าชีพสื่อมวลชนเป็นอาชีพที่ทำให้เราได้เรียนรู้รายละเอียดของหลากหลายอาชีพ

หมิว-ฉัตรลดา ชูคง สายการเมือง สังกัดสถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 พื้นเพมาจากจังหวัดสงขลา ในครอบครัวสวนมะม่วง เป็นลูกคนกลางที่มีพี่น้องกัน 5 คน จบการศึกษาชั้นประถมโรงเรียนวัดธรรมโฆษณ์ ต่อด้วยโรงเรียนสงขลาวิทยาคม สายวิทย์-คณิต จากนั้นไปมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คณะสารสนเทศ สาขานิเทศศาสตร์ จบเกรดนิยมอันดับสอง

เดิมทีหมิวมีความใฝ่ฝันอยากทำอาชีพสถาปนิก แต่ครอบครัวอยากให้เป็นพยาบาล เรียนไปจนถึงมัธยม หมิวรู้สึกว่า ทั้งสองอาชีพไม่ใช่ตัวตนที่จะเป็น เพราะความชอบ คือ การอ่านการเขียน เนื่องจากตั้งแต่สมัยยังเล็กมักหยิบยืมหนังสือของพี่มาอ่านเป็นประจำ ส่วนใหญ่จะเป็น นิยายและกีฬา ส่วนงานเขียนจะเน้นไปด้านการเล่าเรื่อง จึงตัดสินใจพูดคุยกับครอบครัวขอเลือกเดินเส้นทางน้ำหมึกที่ตัวเองชอบ

พออยู่มหาวิทยาลัยก็เลือกเรียนสาขาที่สนใจ ทุ่มเทแรงใจคิดว่าเราไปทางนี้ได้ดี เพราะขณะเรียนได้ทำหน้าที่เขียนบทละครเวที รับรู้ได้อัตโนมัติเป็นงานที่เราถนัดที่สุด มากกว่าการตัดต่อการถ่ายภาพ ประจวบเหมาะตอนปี 3 มีโครงการสายฟ้าน้อย รุ่น 9  เจอรุ่นพี่นักข่าว ทำให้ได้ประสบการณ์อีกแบบที่สามารถพลิกแพลงเป็นอีกอาชีพหนึ่งได้ ที่ไม่เคยคิดมาก่อน ลึกๆ กลัวเพราะตัวเราเป็นคนขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเองเลยไม่แน่ใจว่าจะกล้าถามกล้าทำเหมือนนักข่าวคนอื่น ๆ

ลองฝึกฝนการทำงานข่าวมาโดยตลอด จนปี 4 มีโครงการ TRUE Future Journalist Awards รุ่น 10 ตัดสินใจสมัครประลองฝีมือว่าสิ่งที่ตัวเองเลือกจะไปได้สักแค่ไหน  แล้วกลายเป็น 1 เดียวจาก 30 คน ได้รับรางวัลนักข่าวแห่งอนาคตดีเด่นประจำภาคใต้ พร้อมทั้งได้รับโอกาสเข้าฝึกงานจริงกับค่ายทีเอ็นเอ็น ในสายงานอาชญากรรมและเฉพาะกิจ ทำให้ได้เรียนรู้ว่าการทำข่าวนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิด

ฝึกงานจบได้รับโอกาสอีกครั้ง ต้นสังกัดได้ติดต่อให้เข้ามาทำงานในสายงานเดิม เป็นช่วงจังหวะ ม็อบ กปปส. เป็นการทำข่าวให้ได้เรียนรู้การฝึกทักษะรอบด้าน อาทิ ความปลอดภัย ไหวพริบ รวดเร็วและถูกต้อง รวมถึงการทำงานจะหนักหน่วงกว่า ต้องอยู่ประจำการทั้งสัปดาห์ ทำงานแทบ 24 ชั่วโมง กินนอนอย่างลำบาก ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ทำให้พัฒนาตัวเองอย่างดี อยู่ทีเอ็นเอ็นเกือบปีขยับก้าวมาพัฒนาต่อยอดในสังกัดสถานีโทรทัศน์ ช่อง 8 สายการเมือง ปัจจุบันทำหน้าที่สื่อมวลชนมาแล้ว 7 ปี

อาชีพนี้ ถ้าใจไม่รักทำไม่ได้ ประกอบกับการที่หมิวมาเป็นนักข่าว ไม่ได้มาแบบคนอื่นที่ต้องเดินไปสมัครงาน หมิวมีโอกาสมาหาเองถึงที่ กลายเป็นอีกจุดหนึ่ง ถ้ามีโอกาส หรือใครให้โอกาสเราต้องลองทำก่อน ไม่ใช่คิดว่า ทำไม่ได้ก็ไม่ทำ แต่พอทำแล้วมันเข้าทาง มันคือ ตัวตนของเราก็ลุยไปให้สุด และสิ่งที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นตลอดอย่างเห็นชัด คือ การเรียนรู้ไม่สิ้นสุด ถ้าไม่เป็นนักข่าวจะไปเป็นอะไร” หมิวทิ้งท้าย