เป็นอีกภาพประทับใจของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

หลังจากเดินทางไปปิด “โครงการฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาผู้ปฏิบัติงานด้านการสืบสวนให้มีประสิทธิภาพในระดับสากลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ประจำปีงบประมาณ 2561

กระทั่งกลุ่มนักสืบผู้เข้ารับการอบรมแสดงความขอบคุณ “ผู้นำสีกากี” ด้วยการจับร่างโยนขึ้นคล้ายแนวปฏิบัติตามประเพณีของการอบรมหลักสูตรเอฟบีไอในสหรัฐอเมริกา

สำหรับโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นซีซั่นต่อเนื่องมาจากการฝึกอบรมข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรระดับผู้กำกับการที่ทำหน้าที่สืบสวนคดีอาญาในสังกัดหน่วยงานตำรวจที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศเมื่อปีที่แล้ว ขยายมาสู่ระดับชั้นสารวัตร หรือรองผู้กำกับการที่ทำหน้าที่สืบสวนคดีอาญา

ตามแนวคิดของ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ที่ต้องการเสริมสร้างให้ผู้เข้ารับการอบรมทราบถึงกระบวนการ ขั้นตอน เทคนิค และวิธีการสืบสวนคดีอาญาในระดับสากล พัฒนาทักษะด้านการสืบสวนให้มีประสิทธิภาพ

รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และเทคนิคสมัยใหม่ของผู้ปฏิบัติงาน

มีการเชิญวิทยากรจาก สำนักงานสอบสวนกลางประเทศสหรัฐอเมริกา (Federal Bureau of Investigation : FBI) และวิทยากรจากกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐอเมริกา (Homeland Security) และวิทยากรผู้มีความรู้ความสามารถภายในประเทศมาบรรยายให้ความรู้แก่ผู้ฝึกอบรม

เพิ่มพูน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานด้านการสืบสวนเป็นระยะเวลา 6 สัปดาห์ 3 วันทำการที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการดำเนินโครงการร่วมกัน ได้แก่ กองการต่างประเทศ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กองบัญชาการศึกษา สำนักงานงบประมาณและการเงิน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โรงพยาบาลตำรวจ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กองสารนิเทศ กองบังคับการตำรวจทางหลวง และสถาบันการฝึกอบรมระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย

ผู้เข้ารับการอบรมจะเป็นนายตำรวจระดับสารวัตรหรือรองผู้กำกับการทำหน้าที่สืบสวนคดีอาญาในสังกัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โรงเรียนนายร้อยตำรวจ และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมทั้งสิ้น 149 นาย

ท่ามกลางความคาดหวังในภารกิจ “ลับเขี้ยวเล็บ” เสริมศักยภาพสร้างให้พวกเขาเป็นทายาท “นักสืบรุ่นใหม่” ลงสนามออกไปทำหน้าที่สืบสวนติดตามจับกุมคนร้ายหลากหลายรูปแบบ ทดแทนกำลัง “นักสืบรุ่นเก่า” ที่ใกล้สูญพันธ์เต็มที

นำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดและถ่ายทอดให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาหรือเพื่อนร่วมงาน

เหมือน “ตำนาน 30 นักสืบ” โรงเรียนสืบสวนนครบาลรุ่นพิเศษครั้งแรกและรุ่นเดียวที่ประสบความสำเร็จในยุค พล.ต.ท.โสภณ วาราชนนท์ เป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อปี 2539 มี พ.ต.ท.ปรีชา ธิมามนตรี รองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาลพระนครเหนือ ยศและตำแหน่งขณะนั้น เป็นหัวหน้าทีมเทรนนิ่ง

ถ้า “คลื่นลูกใหม่” ยังคงวิ่งอยู่ใน “ไลน์นักสืบ” น่าจะบรรลุวัตถุประสงค์ตามโครงการอบรมหลักสูตรล่าสุดที่เกิดขึ้น

ดังนั้น ผู้ถืออำนาจไม่ควร “ตีมึน” ปู้ยี่ปู้ยำโผแต่งตั้งโยกย้ายนักสืบ

กลายเป็นปลาผิดน้ำ ผิดฝา ผิดตัว มั่วแบบปัจจุบัน !!!