สุดท้ายจะเป็นเพียงแค่คลื่นกระทบฝั่งหรือเปล่า

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อต้านนักการเมืองสาวเข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการการตำรวจของเหล่าทัพสีกากีที่บางทีอาจไม่ดังพอ

เปิดหน้าชัดเจนสุดเห็นจะเป็น พล.ต.ต.ไอยศูรย์ สิงหนาท อดีตผู้บังคับการประจำกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กระแทกผ่านไปถึงผู้บังคับบัญชาและผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง

ควรมีจิตสำนึกด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เคยถูกกระทำ องค์กรตำรวจที่เคยถูกเหยียบย่ำ และคนที่รักความเป็นธรรมเขายอมไม่ได้ ถึงยศตำแหน่งจะน้อย แต่ศักดิ์ศรีก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากัน บางครั้งและหลายๆครั้งมันเข้มกว่านายหลาย ๆ คนอีก

เพียงแต่เขาไม่พูดให้โลกรู้เท่านั้นเอง

อย่าให้องค์กรผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เหลือแต่เพียงตำนานที่เล่าขานกันว่า

กาลครั่งหนึ่งนานมาแล้ว มีองค์กรหนึ่งเรียกว่า…….

“ป.ล.วันที่ถูกหยาบหยามย่ำศักดิ์ศรี โดยการเหยียบและทำลายป้ายชื่อขององค์กร ผมเป็นหนึ่งในสิบหน่วยที่รักษาการอยู่ที่ ตร. ตั้งกำลังตรึงอยู่ภายใน”                               

เรียกกำลังตั้งแถวตั้งแนวพร้อมปฏิบัติ ทราบจากนายตำรวจบางท่านว่า ผู้บังคับบัญชาหน้าแดงกร่ำ ขบกรามเป็นสันนูน ด้วยความอดทนอดกลั้น เพราะถ้ากำลังเจ้าที่ตำรวจออกไปแล้วเกิดการปะทะเมื่อไหร่ มิคสัญญีจะเกิดขึ้นทันที

ใครไม่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ไม่รู้หรอกว่า มันเจ็บปวดแค่ไหน ยิ่งมีภาพเผยแพร่ยิ่งทิ่มแทงใจ

แล้วผู้ใหญ่ผู้มีอำนาจ มาแต่งตั้งอย่างนี้ได้อย่างไร…….วะ!

ส่วน เพจเฟซบุ๊ก Suriya pankerd  police ของ พ.ต.ท.สุริยา แป้นเกิด พนักงานสอบสวนคนดัง กัดถึงกรอบการทำงานของคณะกรรมาธิการการตำรวจ

มีตั้งแต่ พิจารณาสอบสวน หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับกิจการตำรวจ การปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายการป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ตรวจสอบติดตามการปฏิบัติของตำรวจตามนโยบายรัฐบาล

รับเรื่องราวร้องทุกข์ที่เกี่ยวข้องกับกิจการของตำรวจ

พิจารณาสอบสวนเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน

ตลอดจนศึกษากฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับกิจการตำรวจ ตรวจเยี่ยมหน่วยงานตำรวจ และศึกษากิจการตำรวจระหว่างประเทศ

เจ้าตัวยังหยิบยกเรื่องราวหลายปีก่อนมาเล่าว่า

มี ส.ส. คนหนึ่งแถวภาคใต้ตอนบน ลูกชายแก ชอบเที่ยวสถานบันเทิง และมักจะมีเรื่องกับตำรวจเป็นประจำ ต้องคดีพยายามฆ่าตำรวจ ข่มขืนนักศึกษา ข่มขืนสาวพม่า

แล้ว ส.ส.แกจะไม่ค่อยชอบตำรวจ แกจึงขอเป็น กรรมาธิการตำรวจ เพื่อจะได้ควบคุมตรวจสอบตำรวจ

คนที่จะเป็นกรรมาธิการตำรวจนั้น คนที่เลือกคือ รัฐสภา พวก ส.ส. และ ส.ว. จะจัดสรรตามโควต้าพรรค ตำรวจ หรือผู้บังคับบัญชาของตำรวจไม่มีสิทธิเลือก

อย่าตำหนิผู้บังคับบัญชา

รุ่นพี่เล่าให้ฟังว่า ตอนนั้น มีผู้เสียหายร้องเรียนว่า ทำสำนวนคดีไม่คืบหน้า อดีตตำรวจเป็นผู้ต้องหา เข้าข้างตำรวจด้วยกัน  เข้าทาง ส.ส. ท่านนั้นเลย  พี่ต้องหอบสำนวนขึ้นเครื่องไปชี้แจงที่รัฐสภา

“แกทั้งด่า ทั้งขู่พี่ เป็นชั่วโมง ชี้แจงอะไร แกก็ไม่ฟัง พี่ได้แต่นั่งท่อง อดทนต่อความเจ็บใจ “

รุ่นพี่เล่าด้วยความเจ็บใจ “พี่ไม่เข้าใจ สภา มันเลือกคนแบบนี้มาเป็นกรรมาธิการได้อย่างไร คนมีอคติกับตำรวจ ข่าวดังขึ้นหน้า 1หนังสือพิมพ์ ตั้งหลายครั้ง รู้กันทั้งประเทศว่า ลูกชายมีเรื่องกับตำรวจตลอด “

แล้วรุ่นพี่ยังระบายอารมณ์ต่อ…

“พี่ทำงานตรงไปตรงมาตลอด พี่ไม่ได้เข้าข้างอดีตตำรวจ บอกไปแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน พี่ถามผู้เสียหายว่า รู้ได้อย่างไรว่า ตำรวจคนนี้แอบมาตีหัวข้างหลังจนสลบ”

ผู้เสียหายบอกว่า

“ฉันไม่ได้เห็นหน้าคนร้ายหรอก แต่ฉันไปดูหมอดูมา หมอดูคนนี้แม่นมาก บอกลักษณะคนทำร้ายฉัน รูปร่าง ความสูง สีผิว ตรงกับไอ้ตำรวจคนนี้ ใช่มันแน่ ๆ และมันก็สนิทกับคู่อริฉัน”

จบข่าว

ว่าถึง คณะกรรมาธิการการตำรวจชุดล่า มี นายนิโรธ สุนทรเลขา นั่งเป็นประธาน นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม รองประธาน ประกอบด้วย นายสัญญา นิลสุพรรณ พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา นายสมชาติ ประดิษฐพร

ที่ปรึกษามี พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรสี เลขานุการ คือ นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ขณะที่โฆษกคณะ ได้แก่ นายโชติพัฒน์ เตชะโสภณมณี และ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ

กรรมาธิการ ประกอบด้วย นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร นายกิตติ สมทรัพย์ และหญิงสาวเพียงคนเดียว คือ ตั๊น-จิตภัสร์ กฤดากร

เธอผู้หวังจะพลิกภาพชีวิตให้กลับมาเสมือนเป็น “นางฟ้า” ครองใจเหล่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทั้งกองทัพ