“เปล่าครับนาย ….”

ไอ้หรั่ง หรือ แพท บูล มือปืนหนุ่มปาทานระล่ำระลักตอบแทบจะในทันทีทันใด

“แล้วมึงรู้เรอะ ส.ส.ไหน…”

รองผู้การกองปราบฯกระแทกคำถามกลับ พร้อมจ้องเขม็งไปที่เด็กหนุ่มร่างโย่ง หวังจับพิรุธ ทั้งๆที่เขาสุ่มถามไปอย่างนั้น

ขณะที่ไอ้หรั่งจ้องตาตอบคนถาม แต่ก็แค่แว่บเดียว ก่อนที่มันจะหลบสายตาลงต่ำ  ถึงแม้มันจะไม่ได้ทำอะไรผิด แต่เป็นเพราะความเกรงกลัวบารมีชื่อเสียงนายตำรวจนักบู๊

“โธ่…นาย ข่าวออกดังอึกทึกครึกโครม ชาวบ้านร้านตลาดคุยกันแต่เรื่องนี้  อีกอย่างเขาเป็นผู้แทนใกล้บ้านเราด้วย”

ไอ้หรั่ง ตอบกลับเสียงเบา

จริงๆแล้ว ชลอไม่ได้คิดจะถามคำถามนี้ ตั้งใจจะนั่งดื่มบรั่นดีรสนุ่มลิ้นรับลมจากแม่น้ำ คุยกับไอ้หรั่ง หาข่าวไปเรื่อยๆ เพราะในส่วนลึกของเขาที่อยากรู้  ก็คือความเคลื่อนไหวของ “เสี่ยหยอง-นายสมชาย พงษ์สว่าง” ทายาทมาเฟียไบคาน

ถึงแม้ว่า “ไอ้หยอง” มันจะหนีตายกลับไปอยู่ปากีสถานถิ่นกำเนิดพ่อมัน เช่นเดียวกับ “ไอ้น้อย-ธงชัย พงษ์สว่าง”พี่ชายต่างแม่ ที่หายหน้าไปจากสารบบ ชลอก็ไม่มีวันลืมสิ่งที่มันทำไว้กับครอบครัวเขา รอวันชำระแค้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน  กี่เดือน กี่ปี ก็จะรอ

ชายหนุ่มสลัดความคิดเรื่องนี้ออก หันกลับมาในเรื่องของคดียิง ส.ส.จังหวัดชัยนาท ที่ได้รับมอบหมาย

“ก็ใช่ไง..กูถึงถามมึงไปรับงานยิงไอ้ ส.ส.คนนี้มาหรือเปล่า….”

“ยิง ส.ส.คนนี้ ผมก็ไม่มีที่อยู่สิครับนาย แล้วผมก็ไม่เคยรับงานยิงใครอีก ตั้งแต่เพื่อนผมโดน เอ้อ โดน…ยิงตายที่ตาคลี “

ไอ้หรั่งตอบตะกุกตะกัก คล้ายๆจะหลุดปากบอกว่า ใครเป็นคนยิงเพื่อนมัน แต่เหมือนกับมีอะไรสะกิดให้มันนึกได้  หยุดปากในทันที

ชลอยกแก้วที่ใส่บรั่นดี  เฮนเนสซี่ XO หรือ Extra Old บรั่นดีคุณภาพเยี่ยมจากประเทศฝรั่งเศส ขึ้นมากระดกจนหมดแก้ว เหลือน้ำแข็งที่ละลายเป็นก้อนเล็กแค่ 2-3 ก้อนดิ้นขลุกขลิก พร้อมๆกับที่ จ่าตั๋น เดินมาหยิบแก้วของเจ้านายหนุ่มไปรินบรั่นดีเพิ่มโดยไม่ต้องรอเจ้านายสั่ง

นายตำรวจหนุ่มยิ้มในใจ ไอ้นี่หัวไวใช้ได้ เพราะเขารู้ดี ไอ้คู่หูเพื่อนมันที่ถูกยิงเจาะกระโหลกตายที่ตาคลี  เป็นฝีมือใคร

ถึงตรงนี้ ชลออดถามถึงเรื่องคาใจที่อยากรู้ไม่ได้อีก

“แล้วไอ้หยอง ไอ้น้อย มันอยู่ไหน  มึงรู้ข่าวบ้างมั้ย…”

“ไม่รู้เลยครับนาย ไม่เชื่อถามพี่เจิมได้ เพราะพี่เจิมเทียวมาถามผมอยู่บ่อยๆ รู้แค่ว่าหลังมีข่าวมันหนีกลับปากีฯ ส่วนบ้านมันทั้งที่ชัยบาดาล ทั้งที่สระบุรี ก็เงียบกริบ ลูกน้องก็แตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง บางคนก็ติดต่อไม่ได้ ส่วนตัวไบคาน พ่อมันก็ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร”

“แล้วกลุ่มเพื่อนๆมึง ยังมีรับงานอยู่มั้ย…”

นายตำรวจหนุ่มย้อนกลับมาถามเรื่องเดิมอีกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่เริ่มใกล้ตัวไอ้หรั่งเข้าไปทุกที

“ก็ยังมีบ้างบางคนครับ แต่ก็ไม่ค่อยสนิทสนมอะไรกับผมเท่าไหร่….”

“ไอ้มีบ้างบางคน มันใครวะ….”

พร้อมๆกับจบคำพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ ชลอขยับตัวขวับ ถึงแม้จะนั่งอยู่บนเก้าอี้ แต่ทุกท่วงท่าทุกอิริยาบถ พร้อมเผ่นโผนโจนทะยานใส่ฝ่ายตรงข้ามได้ทุกเมื่อ

ไอ้หรั่งถึงกับสะดุ้ง เมื่อเห็นความเคลื่อนไหวของนายตำรวจหนุ่ม เพราะรู้ถึงกิตติศัพท์ในเรื่องความมือไวใจเร็วของชลอ

มันเคยได้ยินจากปากมือปืนรุ่นราวคราวเดียวกัน  ที่ถูกชลอหิ้วมาทำประวัติ หลังเมาเอาปืนไล่ยิงคู่อริ แล้วถูกชลอเตะปาก จนแก้วที่เพื่อนมันคนนี้กำลังยกดื่มน้ำ ถึงกับแตกบาดปากบาดลิ้นเลือดสาดหายเมา เหตุเพราะตอบคำถามไม่รู้เรื่อง

ขณะที่ ไอ้หรั่ง เผลอเหลือบมองแก้วเหล้าที่อยู่ในมือนายตำรวจหนุ่มกองปราบฯ  มันก็พลันสะดุ้งอีกเป็นครั้งที่สอง เมื่อชลอถามเสียงเข้ม

“ใครวะ…”

“ไอ้น้อยครับนาย ไอ้น้อย บ้านไร่   สองสามอาทิตย์ก่อน มันเจอผม คุยกัน มันบอกเพิ่งปฏิเสธรับงานยิงคนไปเมื่อเกือบๆ 2 เดือนที่แล้ว แต่ผมไม่ได้ถามต่อว่าเป้าหมายที่จะให้ยิงคนนั้นเป็นใคร”

คราวนี้ไอ้หรั่ง บอกหมด

“แล้วมันอยู่ไหน ตอนนี้”

ชลอรุกถามต่ออีก เพราะอยากรู้ว่า ไอ้น้อย บ้านไร่ ของไอ้หรั่ง ปฏิเสธรับงานยิงใคร ที่ไหน ถึงแม้จะไม่เกี่ยวข้องกับคดี แต่ด้วยวิสัยนักสืบก็อยากรู้เอาไว้เป็นข้อมูล

“อยู่ที่บ้านไร่ ทางไปด่านช้าง สุพรรณบุรีครับนาย”

“เออ..ก็แค่นี้ กูชักอยากเจอไอ้น้อยเพื่อนมึงแล้ว……”

—————————————————————————————

เกือบๆตีหนึ่ง หลังกลับจากร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชลอพร้อมลูกน้องทั้งหมด  รวมทั้งไอ้หรั่ง-แพท บูล เข้ามาพักที่โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง ริมถนนสายเอเชีย พื้นที่จังหวัดชัยนาท

โรงแรมแห่งนี้เป็นของเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ชลอ  สมัยยังเป็นผู้กองเมืองพระนครศรีอยุธยา ซึ่งชลอพาลูกน้องใช้บริการที่นี่บ่อยครั้ง เพราะต้องขึ้นล่องในถนนสายเอเชียอยู่เสมอ

ชลอให้ลูกน้องเข้าห้องพักผ่อนตามสบาย ส่วนตัวเขาเอง นั่งพูดคุยกับเพื่อนเก่าเจ้าของโรงแรมที่ไม่ได้เจอกันนาน เลยถือโอกาสซักถามถึงประวัติของ ส.ส.ศรายุทธ รวมทั้งพฤติกรรม รายละเอียดข้อมูลต่างๆในฐานะที่เป็นคนเก่าคนแก่ในพื้นที่

สรุปความได้ว่า นายศรายุทธ คนตายเป็นคนอำเภอวัดสิงห์  จังหวัดชัยนาท โดยปีพุทธศักราช 2522 ได้สมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคกิจสังคม และได้คะแนนรับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.จังหวัดชัยนาท คนที่ 2 ชนะนายอนันต์  สุขสันต์ อดีต ส.ส.จังหวัดเดียวกันไปอย่างหวุดหวิด ส่วนคนที่ได้คะแนนที่ 1 คือ นายเกรียงศักดิ์ สุขสว่าง

สำหรับจังหวัดชัยนาทมีโควต้าเป็น ส.ส.ได้แค่ 2 คนเท่านั้น

ด้วยเหตุผลนี้ คนตายจึงได้วางแผนเตรียมการเลือกตั้งครั้งหน้าในปี 2525 ด้วยการรวบรวมบรรดาหัวคะแนน  และดึงหัวคะแนนฝ่ายตรงข้ามให้มาอยู่ฝ่ายเดียวกับเขา

ขณะที่ความขัดแย้งอื่นๆ เพื่อนเก่าแก่คนพื้นที่บอกชลอว่า คนตายมีปัญหากับบุคคลในท้องถิ่นอยู่บ้าง  ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองแทบทั้งสิ้น  โดยเรื่องที่ขัดแย้งที่รู้มาเป็นเรื่องของป่าไม้ ในเขตห้วยขาแข้ง และสัมปทานการเดินรถเมล์ในจังหวัด

สำหรับเรื่องของการพนัน  เป็นที่รู้กันว่า นายศรายุทธชอบเล่นการพนันมาก ได้เสียทีละหลายล้านบาท นอกจากไก่ชนแล้ว นายศรายุทธ ยังนิยมเข้าบ่อนเล่นบาคาร่า โดยเฉพาะบ่อน “เสี่ยด๋อง”ทนายความชื่อดัง ย่านปื่นเกล้า มีข่าวว่า ก่อนถูกยิงไม่นาน คนตายเล่นพนันเสียไปถึง 4 ล้านบาท และยังติดค้างเป็นหนี้ เสี่ยด๋อง อยู่อีกเกือบ 3 ล้านบาท

ส่วนความขัดแย้งในเรื่องของการเมืองระดับชาติ ในช่วงที่นายศรายุทธ เป็นเลขาฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับน้ำตาล และข้าวสาร

ที่ชลอให้ความสำคัญอีกเรื่อง ก็คือ เรื่องชู้สาว

เพราะจากแผนประทุษกรรมของมือปืนที่ยิงถล่มจนรถพรุนไปทั้งคันนั้น เท่าที่ชลอทำคดีผ่านมา ยิงกันขนาดนี้ ส่วนใหญ่มาจากเรื่องของความโกรธแค้นแทบทั้งสิ้น

อีกทั้งคนชัยนาท รู้กันว่านายศรายุทธ ไปชอบพอครูสาวคนหนึ่ง ในอำเภอหันคา ถึงขั้นเตรียมการหมั้นหมาย ถึงแม้ผู้ตายจะมีเมียเป็นเรื่องเป็นราวอยู่ แต่การหมั้นหมายครั้งนี้ก็มีนัยทางการเมืองแฝงอยู่

และนี่อาจจะเป็นอีกสาเหตุที่นายศรายุทธถูกยิงตายพร้อมกับภรรยาทหารหญิงยศร้อยเอกในครั้งนี้

สุดท้าย ชลอสรุปเอาเองก่อนแยกกับเพื่อนไปนอนพักผ่อนว่า ส.ส.คนนี้ ใช้ได้เลยชีวิตโลดโผนไม่น้อย

เพราะทุกประเด็น  ชนวนตายได้ทั้งนั้น

ก่อนเข้านอน ชลอยกหูโทรศัพท์คุยสั่งการกับใครบางคน โต้ตอบกันไม่เกิน 5 นาที ชายหนุ่มจึงล้มตัวลงบนเตียงนอน โดยมีหมอนวดสาวที่เพื่อนเจ้าของโรงแรมจัดให้มาบีบนวดคลายเมื่อย อย่างคนรู้ใจ

—————————————————————————————-

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังทำธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ทุกคนในชุดของชลอ รวมถึง ไอ้หรั่ง –แพท บูล มือปืนหนุ่มปาทาน ออกมานั่งดื่มกาแฟ และกินอาหารเช้าง่ายๆอยู่ที่ห้องอาหาร

หลังจากทุกคนพร้อมหน้าพร้อมตา ชลอเรียกทุกคนมานั่งรวมกัน

“งานที่ต้องทำวันนี้  กูจะไปบ้านไร่ ไปหาตัวไอ้น้อย  มันมีประวัติเป็นมือปืนรับจ้าง กูแค่อยากรู้ ที่ไอ้หรั่งมันเล่าเมื่อคืน มันไปรับงานยิงใครมา หรือก่อนนี้ไปยิงใครมาบ้าง…”

“ส่วนพี่เจิม พี่ลองเช็กลูกน้องในสายเรา ให้มันหาข่าวช่วง 2-3 เดือนนี้ มีใครรับงาน มีใครหายไปจากพื้นที่ เน้นในชัยนาท และรอบๆนี่ก่อน….”

รองผู้การกองปราบฯบรีฟสถานการณ์ที่ต้องปฏิบัติ สั้นๆง่ายๆ เรียงตัว โดยเริ่มจาก หมวดเจิมเป็นคนแรก ก่อนหันมาหาผู้กองครก รุ่นน้องอดีตนักรักบี้ทีมชาติ

“ไอ้ครก มึงหาข่าวในชัยนาทนี่แหละ ไปกับทองดำ ลองหาข่าวกับกลุ่มลูกน้องส.ส.คนตาย รวมทั้งไอ้ ส.ส.เกรียงศักดิ์  และไอ้อนันต์ สุขสันต์ด้วย มันยังไงกัน”

“ครับพี่”

ผู้กองครกรับคำสั่งรองผู้การหนุ่ม ก่อนหันไปทาง ทองดำ-ร้อยตำรวจโททองดำ ลาภิกานนท์ รองสารวัตรแผนก 5 กองกำกับการ 2 กองปราบปราม ที่มาสมทบกับลูกน้องแผนกคอมมานโดอีก 2 คน เมื่อช่วงเช้ามืด

“แล้วคืนนี้กลับมาเจอกันที่นี่ ส่วนไอ้หรั่ง มึงไปกับกู ”

จากนั้น ชลอ สั่งให้จ่าตั๋น เอารถเบนซ์สีน้ำเงินของชลอ จอดเก็บไว้ที่โรงแรม แล้วเปลี่ยนมาใช้รถ บีเอ็มดับบลิว ซีรี่ส์ 3 รุ่น 318 ตัวใหม่ ติดฟิลม์ดำตึ๊ดตื๋อ ของเพื่อนเจ้าของโรงแรมที่ให้ยืมใช้

ระหว่างที่ จ่าตั๋น จ่ายะ ช่วยกันหยิบปืนเอ็ม16 ปืนลูกซอง 5 นัด ที่อยู่ท้ายกระโปรงหลังรถเบนซ์ผู้บังคับบัญชา มาเก็บไว้ในรถ บีเอ็มดับบลิว ที่ใข้เป็นรถทำงานชั่วคราว โดยมี ไอ้หรั่ง เป็นลูกมือ

มีรถเก๋ง มิตซูบิชิ แลนเซอร์ รุ่นกล่องไม้ขีด ที่นักแข่งรถนิยมเอาไปแต่งเป็นรถแข่ง วิ่งเข้ามาจอดที่ลานจอดรถของโรงแรม จากนั้นมีชายฉกรรจ์รูปร่างทะมัดทะแมง 3 คน วิ่งตามกันเข้ามาท่าทางเลิกลั่ก แต่เมื่อเห็นรองผู้การกองปราบฯเดินออกมาจากห้องอาหาร ไอ้คนที่เล็กกว่าเพื่อน รีบพาพวกมันอีก 2 คนวิ่งตรงเข้าไปหา

จ่าตั๋น จ่ายะ รีบชักปืนออกมาจากเอว แต่ชลอเห็นก่อนโบกมือห้าม ทั้งคู่จึงเหน็บเขี้ยวเล็บคู่ใจไว้ในซองปืนข้างเอวตามเดิม

“หวัดดีครับนาย… ขอโทษครับ  เพิ่งยืมรถเพื่อนมาได้ นี่เพื่อนผมครับนาย เฮ้ยมึงสองคนหวัดดี นี่นายลอ รองผู้การกองปราบฯ นายกู……”

ไอ้เหน่ สายลับตัวกลั่นตั้งแต่สมัยชลอยังเป็นรองผู้กำกับภูธรจังหวัดลพบุรี สั่งเพื่อนสายโจรที่มาด้วยให้รีบทำความเคารพ

“ไอ้ห่า….กูนึกว่าพวกนักแข่งรถที่ไหน มาซะช้าเลยมึง…..”

ชลอยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี

“ส่วนพวกที่เหลือ ผมให้ไปรอที่บ้านไร่ ตั้งแต่นายสั่งเมื่อคืนแล้ว มีบางคนรู้จักไอ้น้อย รู้จักบ้านมันด้วย ผมให้ไปดูว่ามันอยู่หรือเปล่า ถ้าเจอจะได้ล็อกมาให้นายคุยได้ทันที”

ไอ้เหน่รายงานเสียงเนิบๆ

แต่ทำให้ จ่าตั๋น จ่ายะ ถึงกับอึ้ง ถึงจะรู้มาก่อนว่า เวลาชลอไปทำคดีต่างจังหวัด ไม่ค่อยจะมีตำรวจตาม มีไปก็น้อยมาก  ส่วนใหญ่ที่เดินตามชลอ มีแต่โจรทั้งนั้น

แต่ที่อ้าปากค้าง นั่นก็คือ ไอ้หรั่ง –แพท บูล มือปืนปาทาน เมื่อเห็นกองกำลังสายโจร ของชลอ ที่เคยได้ยินมานาน บัดนี้เข้าใจแล้วว่าที่เคยได้ยินมา ชลอใช้โจรฆ่าโจร มันเป็นอย่างไร