ขึ้นชื่อว่าเป็นตำรวจ ไม่มีใครขาวสะอาดบริสุทธิ์ผุดผ่องร้อยเปอร์เซ็นต์

เมื่อพวกเขามีหน้าที่ขจัดคราบความสกปรกกระจายเกลื่อนสังคมย่อมสัมผัสเอา “ความโสมม” มาแปดเปื้อนเครื่องแบบสีกากี

อยู่ที่ใครจะเลวมากหรือเลวน้อย

เพราะฉะนั้นอย่าถามหา “ตำรวจดี” ที่ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง ไม่เคยรับเงินนอกระบบ

“แต่ผมแค่ตำรวจสีเทา ไม่ใช่ตำรวจสีดำ” นายตำรวจคนหนึ่งระบายความรู้สึก และนึกถึงความเสื่อมศรัทธาขององค์กรตัวเองในยุคปัจจุบัน อันมีผลความปั่นป่วนจากการแต่งตั้งโยกย้ายรอบหลายปีที่ผ่านมา

เขาเป็นหนึ่งในจำนวน “ปลาผิดน้ำ” โดนจับโยนออกจากหน้างานถนัดในเมืองหลวงไปอยู่พื้นที่ภูธรภาคอีสาน

ค้นพบสัจธรรม แต่ไม่เคยถอดใจ มุ่งมั่นตั้งตาทำตามหน้าที่ด้วยจิตวิญญาณและเลือดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ถ่ายทอดมาโดยตรงจากผู้เป็นพ่อ

สุดท้ายพ่ายกับ “เมล็ดพันธุ์พิษ” ที่เกิดจากความวิปริตในการแต่งตั้งโยกย้าย

เกิดจาก “ผู้เป็นนาย” ข้ามหัวเติบโตมาด้วยความหิวกระหาย ไม่ต่างนายตำรวจรุ่นน้องรอบกายตะเกียกตะกายเอาแต่ผลประโยชน์

สั่งงานไม่ได้ ทำงานไม่เป็น เหตุเพราะมัวแต่ “วิ่งเต้น” ไขว่คว้าหาตำแหน่ง

องค์กรตำรวจในปัจจุบัน “เมล็ดพันธุ์พิษ” กำลังกระจายเกาะกินไปทั่วพื้นที่ “ทำเลทอง” มองหาแต่ “ลายแทง” ธุรกิจสีเทาเอามาเข้ากระเป๋าตัวเอง ทุบโต๊ะเล่นบท “นักเลง” ขอเพิ่มยอด “เพิ่มตั๋ว” ไม่กลัวคำสั่งห้ามจากผู้บังคับบัญชา

รู้แค่ว่า ต้องรีบกอบโกยเอามาใช้หนี้ “ราคาเก้าอี้” มูลค่ามหาศาลควบคู่กับเร่ง “ยัดทะนาน” หวังกำไรไว้ใช้เป็นหน้าตักต่อยอดในอนาคต

ชะตากรรมตกอยู่แก่ผู้ประกอบการและชาวบ้านสุจริตชนไม่รู้จะหาหนทางไปพึ่งพาใคร

“เมล็ดพันธุ์พิษ” ที่ระบาดหนักในเวลานี้ เมื่อก่อนหลายคนเคยเป็น “เมล็ดพันธุ์ดี” กระทั่งราคีมัวหมองหลงเป็นทาสของระบบการแต่งตั้งโยกย้ายจาก “นายบางคน” เน้นเอาผลของ “เนื้อเงิน” มากกว่า “เนื้องาน” ไปสร้างบรรทัดฐานความเจริญก้าวหน้าของผู้ใต้บังคับบัญชา

มันคือ ผลผลิตที่วิปริต “ผิดฝา ผิดตัว” ของผู้กุมอำนาจไม่ตระหนักถึง “ผลเสีย” นอกจากผลของความละโมบโลภมากไม่รู้จักพอ ผสมโรง “น้ำลายสอพลอ” ก่อกรรมให้เหล่าตำรวจเจ็บปวดมานานหลายปี

 “ฟ้าผ่า” เที่ยวนี้ บางทีอาจต้องใช้เวลาล้างบาง “เมล็ดพันธุ์พิษ” ละลายความคิด วิ่งเต้น-ซื้อขายเก้าอี้ เอาตำแหน่งด้วยความหวังจะลงไป “แบ่งเค้กก้อนโต” ในพื้นที่ทำเลทอง

มองโอกาสหาลู่ทางเก็บเกี่ยวตั้งแต่บางคนยังไม่ได้ติดดาว

ทั้งหลายทั้งปวง เกิดจากมหากาพย์ของฉาก “มารขาว-มารดำ” ปู้ยี่ปู้ยำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายที่ “ไร้คุณธรรม” ร่วมกับ “นายพลรุ่นพี่” และมี “ผู้กุมอำนาจ” ในอาณาจักรตระกูลบ้านใหญ่ช่วยคัดท้าย

เผาทำลายสำนักปทุมวันพังราบคาบ