วามรักคงเหมือนลูกศรปัก โดนอกใครหลอมละลายได้ทุกที

เช่นเดียวกับชีวิตหวานของ “คุณทราย” สุภาพร ถนอมเผ่า คำจุมพล ภรรยาสาว พ.ต.ท.หฤษฎ์ คำจุมพล รองผู้กำกับการปราบปราม สถานีตำรวจภูธรโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 49

สาวนครสวรรค์ พ่อทำงานชลประทาน แม่เป็นสรรพากร จบโรงเรียนลาซาลโชติรวีนครสวรรค์แล้วเรียนต่อสายอาชีวะก่อนกลับมาเรียนคณะบัญชี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ฝันอยากเป็นแอร์โฮสเตส แต่พลิกผันมาทำธุรกิจเมื่อแม่เออรี่รีไทร์ก่อนเกษียณได้เงินมาก้อนหนึ่งเลยตัดสินใจลงทุนเปิดร้านกาแฟแบรนด์อะเมซอนที่ปั้มน้ำมัน ปตท. โดยมีนายตำรวจหนุ่มผู้เป็นสามีร่วมลงหุ้นด้วย

ทั้งคู่รู้จักกันตั้งแต่เธอยังเรียนมหาวิทยาลัย ฝ่ายชายเป็นผู้กองสายตรวจอยู่ 191 ครั้งแรกเจอกันที่ร้านอาหารย่านถนนรัชดาภิเษก ขณะไปเที่ยวช่วงสงกรานต์วันที่ 15 เมษายน คุณทรายเล่าว่า ต่างคนต่างไปเที่ยว บังเอิญรุ่นพี่ของเพื่อนรู้จักกับเพื่อนของเขา ไม่รู้ว่า เขาเป็นตำรวจ มารู้ตอนหลังจากที่คบหาดูใจกันแล้ว พบกันครั้งแรก เขาจะคล้ายผู้ชายสไตล์เพลย์บอย ด้วยความที่เราไม่มีใคร ส่วนเขาก็ไม่มีใครเลยคุยกัน

“รู้สึกว่า ความสัมพันธ์มันเร็วมาก คลิ๊กกันที่แรกเห็น ทรายก็ไม่ใช่ว่าเด็กแล้ว ถึงจะเรียนมหาวิทยาลัย แต่ทำงานมาตั้งแต่เด็ก รับผิดชอบตัวเอง ช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้านมาตั้งแต่อายุ 15 เขาไม่ได้บอกว่าทำงานอะไร ก็ไม่ค่อยได้คุยกันเรื่องงาน เรื่องอะไรอย่างนี้ เหมือนแบบว่า เป็นหนุ่มมาจีบสาว อะไรอย่างนั้นมากกว่า พอมารู้ว่า เป็นตำรวจก็ไมได้ตกใจ มีแต่เขาตกใจ เพราะทรายแกล้งหลอกเขาว่า อายุ 19 เอง” เจ้าตัวหัวเราะ

เธอสารภาพว่า ตกลงปลงใจคบกันตั้งแต่วันแรก อยู่ด้วยกันตั้งแต่วันนั้นจนถึงปัจจุบัน ไม่สามารถอธิบายได้ว่า อะไรที่ทำให้มันคลิ๊กกันลงตัว แต่ความรู้สึกมันบอกว่า เวลาคุยกันแล้วเข้าใจกันมากกว่า พอคบกันไปนาน ๆ พอมาทำธุรกิจกันด้วย ดวงยิ่งเอื้อกันพอดี คือบ้านเรามีพี่น้องเยอะ มีเงินทุน ก็เหมือนต่อยอดแขนขาออกมา

ธุรกิจร้านกาแฟอะเมซอนของทั้งคู่บูมสุดขีดจากสาขา 1 แตกออกเป็นสาขา 2 สาขา 3 และสาขา 4  คุณทรายเล่าว่า ตอนแรกตั้งใจจะเปิดแค่สาขาเดียว ความที่ว่า มีปั๊มเล็กกับปั๊มใหญ่เวลาขายเฟรนไชส์จะขายเป็นแพ็กคู่เหมือนถูกบังคับโดยปริยาย ครั้งแรกเลยเปิด 2 สาขาพร้อมๆ กัน ทิ้งช่วงกันแค่เดือนเดียว ด้วยความที่เราไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน ทำให้เห็นว่า เงินเดือนตำรวจของสามีน้อยมากเมื่อเทียบผลกำไรจากธุรกิจที่ทำ เป็นรายได้เลี้ยงครอบครัวต่อเดือนสบาย ๆ  รู้สึกแฮปปี้แล้ว

นอกจากนี้ เธอและสามียังต่อยอดธุรกิจตัวใหม่ ลงทุนทำร้าน ฟลุ๊ค ณ รังสิต ชาบูสุดแซบ พร้อมร้านกาแฟ ROBOT อยู่ติดถนนรังสิต-นครนายก คลองสอง ปทุมธานี บนเนื้อที่กว่า 4 ไร่ ประสบความสำเร็จ มีลูกค้าเข้าไปอุดหนุนแน่นร้านทุกวัน ความสำเร็จของร้านที่เกิดขึ้น คุณทรายมองว่า เกิดจากที่เราลงไปดูแลร้านเอง บริหารเองจนรู้ถึงจุดด้อย จุดแข็งอะไรที่จะทำให้ลูกค้าเข้ามาหาเรา เรารู้กลุ่มลูกค้าของเรา คือ ใคร ประจวบเหมาะกับได้ค่าเช่าที่ดินราคาถูกของนายเก่าสามี เราถึงทำ

แม้จะประสบความสำเร็จทางด้านธุรกิจ แต่เธอและรองผู้กำกับหนุ่มกลับไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องที่จะมีทายาท คุณทรายบอกว่า พยายามทำกิฟต์แล้ว 3-4 รอบ แต่ก็ไม่มี ปัจจุบันเลยเอาลูกของพี่ชายมาเลี้ยง 2 คน คนแรกน้องโรบอต อีกคนน้องโมเดล ตั้งแต่เลี้ยงเด็ก 2 คนนี้มา มีอะไรดีเข้ามาในชีวิตตลอด เหมือนมาเติมเต็มส่วนที่ขาด หลงรักเหมือนลูก ส่งเสียเลี้ยงดูอย่างดี

ถามถึงชีวิตแม่บ้านตำรวจ ภริยาสาวนายตำรวจหนุ่มรับว่า ตอนสามีย้ายไปต่างจังหวัดใจแป้วนิดหนึ่ง เพราะตั้งแต่คบกันมา เขาอยู่กรุงเทพฯมาตลอด ทำให้รู้สึกว่า ต้องไปอยู่ต่างจังหวัดแล้ว เขาจะอยู่ได้ไหม แม้เคยลำบากมาด้วยกันก็จริง แต่ช่วงที่ลำบากก็ลำบากแค่แป๊ปเดียว พอมาเจอกันเหมือนมวยถูกคู่ เหมือนเรามีความคิด แนวคิดเรื่องการทำงานดีขึ้นเลยพากันจนมีได้ทุกวันนี้ มาทำธุรกิจด้วยกัน เขาเก่งอย่างหนึ่ง เราเก่งอีกอย่างหนึ่งมาผสมกันพอดี

“แล้วพอมีแขน มีขา ก็เหมือนเราเป็นเฮด แล้วคอยสั่งการ ให้พี่ ให้น้อง ทำตามที่เราวางแผนไว้ ทรายกับเขาเหมือนคบกันเป็นเพื่อนคู่คิดมากกว่า เป็นสามีภรรยาที่แค่เป็นเรื่องกลับบ้านไปนั่งเป็นสามีภรรยา แต่พอออกจากบ้านปุ๊บ ก็เป็นเพื่อนร่วมงาน การที่เขาไปเป็นตำรวจต่างจังหวัด พอถึงจุดตรงนั้น ทำให้ ทรายได้คิดว่าอาชีพตำรวจ มันก็ย้ายบ่อย เริ่มมีความรู้สึกว่ามันไม่ค่อยมีความมั่นคงในเรื่องของรายได้ อะไรตรงนี้ จะมีขึ้นมาลงตลอด เราถึงคิดว่า มาถูกทางแล้วที่มีธุรกิจควบคู่กันไปด้วย” คุณทรายว่า

“ เราสองคนอยู่กันด้วยความเข้าใจ ถามว่า มีธุรกิจทำให้เขาดร็อปไปด้วยหรือไม่ในหน้าที่การงาน คิดว่าไม่ เพราะเขายังทำงานได้เต็มที่ ทำงานที่ได้รับมอบหมายมาได้เต็มกำลัง แต่เขาจะใช้เวลาว่างของเขา มาทำในส่วนตรงนี้ อยู่กันก็ไม่ค่อยมีปัญหานะ ทะเลาะกันน้อยมากเลยจะทะเลาะกันก็เรื่องงาน เพราะความคิดเห็นบางอย่างมันไม่ตรงกัน ก็จะมีบ้าง แต่จะคุยกันจบ พอคุยกันแล้วรู้ว่า จะมีปัญหา ต่างคนก็จะต่างเงียบๆ ไป หันหลังให้กันก่อน กลับมาก็จะต้องเจอกันอยู่ดี มันก็จะเป็นแบบนี้แหละ”

แม่บ้านสาวคนเก่งบอกอีกว่า สามีจะเป็นคนเย็น เราร้อน มีอะไรจะพูดๆ พอเขาเถียงขึ้นมานิดหน่อยแล้วเขาดูแล้วว่า เขาคงไม่ชนะ เขาก็จะเป็นฝ่ายเงียบ แต่การที่เราพูด เราจะมีเหตุผลในตัว อธิบายให้เขาฟังไป โอเคอารมณ์เราอาจจะขึ้นอยู่ พอเขาได้เก็บรายละเอียดในสิ่งที่เราพูดไปได้ว่า ปัญหาเกิดจากอะไร พออารมณ์เย็นๆ ก็จะช่วยกันหาวิธีแก้ไขว่า น่าจะเป็นแบบนี้ๆ อะไรอย่างนี้ ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยทะเลาะกันมาก ถ้าตอนที่คบกันใหม่ๆ อาจจะมีบ้าง เพราะเรากับเขายังวัยรุ่น

สำหรับหลักการประคองชีวิตคู่ คุณทรายย้ำว่า ถ้าเรารู้ว่า เราคุยกันแล้วจะมีปัญหากัน เราก็ยอมที่จะนิ่ง ต่างคนต่างนิ่งกันไป ปล่อยเวลาให้กับตัวเอง ค่อยไปคิดว่าสิ่งที่เขาพูด อันไหนถูกอันไหนผิด เก็บคำพูดแต่ละฝ่ายมาคิด อะไรที่เราผิดจริง เราก็ปรับปรุงแก้ไข ไม่เหนื่อยนะกับการเป็นภรรยาตำรวจ เพราะอันนั้นมันเป็นหน้าที่ของเรา เราก็มีหน้าที่ของเราอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเขา การที่เขาเหนื่อยจากงานมา เราก็จะพยายามดูแล ทำให้เขาสบายใจที่สุด พยายามไม่เอาเรื่องงานที่เราทำแล้วเกิดปัญหาไปใส่เขา เหมือนคัตเอาต์ปัญหาธุรกิจไว้ที่เราให้ได้มากที่สุดอย่างนี้

“จริงๆ ไม่ได้พูดให้สวยงาม เพราะการที่เขาเครียดเรื่องงานมาแล้ว ต้องมาคิดเรื่องปัญหาจากการทำธุรกิจอีกก็จะแย่ ถามว่า เครียดไหมตอนที่สามีถูกย้าย ไม่ได้เครียดนะ ดีใจมากกว่า เพราะย้ายไปได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นต่างหาก”  เธอทิ้งท้าย