ร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ ฉบับภายใต้อำนาจ รัฐบาลเผด็จการทหาร ที่วาดโครงสร้างโดยคณะทำงานของ “ผู้เฒ่า” ระดับปรมาจารย์นักกฎหมายแผ่นดินไทยอย่าง “มีชัย ฤชพันธุ์”

ความฝันจะเป็นจริงแค่ไหน ตอบโจทย์องค์กรตำรวจหรือไม่ ประชาชนได้อะไรจากการปฏิรูปผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ในครั้งนี้

มีเวลาอีกไม่นานที่พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติจะมีผลบังคับใช้

ขอข้ามไปถึงบทสุดท้าย “บทเฉพาะกาล”

สาระสำคัญระบุ  ภายในสิบปีนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การตราพระราชกฤษฎีกาและกฎกระทรวงตามมาตรา 12 ห้ามมิให้จัดตั้งส่วนราชการหรือหน่วยงานขึ้นใหม่ เว้นแต่จะมีการจัดสรรอัตรากำลังให้แก่สถานีตำรวจและตำรวจภูธรจังหวัดเพียงพอและครบถ้วนตามอัตรากำลังแล้ว

ภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ “ยุบกองบังคับการตำรวจรถไฟ”

โอนงบประมาณ กำลังพล มาเป็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนบรรดาหน้าที่และอำนาจของข้าราชการตำรวจรถไฟที่เกี่ยวกับการสืบสวนหรือสอบสวนที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อนยุบกองบังคับการตำรวจรถไฟให้โอนเป็นของข้าราชการตำรวจในสถานีตำรวจหรือกองบังคับการตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำหนด

ภายในสองปีนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติปรึกษาหารือหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจในการปฏิบัติการตามกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก่ กฎหมายว่าด้วยป่าไม้ กฎหมายว่าด้วยป่าสงวนแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยอุทยานแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยการสงานและคุ้มครองสัตว์ป่า กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กฎหมายว่าด้วยการประมง กฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม กฎหมายว่าด้วยน้ำบาดาล กฎหมายว่าด้วยเลื่อยโซ่รถยนต์ และกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอื่น

ปรึกษาหารือเพื่อให้ได้ข้อยุติตราพระราชกฤษฎีกายุบหรือเปลี่ยนแปลง “กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม”

ภายในห้าปีนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ โอนงานจราจร ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พุทธศักราช 2522 และที่แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกในการจราจร การกวดขันวินัยจราจร และการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกในความผิดฐานจอดรถโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ให้แก่ กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และเทศบาลนคร

ภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้โอนหน้าที่และอำนาจในการเป็น นายทะเบียนกลางและนายทะเบียนจังหวัด ตามพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พุทธศักราช 2558

ไปเป็นของ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และของ สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด

ภายในหนึ่งปีนับตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้โอนหน้าที่และอำนาจการเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจนครบาลสำหรับกรุงเทพมหานครตาม พระราชบัญญัติสถานบริการ พุทธศักราช 2509 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ไปเป็นของ ปลัดกรุงเทพมหานคร

ตัดทอนอำนาจของตำรวจโยนใส่ปากหน่วยอื่นแทน !!!