าวสวยขี้อาย พูดน้อย ทายาทคนโตของ พล.ต.ต.กิตติคุณ พูลสมบัติ ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

“เกรซ” พิชญาภา พูลสมบัติ  เริ่มวัยเรียนที่โรงเรียนฉัตรเฉลิม ก่อนไปต่อโรงเรียนราชินีบน กระทั่งจบชั้นมัธยม 6 เธอยอมรับว่า ตอนเด็กไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เพราะเป็นคนค่อนข้างขี้อาย ไม่ค่อยกล้าแสดงออก ทำกิจกรรมของโรงเรียนบ้าง เช่นออกค่ายบำเพ็ญประโยชน์ของยุวกาชาด เด็ก ๆ อยากเป็นหมอ พอโตมารู้สึกว่าไม่ไหว

เกรซเลยสอบเข้าคณะบริหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจุบันอยู่ชั้นปี 4 ใกล้คว้าปริญญาตรี แต่ยังไม่มีเป้าหมายอนาคตที่ชัดเจน “หนูเลือกเรียนบริหาร เพราะมองว่า จะไปต่อได้หลายอาชีพ กะว่าถ้าจบแล้วอาจจะไปเรียนต่อเมืองนอก แต่ขอเที่ยวก่อน เพราะที่ผ่านมา ไม่ค่อยได้เที่ยว มุ่งมั่นตั้งใจเรียนมาตลอดเลยไม่มีเวลาเที่ยว”

ลูกสาวนายพลผู้ทรงคุณวุฒิตำรวจบอกว่า คุยกับเพื่อนวางแผนในอนาคตไว้คร่าว ๆ ว่า จะไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ แต่คงรอสัก 2-3 ปี อยากทำงานหาประสบการณ์ก่อนด้วย แล้วค่อยตั้งเป้าอีกที ซึ่งพ่อแม่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร ให้เราตัดสินใจเอง

ว่าถึงความสัมพันธ์พ่อลูก เกรซยิ้มออกอาการเขินตามสไตล์สาวขี้อายว่า สนิทกัน แต่พ่อไม่ค่อยอยู่บ้านเพราะทำงานหนัก เป็นห่วงเหมือนกัน ยิ่งตอนเป็นผู้กำกับย้ายบ่อยมาก ถึงกระนั้น เรายังมีความภาคภูมิใจที่มีพ่อเป็นตำรวจ

นิสิตเกษตรเล่าว่า พ่อจะสอนอะไรหลายอย่าง และมีกิจกรรมในครอบครัวอยู่เสมอ พ่อจะแบ่งเวลาให้ครอบครัว เวลาวันหยุดก็เต็มที่กับเรา ถามว่า ห่วงลูกสาวหรือเปล่า พ่อไม่ได้ห่วงถึงขนาดปิดกั้น และไม่ค่อยดุเท่าไหร่ พ่อจะปล่อย เหมือนว่า อยากให้เราไปเผชิญโลกภายนอกเอง แต่ก็มีเตือนบ้าง เช่น เวลาเข้าสังคม ก็ให้สังเกตดูคน

“หนูมีความรู้สึกว่า ไม่ขาดอะไรจากคุณพ่อ  เพราะคุณพ่อสามารถแบ่งเวลาให้ครอบครัวเต็มที่  แม้ต้องทำงานตลอด แต่มีเวลาไปเที่ยว ไปไหนมาไหนด้วยกัน ส่วนเวลาคุณพ่อทำงาน คุณพ่อก็ไม่ค่อยจะพูดเรื่องที่ทำงานให้ฟัง แต่หนูรู้สึกได้ว่า คุณพ่อเหนื่อยกับงานมาก เวลากลับมาบ้าน ก็จะหาอะไรให้ทาน คอยให้กำลังใจ บางทีพากันไปกินข้าวนอกบ้าน”

 

ชีวิตของเธอบ่งบอกถึงความอบอุ่น เมื่อพ่อแม่เติมเต็มไม่ขาด ทำให้เวลาของเกรซส่วนใหญ่จะอยู่บ้านอ่านหนังสือเป็นไลฟ์สไตล์ที่ไม่ค่อยชอบทำอะไรนอกบ้านอย่างวัยรุ่นคนอื่นที่มักไปเดินเฉิดฉายเที่ยวตามห้างสรรพสินค้า

เด็กสาวรับว่า จะมีนัดเพื่อนบ้าง แต่ไม่บ่อยนัก มักไปเที่ยวต่างจังหวัด เป็นเพื่อนผู้หญิงส่วนใหญ่ เพื่อนผู้ชายไม่เยอะ เพราะเมื่อก่อนอยู่ในสังคมโรงเรียนผู้หญิงล้วน ไม่ค่อยมีเพื่อนผู้ชาย แต่พ่อไม่ได้ตีกรอบ หรือห้ามคบเพื่อนผู้ชาย ไม่ถาม แต่แม่จะหวงมากกว่า เหมือนจะเป็นฝ่ายดูแลลูกแทนพ่อ