บบฉบับผู้หญิงเก่งสมเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัวผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้อย่างดีเยี่ยม

“คุณแนน” ภัสส์กุญช์ พรหมสาขา ณ สกลนคร ภรรยาสาว พ.ต.ท.ชิตเดชา สองห้อง รองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 53 เธอยังเป็นลูกคนสุดท้องของ พล.ต.ต.ไพฑูรย์ พัฒนโสภณ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา

เกิดจังหวัดนนทบุรี แต่ต้องใช้ชีวิตเร่ร่อนย้ายตามพ่อไปอยู่ภาคใต้เกือบครบ 14 จังหวัด ทำให้เรียนหลายที่ ต้องปรับตัวตลอด ก่อนจบมัธยมปลายที่จังหวัดระนอง  เอ็นทรานซ์เข้าคณะภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตสงขลา แต่จบปริญญาตรีคณะมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ ไปทำรายการประกายเพชร ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5

ต่อมาเรียนปริญญาโทภาคพิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วไปต่อวิชาชีพด้านการทำอาหารที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย “เรียนหลากหลายมาก เหมือนว่า ยังหาตัวเองไม่เจอว่าชอบอะไร ที่บ้านก็ไม่ได้เร่งรัดว่าต้องทำอะไรแบบไหน  เหมือนกับหาตัวเองไปเรื่อย ชอบทำขนม อยากทำงานเกี่ยวกับโรงแรม อยู่ออสเตรเลียได้เป็นเชฟร้านอาหาร เป็นประชาสัมพันธ์หลายร้าน จนได้วีซ่าถาวร” คุณแนนเริ่มเรื่องราวชีวิต

สุดท้ายความรักทำให้เธอต้องลาออกจากงานมาอยู่เมืองไทย ยึดธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น Tha Babe ถนนพระยาสัจจา จังหวัดชลบุรี และเป็นหุ้นส่วนร้าน popcorn ที่ Pipo Pony Club กลางเมืองพัทยา ร่วมกับสามีนายตำรวจหนุ่มอนาคตไกล

นิยายหวานของหนุ่มสาวทั้งคู่เกิดขึ้นตอนฝ่ายหญิงกลับมาเที่ยวเมืองไทย ไปเจอเขาที่ร้านจังหวัดชลบุรี มีเพื่อนของเพื่อนแนะนำอีกที คุณแนนเล่าว่า ก่อนหน้าแชท msn กันมาแล้ว เจอหน้าก็คุยกันธรรมดา รู้ว่า เขาเป็นนายเวรตำรวจผู้การอำนวยการภูธรภาค 2 ที่รู้จักกับพ่อเรา ครั้งแรกยอมรับว่า ไม่ได้คิดอะไร คุยกันตามปกติ เราเองเติบโตมากับครอบครัวตำรวจเลยรู้มาตลอด ต้องเจออะไรบ้าง

ลูกสาวอดีตผู้การภูธรเล่าต่อว่า เขาจะเป็นคนที่ใส่ใจเรามาก พอกลับไปทำงานต่อออสเตรเลีย เขาจะจำได้ว่า วันนี้เราทำงานกี่โมง เขาจะโทรมาคอยเตือน เอาเงินที่ได้มาจากธุรกิจร้านไปซื้อบัตรโทรศัพท์ติดต่อข้ามประเทศถึงเรา เราก็ว่า ไม่ต้องโทรมาก็ได้ เขาบอกไม่เป็นไร เขาเป็นห่วงเรา เริ่มรู้สึกแล้วว่า เขาชอบเรา แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ไม่ได้สนใจ

“แนนไม่เคยมีแฟนมาก่อน สมัยนั้นออกจะห้าวๆ ไม่ค่อยมีใครมาสนใจ ส่วนเขาก็เป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย เวลาร้านเลิก แนนต้องนั่งรถไฟออกจากเมืองกลับบ้าน เขาก็เป็นห่วงอยู่ในสายโทรศัพท์ตลอดเวลา ถือสายไว้เป็นเพื่อน โทรหาทุกคืน บางคืนแนนเผลอหลับ เขาก็ไม่วาง ตอนเช้ายังมาบอกเลยว่า แนนกรนใส่ด้วย” 

เธอยอมรับว่า ฝ่ายชายทำคะแนนโดยการเข้าหาแม่ บ่อยครั้งจะซื้อขนม ซื้อก๋วยเตี๋ยวมาฝาก พอวันวาเลนไทน์ ก็จะแอบซื้อดอกไม้ ฝากแม่เก็บไว้ให้เรา ส่วนพ่อเขาไม่กล้าเข้าหน้า เราเป็นลูกสาวคนเดียวเหมือนพ่อหวง แต่พ่อไม่ได้แสดงออก มีแอบถามแม่ว่า ผู้ชายคนนี้มันเป็นใคร มาทำไมที่บ้าน พ่อจะไม่พูดกับเขาโดยตรง พ่อจะเงียบ ไม่คุยด้วย

รู้จักกัน 2 ปี คุณแนนถึงยอมรับเขาเป็นแฟน เวลากลับเมืองไทยเขาจะเป็นฝ่ายดูแลเทคแคร์ ขับรถตามไปเที่ยวด้วย เพราะเป็นห่วง บางทีนอนรอในรถเพื่อตามไปส่งบ้าน พิสูจน์ความจริงใจชัดเจน มีส่วนทำให้เธอใจอ่อน “เหมือนเวลาแนนไม่เหลือใคร ก็ยังมีเขาอยู่ เขาเป็นคนที่อาจไม่ใช่ดีที่สุดในสังคม แต่สำหรับแนนกับลูก เขาจะดีกับเรา”

ก่อนตกลงปลงใจแต่งงานกัน นายตำรวจหนุ่มพาแม่ว่าที่เจ้าสาวไปพบพ่อแม่ถึงจังหวัดนครสวรรค์ แม่ของเธอโอเค แต่ยังไม่ผ่านด่านหินของนายพลผู้พ่อ วันหนึ่งเขามีโอกาสนั่งกินข้าวด้วยกัน เจ้าหนุ่มตัดสินใจพูดขึ้นกลางวง “พ่อครับ ผมอยากจะขอน้องแนนแต่งงาน”  พ่อเธอถึงกับอึ้งไม่คิดว่า เขาจะกล้าพูด ยังไม่ให้คำตอบแล้วพ่อก็เดินขึ้นบ้าน ไม่นานว่าที่ลูกเขยก็เชิญพ่อแม่มาที่บ้านสู่ขอตามประเพณีเป็นเรื่องเป็นราว พ่อของเธอถึงบอกว่า ไม่ขัดข้อง ถ้าเด็กรักชอบกัน

ระฆังวิวาห์ลั่น พิธีลอดซุ้มกระบี่ตามธรรมเนียมนักเรียนนายร้อยตำรวจจัดอย่างสมเกียรติ ทว่าเจ้าสาวต้องบินกลับไปทำงานต่อในแดนจิงโจ้ ระยะทางความห่างไกลทำให้ฝ่ายสามีต้องรบเร้าภรรยาสุดที่รักกลับมาสร้างชีวิตครอบครัวอยู่ด้วยกัน กระทั่งกำเนิด “น้องจีเดย์” พิภู สองห้อง บุตรชายวัยน่ารักที่ปัจจุบันอายุ 4 ขวบแล้ว

คุณแนนว่า พอมีลูก ชีวิตก็เปลี่ยนเป็นผู้หญิงมากขึ้น ให้นมลูก เลี้ยงลูกเอง ไม่ชอบให้พี่เลี้ยง ทำหน้าที่แม่เต็มที่ ส่วนเขาก็รักและห่วงลูกมาก ครอบครัวอบอุ่นกว่าเดิม ยอมรับว่า ครอบครัวตำรวจเป็นอีกเรื่องที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน อย่างที่รู้กันว่า พ่องานยุ่ง เราต้องเสียสละมาดูแลลูกอย่างเต็มตัว ช่วงเวลาที่ลูกอยู่กับเราต้องได้รับสิ่งที่ดีที่สุด

  “หลักการใช้ชีวิตคู่ แนนว่ามันเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ตัวเองนับว่า โชคดีมากที่ได้มาเจอสามี ไม่เพียงแต่รักเรา ยังเผื่อแผ่ความรักไปยังคนที่เรารักด้วย ที่สำคัญต้องไว้ใจกัน เราต้องดูแลเขา และดูแลลูกให้ดีที่สุด แน่ไม่เคยพูดจาไม่เพราะกับสามี แนนจะให้เกียรติสามี เพราะสามีให้เกียรติแนนและครอบครัวมาก ถึงได้ประคองชีวิตคู่กันได้ เขาใส่ใจเสมอต้นเสมอปลาย” แม่บ้านรองผู้กำกับว่า

เธอยังให้แง่คิดว่า ปัจจุบันโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กไปเร็วมาก เพราะฉะนั้นจะเห็นว่า สามีภรรยาไม่พอใจกันมักจะนำมาโพสต์ลงในสังคมออนไลน์ ทั้งที่จริงเป็นเรื่องของอารมณ์ เรื่องของคนสองคน ทำไมต้องไปโพสต์โชว์ในโลกอินเตอร์เน็ต มันเป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวก็จริง แต่ใครที่เป็นเพื่อนก็เห็นหมด บางครั้งดูไม่ดี มันแค่อารมณ์ชั่ววูบ พอดีกันก็มาลบ

แนนเองก็ไม่ได้เพอร์เฟค แต่เวลาถ้างอนกันจริง ก็ต้องคุยกันเลย ไม่เคยปล่อยให้ข้ามคืน จะบอกตรงๆ เลยว่า งอน โกรธเรื่องนั้น เรื่องนี้ ต้องพูด อย่าเก็บไว้ มันจะสะสม แต่แพรคงจะไปบอกคนอื่นไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับคู่ของแต่ละคน”

สำหรับคุณแนน เธอย้ำว่า เราเป็นลมใต้ปีกของกันและกัน เป็นทุก ๆ อย่างของกันและกัน เรื่องทะเลาะส่วนใหญ่เป็นงอนกันกันเรื่องเล็กน้อยมากกว่าในเรื่องการเลี้ยงลูก เพราะเรารู้อยู่แล้วว่า เขารักเรา และเราก็รักเขา อีกอย่าง คือ เวลาของครอบครัวยิ่งมีน้อย มัวมางอนกันอีก เสียเวลาแย่