“ส้มโอ”นันท์ธิรัตน์ คล้ายคลึง ทายาทหัวแก้วหัวแหวนของ พ.ต.อ.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผู้รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 เกิดโรงพยาบาลจุฬาฯ แต่ตอนเล็กไปอยู่กับปู่ฉอ้อน คล้ายคลึง ที่จังหวัดนครปฐม ก่อนย้ายตามพ่อมาเรียนโรงเรียนมหาชัยคริสเตียนวิทยา กระทั่งจบมัธยมปลายโรงเรียนราชินี ไปศึกษาต่อคณะการโรงแรมการท่องเที่ยว วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

ส้มโอมีความฝันวัยเด็กอยากเป็นแอร์โฮสเตสเคยตามเพื่อนไปสอบสายการบินกาตาร์แต่ไม่ได้ พอจบปริญญาตรีเลยเปลี่ยนใจหันเหไปต่อปริญญาโทบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยลีดส์ สำเร็จกลับมาได้งานทำบริษัท คาร์กิลล์ (ประเทศไทย) จำกัด อยู่แผนกดูแลเรื่องน้ำตาลคอยประสานโรงงานกับสาขาบริษัทในต่างประเทศ

ทำอยู่ไม่นานไปสมัครสอบเข้าโครงการพัฒนานักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พ.ร.บรรจุเป็นนักพัฒนาระบบราชการปฏิบัติการฉายแววอนาคตในการพัฒนาประเทศ ปัจจุบันตำแหน่งนักวิชาการพัฒนา กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

เธอเล่าว่า ทำเอกชนสักพักรู้สึกว่า ครอบครัวเรารับราชการ เราน่าเป็นข้าราชการเหมาะกว่า ประกอบกับป้าเคยพูดว่า ตอนนี้เราเป็นเด็ก พ่อแม่ยังดูแลได้ ถ้าเป็นข้าราชการยิ่งโต เราจะมีรากฐานที่มั่นคง ไม่ต้องคอยให้พ่อแม่มาตอบซับพอร์ต คิดว่า น่าเป็นโอกาสดี ตอนแรก ใจอยากทำกระทรวงการต่างประเทศ อยากไปสมัครสำนักงานข้าราชการพลเรือน หรือ ก.พ. พอได้ยินเพื่อนพูดว่า ก.พ.ร.เข้าใจว่าเหมือนกันเลยสมัครผิด

ลูกสาวรองผู้การคนดังบอกว่า พอลองสอบดู ได้ยินเขาว่าเป็นโครงการที่ดีมาก สอนให้เราเป็นผู้บริหาร เมื่อเข้ามาจริง ๆ ก็เข้าใจ โครงการเริ่มต้นสอนให้เรามีความรู้ก่อนภายใน 22 เดือน ถ้าเป็นระบบราชการทั่วไปสังกัด ก.พ. เราอาจเข้าไปอยู่ในกระทรวงเดียว มีมุมมองเดียว ถ้าอยู่โครงการนี้เราจะได้มีโอกาสไปอยู่กับผู้ว่าฯ จังหวัดต่าง ๆ ทำให้ได้เห็นมุมมองบริหารประเทศในส่วนภูมิภาค จากนั้นจะเข้าไปส่วนกลางตามกระทรวง กรมต่าง ๆ และจะได้เข้าไปภาคเอกชนอยู่กับซีอีโอขององค์กรใหญ่ เราจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมขององค์กรเอกชนใหญ่เขาขับเคลื่อนอย่างไร สมารถนำเอามาปรับใช้ในระบบราชการตรงไหนได้บ้าง อีกทั้งยังได้ไปฝึกกับสถานทูตไทยในต่างประเทศ เน้นไปในเรื่องประชาคมอาเซียนบวก 3 รองรับประชาคมอาเซียน

“เราเรียนทุกอย่างในการบริหารประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาวะผู้นำ หรือเรื่องยุทธศาสตร์ งบประมาณ ตอนแรกไม่อินมาก พอเข้าไปในโครงการ รู้สึกดีมาก ได้เรียนรู้กับคนระดับประเทศ ตั้งแต่อธิการบดีมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ล่าสุดได้เรียนกับท่านวิษณุ เครืองาม และเลขาธิการ ก.พ.ร. พวกนั้นจะมีมุมมองในการบริหารประเทศดีมาก ยิ่งเรียนยิ่งมีความรู้ว่า เราอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะพัฒนาระบบราชการในทางที่ดีกว่านี้ คนก็เคยบอกว่า มันคงยาก แต่เราคิดว่าวันหนึ่งมันอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ อาจารย์ยังบอกว่า วันหนึ่งอยากเห็นนักบริหารการเปลี่ยนแปลงรุ่นใหม่ทุกคนเป็นปลัดกระทรวงนั้นกระทรวงนี้”ส้มโอถ่ายทอดโครงการที่เชื่อกันว่าจะนำไปพัฒนาระบบราชการของเมืองไทยได้ดีขึ้น

เฉกเช่นระบบข้าราชการตำรวจ ส้มโออธิบายว่า ตำรวจเป็นอาชีพที่เสียสละ ปัจจุบันเรารู้ว่า ค่าของคนไม่ได้วัดที่ผลงานแล้ว ทำให้คนไม่มีกำลังใจในการทำงาน เหมือนเวลาที่พ่อจะเลื่อนตำแหน่ง พอเราไปเรียนเขาจะบอกว่า ระบบราชการอย่างแรกที่ต้องเปลี่ยนแปลง คือ ต้องเปลี่ยนฐานเงินเดือนให้ดีกว่านี้ เพราะมันเป็นแรงจูงใจ พอเรามีเงินเดือนดี ก็จะไม่มีการโกงกินคอรัปชั่น และอยากให้การเลื่อนตำแหน่งอยู่บนพื้นฐานที่ผลของงาน ควรแข่งกันที่ความรู้ความสามารถมากกว่าตัวเงิน

ส้มโอรู้ตลอดเวลาว่า พ่อเป็นคนเสียสละ และตรงในเวลาทำงาน แต่ยังสามารถรักษาสมดุลระหว่างไลฟ์ กับเวิร์กได้ คือ เลิกงานดึก แต่สามารถตื่นเช้าไปส่งลูกที่โรงเรียนทุกวันจนถึงจบมัธยมปลาย “คุณพ่อเป็นคนตั้งใจทำงาน เคยถามคุณพ่อตอนที่อยู่ตลิ่งชันว่า กลับมาบ้านไม่นานก็ออกตรวจอีกแล้ว ทำไมคุณพ่อออกบ่อยมาก และต้องวิทยุแจ้งตลอด คุณพ่อจะตอบว่า การที่เราทำแบบนี้ ลูกน้องจะเห็นว่า ขนาดเราเป็นหัวหน้าที่สุดในโรงพัก เรายังทำงานลงพื้นที่ ทำให้ลูกน้องเห็นเป็นตัวอย่าง ลูกน้องจะได้กระตือรือร้นตลอดเวลา”

ตรงนี้เอง ทำให้เธอภูมิใจมากที่เกิดมาในครอบครัวของปู่ที่รายล้อมด้วยตำรวจ แม้ว่า ทุกวันนี้คนจะมองภาพตำรวจในแง่ไม่ดี ส้มโอกลับบอกว่า ทุกที่มันก็มีทั้งคนดี และไม่ดี บางทีไปเรียน อาจารย์ก็ชอบว่า ตำรวจอย่างนั้นอย่างนี้ ว่าสองมาตรฐาน เราก็เข้าใจมุมมองของแต่ละคน บางคนเจอตำรวจดีก็มองดีได้ บางคนเจอไม่ดีเขาก็มองไม่ดี บางคนจะพูดว่า เคยสังเกตไหมตำรวจยิ่งสูง ยิ่งไม่ใช่ชนชั้นกลางของประเทศ กลายเป็นคนชั้นสูงของประเทศ

“หนูว่า แล้วแต่ทัศนคติคน บางทีหนูก็รู้สึกนะ เวลาขโมยขึ้นบ้านทำไมเรียกตำรวจ หนูรู้ว่า คุณพ่อหนูทำงาน ไม่ใช่ไม่ได้ทำงาน ทำงานเหนื่อย ทำงานหนักด้วย หนูถึงภูมิใจในตัวคุณพ่อ คุณพ่อเป็นพ่อที่ดีมาก ประเสริฐมาก และเสียสละมาก”ลูกสาวคนเก่งระบายความรู้สึกถึงผู้บังเกิดเกล้า