มีข้อเขียนของ พล...ไอยศูรย์ สิงหนาท อดีตผู้บังคับการประจำกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สะท้อนมุมคิดในมุมมองถึงองค์กรผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ยุคปัจจุบัน

ว่าถึงเรื่อง กับดับอุดมการณ์

เจ้าตัวว่า การเป็นตำรวจ มาจากหลายหลายวิธีการ เช่น การสอบแข่งขัน การคัดเลือก กรณีพิเศษ เช่นทายาท เป็นต้น

บรรจุแต่งตั้ง ลงตำแหน่งแหล่งที่ก็ดังที่รู้ ๆ กันอยู่ทั่วไป

  1.  งานดี มีเส้น เข็นสบาย
  2. งานไม่ดี มีเส้น ยังเข็นได้
  3.  งานดี ไม่มีเส้น พอเข็นไป

4 . งานไม่ดี ไม่มีเส้น เข็นยังไง ก็ไม่โต 

แต่ผมมั่นใจว่า ตำรวจส่วนใหญ่ อยู่ในเกณฑ์ข้อ 3 และตั้งใจทำงาน ไม่ยังงั้น องค์กรหรือหน่วยงานอยู่ไม่ได้

ทว่า พอเข็นไป กลับไม่ค่อยได้รับการเหลียวแล

ตำรวจหลายคนที่อยู่ในกลุ่ม พอเข็นไป  จึงดิ้นรน ขวนขวาย เพิ่มเติมคุณวุฒิ เห็นข้อมูลแล้ว ตะลึง

เป็นตำรวจชั้นประทวนจบ ปริญญาตรี นับหมื่น

จบ ปริญญาโท นับพัน

จบ ปริญญาเอก นับร้อย มีคำว่า ดร. หน้าชื่อ หลังยศ ยกตัวอย่างเช่น ...ดร.เก๊งเก่ง รักกากี

แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิม

ไม่ได้รับการสนับสนุน ไม่ได้รับการส่งเสริม ตามที่ควรจะได้ ตามที่ควรจะเป็น จาก คนเป็นนาย เท่าไหร่

ไม่รู้เพราะอะไร ?

คนเป็นนาย มักจะชอบวาดฝันอันบรรเจิดให้กับลูกน้อง

คุณต้องรัก เคารพ และให้เกียรติประชาชน พวกเขาอยู่กันด้วยความลำบากยากจน เราต้องร่วมมือร่วมใจกับส่วนราชการอื่น ๆ และทุกองค์กร ในการพัฒนาและ.. 

หลังจากนั้นนายก็หายไปเลย หายวับไปพร้อมกับคำพูด ไม่เคยไปตรวจเยี่ยม ไม่เคยไปแนะนำ ไม่เคยสร้างสร้างขวัญและกำลังใจ ไม่เคยถามถึงความเป็นอยู่

ไม่เคยถามถึงความเจริญก้าวหน้า

มีแต่หนังสือสั่งการ และเรียกไปประชุม

น้ำตาจิไหล !

อยากจะถามกลับว่า

บรรดาลูกนาย หลานนาย ญาตินาย ลูกน้องใกล้ชิดของนาย พวกของนาย เคยคิดจะส่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ ในท้องที่ทุรกันดาร เพื่อช่วยเหลือชาวบ้าน เหมือนพวกผมในกลุ่มข้อ 3 ข้อ 4  บ้างไหม

หรือว่ามันเป็นเพียง กับดักอุดมการณ์ เท่านั้นเอง

ป.ล. เจ้าตัวทิ้งท้าย

ต้องการเขียนให้กำลังใจตำรวจน้อย นอกทฤษฎีรถบัสที่ตั้งใจทำงาน