แบกเอานามสกุลของตำนานศิลปินเพลงเพื่อชีวิตเมืองไทยใส่เครื่องแบบสีกากี

ผู้กองโซโล...วรมัน โอภากุล นายตำรวจหนุ่มทายาทคนเล็กของ แอ๊ดยืนยง โอภากุล หัวหน้าวงคาราบาวไม่เคยรู้สึกหนักใจ

แม้ไม่ได้โดดเด่นเก่งเหมือนพ่อบังเกิดเกล้า ทว่าพยายามก้าวเดินด้วยขาตัวเองมาตั้งแต่เด็ก เรียนรู้ชีวิตมากมาย

ไม่คิดอาศัยความยิ่งใหญ่ในวงการของผู้เป็นบิดา

ก่อนจะมา ติดดาว เข้าสวมบท ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตามเส้นทางที่เลือกอยากจะเป็น

แบบอย่าง ตำรวจนักบู๊ ถึงจะอยู่ตำแหน่งรองสารวัตรฝ่ายสโมสรและสันทนาการ กองสวัสดิการ คุมหน้างานฝ่ายติดต่อจัดเลี้ยงภายในสโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

 

ย้ายโรงเรียนเป็นว่าเล่น อยากเป็นทหารรับจ้างแดนน้ำหอม

วัยเด็ก ร.ต.อ.วรมันเล่าว่า ย้ายมาหลายโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นอนุบาลทับแก้ว อนุบาลยุคลธร ปิยะจิตวิทยา ก่อนไปโรงเรียนนานาชาติที่เขาใหญ่ นครราชสีมา ตอนประถม 2 เหตุผลที่ย้ายโรงเรียนอาจเพราะพ่อขยับไปทำงานอยู่หลายที่ เป็นเรื่องธรรมชาติในความคิดของเรา กระทั่งขึ้นมัธยมบินไปเรียนไกลอยู่ที่เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียนาน 3-4 ปี กลับมาเมืองไทย เข้าต่อโรงเรียนเอเอสบี (อเมริกันสคูลอินเตอร์เนชั่นแนลแบงค็อก) ก่อนสอบในหลักสูตรสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หรือ กศน.เพื่อเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย

เจ้าตัวรับว่า ตอนนั้นชีวิตเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่เราเข้าใจ เพราะพ่อทำงานหนัก และเจอคนหลายรูปแบบกลายเป็นเรื่องปกติ เมื่อเทียบชีวิตเพื่อนบางคน ครอบครัวไม่ได้ดีเท่าไรนัก ถามว่า ตอนนั้นอยากเป็นอะไร ไม่รู้ แค่อยากหางานทำที่มีเงินเดือนสูง ผนวกกับการที่โตมากับพ่อแม่ เห็นพ่อชอบยิงปืน และชวนกันไปซ้อมยิงปืนบ่อยครั้งตั้งแต่จำความได้ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจอยากเป็นทหารรับจ้างในต่างประเทศ เนื่องจากเงินเดือนมากถึงขนาดส่งใบสมัครไปถึงประเทศฝรั่งเศส

“ผมหัดยิงปืนตั้งแต่อายุ 10 ขวบ คุณพ่อพาไปยิงสนามวังกานนท์ กองปราบปราม แต่ไม่เคยมีความคิดจะเป็นตำรวจอยู่ในหัว  อยากไปเป็นทหารรับจ้างที่ฝรั่งเศส เงินเดือนตกวันละ 5,000 บาท ติดต่อแล้วทางนั้นบอกว่า ไปได้ แต่ไม่แน่นอน ผมคิดว่า พอเข้าใจในหลักการรบ เพราะฝึกยิงปืนบีบีกัน เพนท์บอลบ่อย น่าจะทำได้ อยากไปฝึกสนามจริง สัก 2-3 ปี เก็บเงินมาแล้วค่อยปลดประจำการ เราก็เป็นอิสระ มีรายได้ไม่ต้องขอครอบครัว ปรากฏว่า คุณพ่อกับคุณแม่จับได้ ต้องล้มเลิกความคิด คุณพ่อบอกว่า มันเสี่ยง ไม่อยากให้ไป”

ไม่ขอเดินรอยดนตรีตามบิดา เพราะรู้ปัญหาในวงการบันเทิง

“ ชีวิตผมไม่ได้คิดต้องมาพึ่งพาครอบครัว ขอเงินจากคุณพ่อจากคุณแม่” ลูกชายคนเดียวของครอบครัวโอภากุลยืนยันเจตนารมณ์ พอล้มเหลวจากแผนบินไปสมัครเป็นทหารรับจ้างแดนน้ำหอม กลับมาเข้าเรียนมหาวิทยาลัยตามความตั้งใจของพ่อที่อยากให้จบปริญญาตรี แม้ตัวเองยังจะคิดแอบไปเกณฑ์ทหาร เพราะยังชอบอยู่กับการยิงปืน อยากทำงานอยู่ในสมรภูมิรบ  เมื่อถึงเวลาก็พลาดอีกเนื่องจากมีคนสมัครเต็มหมดแล้ว

เขาบอกว่า เริ่มต้นทำงานกับพ่อ มีอะไรให้ช่วยทำหมด แต่ไม่คิดจะเป็นนักดนตรีเหมือนพ่อ เพราะในวงการบันเทิงที่สัมผัสมาตั้งแต่จำความได้ รู้สึกไม่ใช่ตัวเรา ความขัดแย้งและปัญหาเยอะมาก ความอดทนเราไม่ได้มากมายขนาดนั้น เราไม่ได้คนใจร้อน แต่สิ่งเราโตมาเจออะไรแบบนี้เยอะ ถามว่า กดดันหรือไม่ด้วยความเป็นลูกศิลปินคนดังของเมืองไทย คงไม่ เพราะคิดว่า พ่อไม่ดัง อยู่กันทุกวัน ไม่คิดว่า พ่อเป็นคนดัง อาจจะเป็นเพราะว่า ชินแล้ว

ร.ต.อ.วรมันเล่าอีกว่า เรียนรู้จักพ่อที่มักไม่ได้สอนอะไรด้วยวาจา แต่เป็นผู้นำให้เราเดินตาม จำได้ตอนเด็กเคยติดรถพ่อเข้าไปในรัฐสภา เรารออยู่ข้างนอก พ่อออกมาเล่าให้ฟังว่า นักการเมืองพยายามเสนอตำแหน่งผู้นำวัฒนธรรมอะไรสักอย่าง เพียงเพราะจะปิดปากไม่ให้ร้องเพลงด่ารัฐบาล โจมตีการสร้างเขื่อนในสมัยนั้น เพราะสถานการณ์ล่อแหลมมาก มีคนโทรศัพท์มาขู่วางระเบิดถึงห้องอัด มีอำนาจมืดเข้ามาคุกคาม

สัมผัสคนหลายรูปแบบ ต้องแอบพกปืนตั้งแต่เด็ก

“ผมเห็นมาตั้งแต่เด็ก คุณพ่อเป็นนักสู้เพื่อประชาชน ต่อสู้กับคนไม่ดี  ทำให้ผมเรียนรู้ว่า คนในสังคมเรา มีหลากหลายรูปแบบจากการอยู่ใกล้ชิดคุณพ่อ สุดท้ายไม่มีอะไรแน่นอน ตอนนั้นคนเกลียดเรา พอมาวันหนึ่งคนมาชอบเรา แค่มีความรู้สึกว่า คนมาเกลียดคุณพ่อผมเรื่องอะไร แล้วครอบครัวเราก็ทำธุรกิจด้วย ผมต้องพกปืนตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยยิงใคร  บางทีเราต้องระวังตัว เพราะกลัวคนมาหาเรื่อง” นายตำรวจหนุ่มว่า

ความทรงจำเมื่อครั้งติดสอยห้อยตามพ่อไปดูคอนเสิร์ตคาราบาวครั้งแรก เขาไม่เคยลืมว่า อายุประมาณ 5 ขวบ มีการปาระเบิดกันกลางงาน ลูกแรกไม่โดนใคร อีกลูกลงกลางแฟนเพลง คิดเอาเองแล้วกันว่า หากยังเจริญรอยตามพ่อเป็นนักดนตรี เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้เราจะยอมรับได้หรือ เราเสียหาย เสียเงิน และเสียภาพพจน์ แต่สำหรับพ่อเจอมาเยอะกว่า พ่อใจเย็นมาก คิดแค่ว่า ปล่อยไป ทำให้ผมเลือกอยากเป็นทหารมากกว่าจะมาเจอสถานการณ์ในวงการบันเทิงแบบที่พ่อเจอ

ระหว่างนั้น โซโลเลือกเข้าเรียนมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เกี่ยวกับด้านคอมพิวเตอร์อาร์ต อายุเพิ่ง 17 ปี กลับจากออสเตรเลียมาไม่นาน รู้สึกว่า เร็วไปสำหรับเขาในการเรียนรู้ในระบบมหาวิทยาลัยเมืองไทย ต้องเปลี่ยนไปเรียนเกี่ยวกับแอนิเมชั่น หลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยมหิดล คิดว่า หาเงินได้ คิดว่าเก่งทางนี้ได้ แต่แล้วก็ไม่รอด ด้วยความไม่ใส่ใจว่า เรียนไปเพื่ออะไร และมองโอกาสประสบความสำเร็จน้อยเกิน

 

ชีวิตมหาวิทยาลัยหนักสุด ก่อนผุดความคิดอยากเป็นตำรวจ

เขาย้ายสถานที่เรียนระดับอุดมศึกษาอีกครั้งไปอยู่มหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด ศึกษาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์อาร์ตเหมือนเดิม ร.ต.อ.วรมันบอกว่า เริ่มเรียนรู้มากขึ้น แต่ต้องเจอปัญหาภายใน เพื่อนบางคนติดยาเสพติด ไม่เข้าเรียน ชวนไปเสพยา เราอยู่ในกลุ่มไม่ขอยุ่งเกี่ยว นานวันหนักขึ้น รุนแรงขึ้น มีการขโมยของ โทรศัพท์มือถือหาย คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กหาย คิดว่า ไม่ใช่แล้ว ก่อตัวกันเป็นแก๊งอาชญากรรม เริ่มอยู่ยาก แต่ก็ตั้งใจเรียนจนจบ

“เวลานั้นมีเครือข่ายชวนนักศึกษาเข้าไปในขบวนการแก๊งแชร์ลูกโซ่ ทั้งขายเสพติดเอาเงินไปหมุน ผมว่า มันไม่ใช่ ต่อให้มีปริญญาถ้าออกไปเจอคนแบบนี้ บางทีกฎหมายไม่ช่วย ตำรวจไม่ช่วย ผมเก็บความรู้สึกไว้ จบออกมาหางานทำไปเรื่อย ปรึกษาผู้ใหญ่ที่นับถือ ไม่ได้ถามคุณพ่อเกี่ยวกับแก๊งที่ว่า ทำไปทำมาเกิดความคิดอยากเป็นตำรวจ ผู้ใหญ่บอกมีเปิดรับสมัครลองมาสอบดู”

แล้วโซโลก็ได้เป็นตำรวจเข้าหลักสูตรการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรรุ่น 36  เจ้าตัวยังหมกหมุ่นความคิดทำงานกับปืน แต่ไม่ได้บอกพ่อก่อนหน้า มารู้ตอนหลังบอกอย่างเดียวว่า ให้ตัดสินใจเอง ไม่ได้บังคับ ฝันที่อยากเป็นตำรวจสำเร็จ ทว่าไม่ถึงขนาดต้องได้จับปืนไล่จับผู้ร้าย

 

อนุบาลเคยตามรวบเพื่อน ทว่าภาพเก่าไม่เลือนโดนขุดคุ้ย

ลูกชายแอ๊ด คาราบาวเล่าด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า เหมือนเรื่องบังเอิญตั้งแต่เด็กแล้ว ชินกับบทจับผู้ร้ายตอนอยู่อนุบาล จำได้ว่า เห็นเพื่อนผู้หญิงโดนขโมยของเวลาที่ครูให้นอนกลางวัน ตื่นมาเพื่อนนั่งร้องไห้ เราก็งงว่า ร้องทำไม พยายามหาสาเหตุถึงรู้ว่า มีคนมาขโมยของในกระเป๋า แล้ววันหนึ่งเราก็จับได้ เพราะสังเกตเห็นตอนที่เด็กทุกคนนอน มีเพื่อนผู้หญิงอีกคนแอบไปขโมย จับได้คาหนังคาเขา ความรู้สึกเหมือนอะดรีนาลีนในร่างกายมันหลั่ง เป็นความรู้สึกดีที่สุดในชีวิตในการจับผู้ร้ายจับโจรวัยเด็ก

ติดยศร้อยตำรวจตรีบรรจุตำแหน่งรองสารวัตรฝ่ายสโมสรและสันทนาการ กองสวัสดิการ ดูแลสโมสรตำรวจ โซโลว่า ไม่ใช่สิ่งที่เราฝัน แต่พยายามปรับตัว งงอยู่ว่า ตำรวจมีงานนี้ด้วยหรือ ไม่คิดอะไรมาก เพราะจบปริญญาตรีด้านการโรงแรมกับสื่อสารมา น่าจะนำเอาองค์ความรู้มาช่วยงานที่รับผิดชอบได้ไม่น้อย แต่สิ่งที่เผชิญกลับไม่ใช่งานในหน้าที่

“มันเป็นเรื่องเก่าที่บางกลุ่มพยายามขุดคุ้ยโจมตี หาเรื่องไปกระทบถึงคุณพ่อ ผมโดนเกือบทุกครั้งจนแทบชินชา แต่ผมคิดว่า มันไม่แฟร์ เพราะมันกลายเป็นว่า ผมโดนรังเกียจ ทั้งที่คดีความจบไปหมดแล้ว เทียบเอาแล้วกันว่า คนที่จะหนีพ่อหนีแม่ หนีทุกอย่างไปเป็นทหารรับจ้างที่ฝรั่งเศสกับเรื่องพวกนี้ผมจะทำหรือ เรื่องจริงที่โรงพักก็รู้กันหมด ด้วยความที่ผมเป็นลูกคนดัง ผมเลยเป็นเป้าอย่างนั้นหรือ”

 

ตกเป็นกระสุนเกมการเมือง เอามาโยงเรื่องพ่อเป็นคนดัง

“ผมบอกตรงๆอีกครั้ง ผมไม่รู้หรอกว่า คุณพ่อผมดัง ผมเพิ่งกลับมาจากเมืองนอกใหม่ๆ กลับมาก็ไปเดินสยาม เห็นคุณพ่อเล่นคอนเสิร์ตกับตูน บอดี้สแลม ในเพลงความเชื่อ ผมไม่รู้เลยว่า คุณพ่อดัง พอเป็นเรื่อง เป็นข่าว ผมก็ไม่เข้าใจว่าความดัง คือ อะไร อาจจะเป็นอย่างนั้น ความจริง คือ ความจริง ทุกคนรู้อยู่แล้ว”

เรื่องที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2548 เจ้าตัวเคยเปิดใจให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่า ที่ผ่านมาไม่เคยได้อธิบายเกิดอะไรขึ้น โซเชียลมีเดียลงข้อมูลโจมตี แค่อยากให้ข้อมูลนั้นมีความเป็นความจริง ส่วนตัวรู้สึกเฉยๆ เชื่อว่าสังคมน่าจะเข้าใจว่า อะไรเป็นอะไร ทุกคนสามารถวิพากษ์วิจารณ์ได้ แต่ต้องด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง การพิจารณาคดีนั้น ไม่มีหลักฐานว่า ตนเกี่ยวข้องกับเหตุดังกล่าว ขณะที่ ศาลมีคำสั่งให้ยกฟ้องไปแล้วไม่ได้มีการดำเนินคดีกับตนแต่อย่างใด

“ผมกลายเป็นกระสุนในเกมการเมือง บางคนเอาไปออกข่าวทำเสียหายเป็นเรื่องน่ากลัว ขู่จะจับดำเนินคดี ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่า ไม่ผิด พยานหลักฐานไม่มี ประณามผมเสียหาย พอผมบริสุทธิ์แทนที่จะแก้ข่าวให้ว่า สอบสวนแล้วไม่มีความผิด ไม่มีหลักฐานโยงใยตามที่กล่าวหา กลับหายไปเลย ด่าผมเสร็จแล้วก็ไป” ร.ต.อ.วรมันระบายความรู้สึกที่เจอตลอดหลายปี

 

เจอตลกร้ายในการคุมสโมสร สั่งสอนเด็กวัยโจ๋ป่วนสระว่ายน้ำ  

ย้อนกลับมาปัจจุบัน เขาทำหน้าที่อยู่สโมสรตำรวจ เพราะเรียนจบด้านการบริหารโรงแรม  หลายคนถามว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยตรงของตำรวจไหม เนื่องจากถูกฝึกมาจับผู้ร้าย อบรมวิชากฎหมายตามประมวลวิธีพิจารณาคดีอาญา ผู้กองโซโลแสดงความเห็นว่า งานต้อนรับแขกที่เข้ามาจัดสัมมนา ทำกิจกรรมเปิดห้องเช่าจัดเลี้ยงงานแต่งงาน หรืองานสันทนาการก็เป็นอีกหน้าที่ของตำรวจที่เราต้องกำกับดูแล สโมสรตำรวจขึ้นตรงกองสวัสดิการอยู่ในสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เราคือ ตำรวจมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบพื้นที่คุมสโมสร เหมือนทหารคุมสโมสรทหารบก

กระนั้นก็ตาม เขายังมีจิตวิญญาณความเป็นตำรวจจับผู้ร้ายอยู่ตามสัญชาตญาณที่ได้รับการฝึกฝนมา  หลังเข้าปฏิบัติหน้าที่สัปดาห์แรก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเรียกตอนดึก บอกมีกลุ่มเด็กไปกระโดดเล่นในสระว่ายน้ำ ไม่กล้าทำอะไรต้องปรึกษานายตำรวจเวร “มันเป็นเรื่องตลกร้ายในอาชีพตำรวจ ผมคว้าปืนเหน็บเอวออกตามหา เวลาประมาณเที่ยงคืน พวกนั้นทิ้งรองเท้าเกลื่อนริมสระวิ่งหนีไปหมดแล้ว”

“ ผมขับรถถามร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ยันคนบ้านอนป้ายรถเมล์ ไม่โผล่ออกมา ตัดสินใจยืนตะโกน ออกมาเหอะ ขี้เกียจเฝ้าของ มาเอากลับไปนะ ไม่มาเอา คิดค่าฝากวันละ 500 นะ ไม่ถึงนาที เด็กผู้หญิง ผู้ชายอายุไม่เกิน 15 แจ้นออกมาจากพุ่มไม้มอบตัวกันหน้าสลอน” รองสารวัตรฝ่ายสโมสรและสันทนาการ กองสวัสดิการบอกให้เก็บรองเท้า เพราะพรุ่งนี้สโมสรตำรวจมีงานจัดเลี้ยง ถามประวัติความเป็นอยู่ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานตำรวจตามแฟลตทั้งนั้น หลายคนไม่ได้เรียนหนังสือ ได้แต่ตักเตือนแล้วให้กลับบ้าน

 

ม่นานเผชิญขบวนแชร์ลูกโซ่  ทำตัวไฮโซเข้าล้อมกรอบ

แต่เรื่องนั้นไม่ร้ายเท่าเผชิญหน้าขบวนการแชร์ลูกโซ่เช่าห้องสโมสรตำรวจระดมหลอกสมาชิกมาร่วมลงทุน ร.ต.อ.วรมันเล่าว่า อาจด้วยประสบการณ์สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่เจอมาเยอะเกี่ยวกับเครือข่ายเหล่านี้  ทำให้เกิดความสงสัย สโมสรตำรวจมีจัดงานกันแทบทุกวันหลังเพิ่งซ่อมแซมปรับปรุงใหม่ วันนั้นมีรถสปอร์ตยี่ห้อหรูหลายคันมาจอดกันเต็ม ตอนแรกคิดว่า พวกไฮโซมาเช่าจัดงานเลยลองเข้าไปดู แต่ละคนแต่งตัวภูมิฐานพอถามอะไรไม่ยอมตอบ บ่ายเบี่ยงเดินหนี อาจไม่รู้ว่า เราเป็นตำรวจ

“รู้ไม่รู้ ผมไม่สน แต่พวกคุณอยู่ในสโมสรตำรวจแล้วจะไม่คิดหรือว่า ผมเป็นตำรวจ ผมยิ่งสงสัยว่า มาทำอะไร ถามก็ไม่ตอบ มีแค่บางคนเป็นพวกสมาชิกที่โดนหลอกมาบอกว่า ถ้าสมัครสมาชิกจ่ายอะไรสักอย่างจะมีเงินปันผล 8-9 หมื่นต่อเดือนเลย ผมเอากล้องวิดีโอเข้าไปถ่ายข้างในเก็บไว้เป็นข้อมูล เพราะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบในที่ทำงานเรา ผมเป็นร้อยเวร หากมีปัญหาเดี๋ยวจะโดนโยงเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย”

สักพักโดนล้อมกรอบ ร.ต.อ.วรมันเล่าต่อว่า โวยวายกันใหญ่ ถามว่าถ่ายทำไม ตอนนั้นจับใจความได้แล้วชัดเจนว่า หัวหน้าแก๊งพยายามพูดกล่อมบนเวทีให้สมาชิกไปหลอกเงินพ่อแม่มาลงทุนถ้าอยากรวย ทำให้เราติดใจในคำพูดสอนให้เด็กไปหลอกพ่อแม่ในสถานที่ราชการได้อย่างไร “พวกมันมาโวยวายจะให้ลบเทป ผมไม่ยอม บอกเฮ้ยไอ้น้อง พี่เป็นรองสารวัตรอยู่ที่นี่ สามารถถ่ายอะไรก็ได้ แต่มันยังไม่ยอม เอาคนมายืนรุม ผมรีบไปบอกเจ้านายขออนุญาตไปเอาปืนที่ห้อง เดี๋ยวจะกลับมาใส่กับมัน เพราะท่าทางคุยไม่รู้เรื่องแล้ว”

 

หัวร้อนกลับไปคว้าปืน หวังเอาคืนเปิดฉากถล่มแหลก

บึ่งรถมุ่งหน้าที่พักย่านเกษตร-นวมินทร์หยิบปืนซิกซาวเออร์ พร้อมแมกซ์สำรองอีกชุด โซโลสารภาพว่า หัวร้อนมาก เจอพวกทำตัวเหมือนเป็นนักเลง แบบนี้คิดว่า ต้องยิงให้หมดทั้งแก๊ง เพราะไม่มีสิทธิมาข่มขู่ท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจในขณะปฏิบัติหน้าที่ พื้นที่รับผิดชอบของเรา มาทำอะไรเราต้องตรวจสอบได้ แค่เอาผู้หญิงเข้ามาเต้นโป๊เปลือยก็ผิดแล้ว มาเช่าสถานที่ราชการแล้วยังข่มขู่ตำรวจอีก แบบนี้ไม่ถูก

หลังจากกลับไปถึงสโมสรตำรวจ ปรากฏว่า คู่กรณีพากันหายหมดเกลี้ยง อุปกรณ์ในห้องจัดเก็บไม่เหลือร่องรอย นายตำรวจหนุ่มบอกว่า กระนั้นคนพวกนี้ยังตามราวีรังควานกล่าวหาเราทำเกินกว่าเหตุ ถึงขั้นเอาคนมานั่งเวลาเจอหน้าแล้วพูดจากขายของคุยฟุ้งว่า ธุรกิจดีมาก มีรายได้เป็นแสน ยั่วประสาทเรา สำหรับเราคิดว่า ทำถูกต้องแล้วในวันนั้น ถ้าเราไม่ทำอะไร ปล่อยให้หลอกต้มตุ๋นกัน ช่างมัน ไม่ใช่เงินเรา คิดว่า แล้วจะเป็นตำรวจทำไม ยังอยากจะเป็นรองสารวัตรสโมสรตำรวจอีกหรือ โจรมันมาปล้นฆ่ากันในสำนักงาน ยังจะนั่งสบายใจอยู่อีกหรือ

สมมติฐานของเขาไม่ผิด เพราะไม่นานมีการทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่รายใหญ่ที่ว่า นึกเฉลียวใจอยู่เหมือนกัน หากสอบสวนขยายผลแล้วอ้างเปิดตัวในสโมสรตำรวจ ต้องมีคำถามตามมา ใครเป็นร้อยเวรวันนั้น ร.ต.ต.วรมัน โอภากุล ไม่พ้นถูกกล่าวหาเป็นพวกเดียวกันร่วมขบวนการอยู่ด้วย ดังนั้นเขาถึงภูมิใจในสิ่งที่ทำในวันนั้นที่ได้ปกป้องชื่อเสียงสโมสรตำรวจให้ดีที่สุด “ผมคิดว่า ผมพอจะช่วยเด็กๆ และคนที่ทำมาหากินสุจริตหลายคนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนพวกนี้ได้ไม่มากก็น้อย ฝากบอกคนร้ายทุกคนที่คิดจะยืมชื่อสโมสรตำรวจด้วยว่า ที่นี่ไม่ต้อนรับ”

 

เข้าอยู่เฉพาะกิจปราบงาช้าง พร้อมคลำทางแกะรอยยาเสพติด 

นอกจากงานประจำในสโมสรตำรวจแล้ว ลูกชายนักร้องเพลงเพื่อชีวิตคนดังของเมืองไทยได้รับโอกาสจาก พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ให้ไปอยู่ชุดเฉพาะกิจปราบปรามงาช้าง ร่วมทำผลงานเป็นที่น่าพอใจ หลังจากองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล และองค์การสหประชาชาติที่ได้ออกหนังสือ แจ้งขอความร่วมมือกับทางการไทยสามารถจับกุมนักธุรกิจใหญ่ร่วมกันขนงาช้างเข้าออกประเทศได้มูลค่า 100 กว่าล้าน

ขณะเดียวกันได้ช่วยปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดให้กับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดในฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลการสืบสวนสมัย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข เป็นผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โซโลบอกว่า ในหน้าที่การงานตรงนั้น ช่วยเหลือเด็กที่เป็นทาสยาเสพติดได้จำนวนไม่น้อย หลายคนส่งไปบำบัด และยังทลายขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญอีกหลายแก๊ง งานนอกเครื่องแบบนอกเวลางานประจำที่สโมสรตำรวจ พ่อยังไม่รู้ด้วยซ้ำ เรากลัวเป็นห่วง เนื่องจากยุคนั้นปราบปรามกันค่อนข้างรุนแรง

“บางวันคุณพ่อคิดว่า ผมเพี้ยนนะ เพราะไม่รู้ว่า ผมไปปฏิบัติหน้าที่แฝงตัวหาข่าว แต่งตัวบ้า ๆ บอ ๆ แบบชาวร็อกเข้าผับ อาจมีเพื่อนของคุณพ่อมาฟ้องว่า ลูกมึงเข้าแต่ผับ ไม่ทำงานทำการหรือ เช้าวันหนึ่งคุณพ่อเข้ามาถามทำไมไม่ไปทำงาน ทั้งที่ผมเพิ่งกลับมาจากภารกิจ บอกไปคงไม่เชื่อ คุณพ่อถึงกลับกระโดดถีบแบบหยอก ๆ พอผมบอกแค่ว่า ผมเป็นตำรวจ ไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม” เจ้าตัวยิ้มถึงภาพเข้มของพ่อ

 

ปฏิบัติภารกิจสุดภูมิใจ ช่วยทำพิษภัยยานรกลดน้อยลง

“ผลลัพธ์จากงานที่ทำแล้วว่า โอเค ที่ผ่านมาก็ไม่เคยขอให้คุณพ่อช่วยย้ายไปอยู่ที่นั่นที่นี่ ทั้งที่คุณพ่อรู้จักตำรวจผู้ใหญ่เยอะ ผมมองว่า คุณพ่อทำงานของเขา เราก็ทำงานของเรา ด้วยนิสัยที่เราเป็น แต่เข้าใจว่า คุณพ่อเป็นห่วง ด้วยความที่รู้จักคนเยอะอาจมีคนมากระซิบบอกว่า ลูกชายเกเร เป็นตำรวจแล้วยังเที่ยวเตร่ตามผับ แต่ไม่รู้ว่า ผมทำอะไรอยู่”

เกี่ยวกับปัญหายาเสพติด นายตำรวจหนุ่มเห็นเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ แม้ตำแหน่งไม่ได้รับผิดชอบหน้างานปราบปราม แต่ความเป็นตำรวจอดไม่ได้ที่ต้องทำ ถึงขนาดช่วยเพื่อนให้เลิกยาเสพติดด้วยความหวังดี สุดท้ายกลับโดนเพื่อนคนนั้นใส่ความหาว่า เขาขนยาเสพติดให้ “เจ็บใจไม่น้อย แต่ผมพยายามทำให้ดีที่สุด ช่วงนั้นช่วยจับกุมยาเสพติดได้เยอะมาก ทีมของท่านสมหมาย กองวิสัยสุข เด็ดขาด ทั้งไล่ยิง ไล่จับจนเบาบางลงทันตาเห็น”

ผู้กองโซโลถือว่า ปัญหายาเสพติดน้อยลงตอนสมัยนั้น เพราะตำรวจจัดการได้เยอะ ผิดกับสมัยก่อนตอนอายุ 15 ขวบจำได้ว่า คนในซอยบ้านท่าทางเอาเรื่องชอบโวยวายทะเลาะกับชาวบ้าน เรายังไม่รู้อะไรเท่าไร พอรุ่งเช้าออกข่าวหนังสือพิมพ์เลยว่า ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมคารถแอคคอร์ดสีดำ เจอยาบ้า 2 ล้านเม็ด ถึงรู้ว่าเป็นคนนั้นนี่เอง แสดงให้เห็นชัดว่า ยาเสพติดวนเวียนอยู่ไม่ไกลตัวเรามาก

 

ยิ้มรับอาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ขอบคุณโอกาสได้รับใช้ประชาชน

ถามว่า ทำไมต้องเป็นตำรวจ ทั้งที่ครอบครัวไม่เดือดร้อน พ่อมีชื่อเสียง มีฐานะ ไม่เห็นจำเป็นต้องดิ้นรนมารับราชการ  ผู้กองวรมันตอบไม่เสียเวลาคิดว่า อาจด้วยความรู้สึกฟิวกู้ด อะดรีนาลีนมันหลั่ง คงเหมือนอย่างที่เล่าว่า ได้จับเพื่อนเรียนอนุบาลขโมยของตั้งแต่เด็ก เราชอบความรู้สึกนั้น บวกกับว่า หางานแล้วในตลาดทั่วไป  แล้วงานไม่ตรงใจเรา

เขาบอกอีกว่า จริง ๆ ชอบงานสืบสวน ได้ไปอบรมหลักสูตรสืบสวนรุ่น 104 ตามความสามารถของตัวเองเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และอยากเป็นตำรวจตระเวนชายแดน เป็นคนชอบทำงานกับปืนมากกว่า เพราะปืนไม่มีทางหันปากกระบอกเข้าหาตัวเราเหมือนคนที่จะหันปืนใส่เราได้ทุกเวลา แต่ปัจจุบันต้องคิดเรื่อง การทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับหมอบหมาย ขับเคลื่อนเนื้องานตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา

“ผมคิดว่า เส้นทางการเป็นตำรวจของผม ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการทำสิ่งที่ถูกต้องในสังคมยุคที่อะไรเร็วไปหมดยิ่งกว่าคนพูดปากต่อปาก เนื่องจากมีโทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เน็ต ส่งข้อความและรูปถ่ายกันรวดเร็ว  ผมจึงรักและเคารพเพื่อนพี่น้องที่ทำงานตำรวจคอยอบรมสั่งสอน ชี้แนะกับเหตุการณ์หลายอย่างที่ตัวผมรู้ดีว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้เอง องค์กรตำรวจเป็นองค์ใหญ่มี 200,000 กว่าชีวิต ยังไม่นับรวมถึงครอบครัว ผมผูกติดกับอาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไปแล้ว ทำให้คิดว่า หากช่วยเหลือองค์กรอะไรได้ ผมเต็มใจช่วยด้วยความยินดี เพราะชีวิตผมเกิดมากับการที่มีโอกาสได้รับใช้ประชาชน ขอแค่ รอยยิ้มของพวกเขาเป็นค่าตอบแทน ผมก็หลับสบายแล้ว” ร.ต.อ.วรมันหยอดคำคม

 

กังวลพวกแอบแฝงตีสนิทครอบครัว กลัวกระทบชื่อเสียงของตระกูล

นอกจากภารกิจในหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ทายาทศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2556 ยังเล่าว่า งานอดิเรกหลังเวลาราชการจะช่วยงานที่บ้าน เพราะเราเป็นบริษัทบันเทิง ช่วยงานดนตรีของพ่อ ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงิน เราเป็นคนไม่เกี่ยงงาน เวลาพ่อมีคอนเสิร์ตก็ตามไป ห่วงที่สุด คือ พวกมาแอบแฝงตีสนิทใช้ชื่อพ่อหาผลประโยชน์ของตัวพวกเขาเองแล้วจะกระทบต่อชื่อเสียงของพ่อ

“เป็นบทเรียนที่เราต้องระวัง มิจฉาชีพเหล่านี้ชอบหลอกคบนักธุรกิจ คนมีเงิน คนมีชื่อเสียง เพื่ออ้างตัวเอง ผมอาจคิดมากไป แต่เห็นอยู่บ่อยครั้ง  เหมือนแก๊งแชร์ลูกโซ่ไปรวมตัวกับพวกดารา ลูกนักการเมืองหุ้นกันเปิดร้านกลางทองหล่อ สุดท้ายมันกระทบธุรกิจของเรา กระทบชื่อเสียง ต้องเข้าใจว่า คนลักษณะนี้มีเยอะในสังคม โจรสันดานไม่เปลี่ยนหรอก อยู่ที่วิธีการเข้ามา”

ท้ายสุด เจ้าตัวฝากธุรกิจโรงแรม @baoburi อยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ อยู่ห่างจาก สนามแข่งรถช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ไม่ไกล สำหรับท่านนิยมการชมกีฬาประลองความเร็วสามารถต่อยอดได้ ขณะเดียวกันยัง บ้านตากอากาศกลางภูเขา Boutique Hotel @havanavilla อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี สนใจติดต่อมีส่วนพิเศษให้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะเพื่อนข้าราชการตำรวจและครอบครัว