมิรบแห่ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ร่างของครูยักษ์บรรจุลงในหีบศพมี “ธงชาติคลุม” ลูกสาวถือรูปถ่ายพ่อบังเกิดเกล้านำหน้าด้วยน้ำตาที่รินอาบแก้ม

เธอคงอยากให้เป็นเพียงแค่ความฝันในวันที่ขาดพ่อ

พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ รักษาการผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เป็นผู้บังคับบัญชาตำแหน่งใหญ่สุดเดินทางมาร่วมพิธีรดน้ำศพอย่างสมเกียรติ พร้อมเพื่อนข้าราชการตำรวจหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด

ชุดปฏิบัติการ “ปิดทองหลังพระ” มีหน้าที่ช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติให้พ้นหายนะจากระเบิดลูกใหญ่หลายต่อหลายครั้ง

ไม่มีหน้าที่ไปปราบปรามรุกไล่ฆ่าใคร

แปลกที่ทำไม “ผู้เป็นนาย” หลายคนกลับทอดทิ้งลอยแพให้พวกเขาอยู่ในสมรภูมิรบอย่างเดียวดาย