ถือเป็นอีกหนึ่งนักธุรกิจผู้มีจิตอาสา รักงานทำงานด้านช่วยสังคม เพราะอยากเห็นสังคมมีความสงบร่มเย็น ชาวบ้านอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ปัญหาได้รับการแก้ไขด้วยความละมุนละม่อม ปัจจุบันยังมีบทบาททำหน้าที่ภาคประชาชนในการตรวจสอบอำนาจรัฐ คุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ ในฐานะ รองประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ สน.สายไหม (รองประธาน กต.ตร.สน.สายไหม) พร้อมเป็นโซ่ข้อกลางประสานความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างประชาชนกับตำรวจ ด้วยการใช้ใจแลกใจ

“ผมรู้สึกภูมิใจที่มีโอกาสได้ทำงานรับใช้สังคม ถือเป็นการตอบแทนคุณแผ่นดิน เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สังคมมีความสงบสุข ถึงแม้ผมจะไม่มีบทบาทอะไรมากมาย แต่อย่างน้อยก็ได้เป็นสื่อกลางระหว่างตำรวจกับประชาชนให้เข้าใจกันมากที่สุด สิ่งไหนที่ทำแล้วเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ผมจะทำ การที่เข้ามามีบทบาทในตำแหน่งรองประธาน กต.ตร ผมทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องมีทีมงานที่ดี เข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่เอาประโยซน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้ง แต่จะเน้นส่วนรวมเป็นหลัก และก่อนหน้าที่ผมจะมารับบทบาทหน้าที่นี้ได้ทำงานกับชุมชนมาตลอด  เป็นประธานชุมชนเขตสายไหม ทำให้รู้จักชาวบ้านเป็นอย่างดี รู้ปัญหา รู้ความต้องการ ก็พยายามพัฒนาปรับปรุง ให้มีแต่สิ่งที่ดีขึ้นอย่างดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ผมรับหน้าที่ตรงนี้มาเป็นสมัยที่ 2 ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆในหลายๆเรื่อง ทั้งเรื่องความเข้าใจ ความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันระหว่างตำรวจกับชาวบ้านในพื้นที่ มีความรัก ความเมตตา ความเห็นใจซึ่งกันและกัน พูดคุยทักทายด้วยรอยยิ้ม ต่างฝ่ายต่างเอาหัวใจเขามาใส่ในหัวใจเรา ที่สำคัญตัวตำรวจเองต้องทำให้ประชาชนมานั่งในใจให้ได้ ซึ่งเรื่องนี้คณะทำงาน กต.ตร. มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง”คุณเอกภพ กล่าว

แรกเริ่มเดิมทีก่อนเข้ามาสัมผัสการทำงานของตำรวจ คุณเอกภพบอกว่า ตัวเองจะมองตำรวจในด้านลบ ชอบรีดไถ เบ่ง เอารัดเอาเปรียบชาวบ้าน เหมือนชาวบ้านตาสีตาสาจะถูกรังแกจากตำรวจเสมอ แต่เมื่อมาทำงานร่วมกันจริงๆ กลับกลายเป็นคนละเรื่อง พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือก็ว่าได้ เพราะจริงๆตำรวจเป็นอาชีพที่น่าสงสารที่สุด เทศกาลสำคัญจะหยุดทำงานไม่ได้ ยิ่งได้พูดคุยกับคนในครอบครัวของตำรวจ ยิ่งเข้าใจ จากความเกลียด ความไม่ชอบ กลายเป็นเห็นใจและสงสาร งานตำรวจมีหลายฝ่าย แต่ละฝ่ายล้วนทำเพื่อประชาชนทั้งสิ้น อาจจะมีหลุดกรอบ เข้าใจผิด กระทบกระทั่งกับประชาชนบ้าง กต.ตร. ที่เป็นตัวแทนของชาวบ้านก็เข้ามาไกล่เกลี่ยสร้างความเข้าใจ ทุกวันนี้ชาวบ้านในพื้นที่เข้าใจและเห็นใจตำรวจมากขึ้น ตำรวจเองก็มีความอดทนอดกลั้นไม่กระทำการที่ส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อน ภาพลักษณ์องค์กรก็ไม่เสื่อมเสีย

คุณเอกภพ อธิบายว่า การมาทำหน้าที่ กต.ตร. ตรงนี้ ริเริ่มจากการทำงานมวลชนคลุกคลีชาวบ้านในฐานะประธานชุมชนเขตสายไหม ก่อนที่ นายจักรรัตน์ กนะกาศัย ประธานคณะที่ปรึกษา กต.ตร.สน.สายไหม เดิมทีเป็นประธาน กต.ตร. แต่เมื่อครบวาระต้องเว้นวรรค ก็ผันมาเป็นที่ปรึกษา เพื่อให้งานหรือโครงการต่างๆ ที่คณะกต.ตร. และที่ปรึกษา ร่วมกันกับ สน.สายไหม ที่มี พ.ต.อ.ธนกรณฑ์ ก้อนแก้ว เป็น ผกก. เดินหน้าสานต่องานได้แบบไม่สะดุด ประกอบกับ ผกก.เองก็เป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใจ เอาใจใส่ประชาชน และเป็นคนที่ทำมวลชนสัมพันธ์เก่ง ลงพื้นที่เองตลอด ความเห็นและนโยบายที่เข้าถึงประชาชนตรงกับคณะ กต.ตร.และที่ปรึกษา ร่วมงานกันได้อย่างลงตัว

เหตุการณ์ที่แก๊ง“ยันหว่าง”อาละวาดที่ สน.สายไหมเมื่อไม่นานมานี้เป็นสิ่งที่การันตีความอดทนอดกลั้นที่ปฏิบัติต่อประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ทำอะไรที่รุนแรง จนได้รับคำชื่นชมจากประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งประชาชนทั่วประเทศหรือทั่วโลกที่มีการพูดถึงในโลกโซเชียลมีเดีย ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จระหว่างการทำงานร่วมกันของคณะกต.ตร.กับที่ปรึกษาและตำรวจ สน.สายไหม ที่สร้างความเข้าใจการทำงาน ทำหน้าที่ให้ประชาชนรับรู้รับทราบ

การทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานตำรวจ คณะทำงาน กต.ตร.และที่ปรึกษา สน.สายไหมจะเน้นเจรจาเป็นหลัก ไม่ว่าชาวบ้านหรือตำรวจจะมีเรื่องอะไร รับทุกเรื่อง ก่อนดำเนินการตรวจสอบแบบยุติธรรม โปร่งใส ไม่ตั้งแง่ ไม่มีอคติ พร้อมให้ผู้นำชุมชนมามีส่วนร่วมกับตำรวจมากขึ้น โดยผ่าน กต.ตร. อย่างไรก็ตามสำหรับการตรวจสอบที่ว่านี้ ไม่ใช่การจับผิด แต่เป็นการบูรณาการ การทำงานสร้างความเข้าใจระหว่างตำรวจกับประชาชน เช่น บางครั้งตำรวจพูดไม่ดีในขณะเข้าค้น หรือติดตามคนร้าย ทำให้ชาวบ้านไม่สบายใจ ก็ต้องมาเจรจาขอโทษซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกันตำรวจต้องมีหัวใจเป็นประชาชน เพราะประชาชนเป็นตำรวจคนแรก เวลาเกิดเรื่องเกิดเหตุอะไร ประชาชนเป็นคนแรกที่เห็นก่อนตำรวจ จากนั้นตำรวจค่อยไปถึงที่เกิดเหตุไปถามเอาข้อมูลจากประชาชน หากไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนแล้ว ตำรวจจะเอาข้อมูลเบาะแสจากที่ไหน ดังนั้นจึงต้องมีตำรวจมวลชนสัมพันธ์ หรือ ตชส. และกต.ตร.ก็เป็นทีมเดียวกับ ตชส. ทำงานมวลชนร่วมกัน

แน่นอนว่าการพัฒนาปรับปรุง หรือแม้แต่การทำโครงการต่างๆเพื่อมาพัฒนาชุมชน พัฒนาสถานที่ พัฒนาบุคคล จำเป็นต้องใช้เงินทุน ใช้งบประมาณ แต่ลำพังงบของราชการคงไม่เพียงพอ ส่วนใหญ่แล้วจะควักเงินส่วนตัวของ กต.ตร.เองมาลงขันร่วมทุน ทุกคนก็เข้าใจ และยินดี โดย สน.สายไหม กับ คณะกต.ตร.และที่ปรึกษา ทำอยู่มีหลายโครงการไม่ว่าจะเป็นโครงการตามนโยบายของกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) และของรัฐบาล รวมทั้งที่ สน.คิดเอง อาทิ ครูแดร์ ที่เน้นเด็กเยาวชนห่างไกลยาเสพติด โครงการบ้านสีขาวปลอดยาเสพติด เยาวชนสัมพันธ์ การหางบประมาณก็จะลงขันในกลุ่ม กต.ตร. และที่ปรึกษา หรือการจัดกิจกรรมการกุศล อาทิ ยิงปืนการกุศล กอล์ฟการกุศล โบลิ่งการกุศล รวมถึงเบี้ยประชุมของ กต.ตร. ก็จะไม่รับ แต่จะส่งมอบไว้เป็นกองทุนเพื่อพัฒนา เสริมสร้างกำลังใจตำรวจ ส่งเสริมภาพลักษณ์ของ สน.สายไหม

“หากมีบางคนจะพูดถึง กต.ตร. ว่าเป็น กระเป๋าตังค์ตำรวจ ผมว่าก็ไม่ผิด ไปว่าเขาไม่ได้ แล้วแต่ใครจะคิด เพราะเรารู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่สิ่งที่ให้ไป เพื่ออะไร เป็นประโยชน์เพื่อใคร ซึ่งพวกเราเต็มใจให้ไม่มีใครบังคับ หากไม่ให้จะเอาทุนที่ไหนมาพัฒนา มาปรับปรุงให้มันดีขึ้น ประโยชน์ที่ได้ก็เพื่อคนในสังคมที่อยู่ร่วมกัน ตำรวจอยู่ดีมีสุข การทำงานก็เต็มที่ ผลดีก็เกิดกับชาวบ้าน ได้รับการดูแลที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการมอบเป็นอุปกรณ์สำหรับใช้ปฏิบัติหน้าที่ เช่น ป้ายไฟ เสื้อกั๊กสะท้อนแสง กรวย สิ่งเหล่านี้ใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะทั้งสิ้น หากเป็นกระเป๋าตังค์ก็เป็นกระเป๋าตังค์ที่ทรงคุณค่าเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม สิ่งที่ได้คือความภูมิใจ ปลื้มใจที่เห็นการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างที่คาดหวัง มันเป็นความสุขทางใจ ช่วยได้แบบไม่ลำบากตัวเองและคนรอบข้าง”รองประธาน กต.ตร.สน.สายไหมแจกแจง และเสริมว่า จากกระแสข่าวที่จะยกเลิก กต.ตร. ของ สน. เหลือแค่ระดับจังหวัด กับ กองบังคับการ(บก.) บอกตรงๆคือไม่เห็นด้วย เพราะมันจะทำให้ประชาชนเข้าถึงยาก ไกลเกินเอื้อม การที่มี กต.ตร.สน. มันดีอยู่แล้ว แต่แค่มาปรับโครงสร้างให้มีบทบาทมากขึ้น ให้ประชาชนมีส่วนร่วมแบบจริงจังและยั่งยืน

ท้ายนี้ คุณเอกภพ ย้ำว่า คุณสมบัติของคนที่มารับหน้าที่เป็น กต.ตร. นั้น ต้องรักชาวบ้าน ต้องรักตำรวจ เป็นบุคคลที่รู้จักเสียสละแบบไม่มีเงื่อนไข ทั้งเวลา กำลังกาย สติปัญญา และกำลังทรัพย์ ไม่เห็นแก่ผลประโยชน์ส่วนตัว มุ่งเน้นเห็นแก่ส่วนรวมเป็นหลัก มีธุรกิจการงานที่มั่นคง ไม่เป็นบุคคลทำธุรกิจเทาและดำ เป็นสื่อกลางระหว่างตำรวจกับประชาชนอย่างแท้จริง ความสามัคคีกลมเกลียวในการทำงานเป็นสิ่งสำคัญ และคนในครอบครัว คนรอบข้างเข้าใจ มาทำหน้าที่แล้วไม่มีปัญหาตามมา