นักรบสมรภูมิชายแดนใต้อยู่ได้ด้วยขวัญกำลังใจและความเอาใจใส่ของผู้บังคับบัญชา

ไม่ใช่ถูกทอดทิ้งไร้ราคาเผชิญชะตากรรมอย่างโดดเดี่ยว

แถมมาเจอ “แม่ทัพบางนาย” สวมวิญญาณ “เสือหิวกระหาย”ตาลายคิดแต่ตัวเลขงบประมาณจัดซื้อจัดจ้าง คอยกำจัดก้างขวาง “เค้กก้อนโต” ออกนอกเส้นทาง

พุงพางกลับไปใช้ชีวิตหลังเกษียณจำนวนไม่น้อย

นับตั้งแต่ไฟใต้อุบัติแรงขึ้นระลอกใหญ่เมื่อปี 2547 มี “นักรบอาสา” ลุยสนามสงครามนอกตำราพื้นที่ 3 จังหวัดกัดฟันเสี่ยงตายทำงานเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดินไม่หวังผลตอบแทน ดุจ กองทัพนักรบปิศาจ ไม่หวาดหวั่นต่อผู้ก่อความไม่สงบ

แต่ต้อง “รบกับคนเป็นนาย” ทำลายหัวใจไม่หยุดหย่อน

หลายคนแทบไม่ได้ดิบได้ดีนอกจากอาจมี “ธงชาติคลุม” ปล่อยผู้มีอำนาจมะรุมมะตุ้ม “น้ำลายสอ” พอหมดชิ้นปลามันก็เสือกไสไล่ส่ง

ยกเลิกกฎแต่งตั้งนับอาวุโสแบบ “ทวีคูณ” ก่อนลงเอยด้วยการ ยุบศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ายไปหางบประมาณก้อนใหญ่กับ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว

ขอชมเชยหัวใจของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว พล.ต.ท.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ที่ลุยศึกตั้งแต่ยกแรก ๆ มาจนถึง พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ และพล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ที่ปัจจุบันยังมีความมุ่งมั่นจะสานต่อเจตนารมณ์

สร้างสันติสุขปลายด้ามขวาน

เช่นเดียวกับ “รองโต๋” พ.ต.อ.รัฐบวร  บำรุงรส รองผู้บังคับการสืบสวนจังหวัดชายแดนใต้

ทั้งกายและหัวใจเป็น “นักรบอาชีพ”

พื้นเพเป็นคนอีสานเกิดอำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด เข้ากรุงมาจบมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนปทุมคงคา สมัครเป็นพลตำรวจสำรองพิเศษ ตำแหน่งลูกแถว สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต 3 เมืองอุบลราชธานี ก่อนมุมานะสอบติดโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 37

กลับมาบรรจุเป็นผู้บังคับหมวดกองร้อยที่ 1 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนเขต 3 เป็นนายเวรผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 แล้วเป็นผู้บังคับหมวด ทำหน้าที่รองผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 227 กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22

เส้นทางชีวิตราชการอยู่แต่หน่วยนักรบตระเวนชายแดน

ปี 2549 เป็นรองผู้กำกับการ 4 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน คุมกำลัง “หน่วยนเรศวร 261” กระทั่งขออาสาลงมา “ลุยไฟใต้” เป็นผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดชายแดนภาคใต้

กำเนิด ชุดปฏิบัติการพิเศษแดนไทย 54 ตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้

ขึ้นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส ยังคงนำลูกน้องปิดล้อมตรวจค้นปะทะผู้ก่อความไม่สงบเหมือนที่เคยปฏิบัติมาตลอดระยะเวลา 9 ปี บนสมรภูมิร้อนปลายด้ามขวาน

ถึงกระนั้น นักรบแบบ “รองโต๋” ต้องพ่ายสังขาร แต่ไม่วายเป็นห่วงลูกน้องในสนาม หยิบปากกาเขียนความคิดถึงด้วยลายมือตัวเอง

“ขอบคุณที่ห่วงใย คิดถึงอยากไปร่วมงานด้วย การบำบัดรักษาอยู่ในทิศทางดี อาจใช้เวลาหน่อย ส่งความคิดถึงทุก ๆ ท่าน…”

ไม่มีใครคิดเป็น คำบอกลาครั้งสุดท้าย จากหัวใจนักรบของเขา

ร่างไร้วิญญาณอยู่ในโลงศพรอพระราชทานเพลิง ณ วัดวุฒาราม ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น วันเสาร์ที่ 30 กันยายน 2560 เวลา 16.00 น.

เหลือเพียงคุณงามความดีให้นักรบชายแดนใต้ได้จดจำ

ส่วน “นายบางคน” ที่ใจระยำอาจต้องปล่อยให้ “กฎแห่งกรรม”จัดการเอง !!!