ตลอด 110 วันกับการอบรมหลักสูตรสืบสวนคดีอาญารุ่นพิเศษ 5 G

42 ชีวิตรองสารวัตรรุ่นใหม่กับ “ค่ายประวัติศาสตร์” กำลังเตรียมบินลัดฟ้าไปเก็บเกี่ยวความรู้เพิ่มเติมส่งท้ายหลักสูตรที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามเจตนารมณ์ของ พล.ต.ต.ปรีชา ธิมามนตรี อดีตรองผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมือง ปรมาจารย์ผู้เป็นตำนานยุคบุกเบิก

“สิ่งที่เราเรียนมาทั้งหมดก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ชีวิตจริงอยู่ข้างหน้า และความล้มเหลวจะเป็นอาจารย์ เป็นบทเรียนที่ดีที่สุดของเรา” พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะอาจารย์ใหญ่ผู้วาดหลักสูตรให้โอวาทในวันรับประกาศนียบัตร

บนเวทีพิธีปิดหลักสูตรการฝึกอบรม

เจ้าตัวให้แง่คิดเตือนสติว่า ในชีวิตการทำงาน การเรียนจบหลักสูตรในวันนี้ เปรียบเหมือนเราเรียนจบ ประถม 4  เท่านั้น ชีวิตการทำงานยังอีกยาวไกลมาก เรายังต้องเพิ่มเติมความรู้ระหว่างที่เราทำงานกันไปอีกเรื่อยๆ

“อย่าไปตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นอะไร ให้ตั้งเป้าหมายว่าจะทำอะไร เพราะไม่สำคัญว่าจะได้ตำแหน่งอะไร ขึ้นกับว่าเราตั้งใจจะทำอะไร”

พล.ต.อ.สุวัฒน์บอกว่า การทำความสำเร็จในระยะสั้น ให้สะสมความสำเร็จนั้นไปเรื่อย ๆ จะทำให้เราประสบความสำเร็จในเป้าหมายใหญ่ที่เราคาดหวังนั้นได้เอง

ถ้ามีโอกาสเลือกจะไปอยู่กับใคร(คน) กับเลือกจะไปอยู่ที่ไหน(ตำแหน่ง) ให้เลือกอยู่กับคน

“ตำแหน่งนั้นจะอยู่กับเราไม่นาน เดี๋ยวเราก็จะต้องเปลี่ยนตำแหน่งหมุนเวียนกับทีมงานไปเรื่อย ๆ แต่อาจารย์ที่ให้ความรู้ ผู้บังคับบัญชาที่ดี เพื่อนร่วมงานที่ดี ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ดีนั้นหาได้ยากมาก ถ้ามีแล้วจงรักษาไว้” พล.ต.อ.สุวัฒน์ว่า

เพราะชีวิตคนเราในการทำงาน จะต้องมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ต้องมีทีมงาน ผลักดันกัน เราทำงานคนเดียวไม่ได้

เขาเน้นว่า อนาคตในการทำงานต่อไป เราต้องเป็นนักสืบที่มียี่ห้อ มีแบรนด์เป็นของตัวเอง เราถนัดด้านใด เพราะผู้บังคับบัญชาจะเลือกใช้งาน ไม่ได้เลือกจากตำแหน่งแห่งหน แต่เลือกจากแบรนด์ว่า คนนี้เก่งเรื่องไหน  ไม่ว่าเราจะไปอยู่ตำแหน่งแห่งหนใด อยู่ที่เราเลือกว่า เราจะทำตัวอย่างไร

“แบบ พี่นพ (พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์) พี่จ๋อ( พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์)….”  อาจารย์ใหญ่พูดถึงศิษย์เอกที่ตามประคบประหงมสะสมวิชากันมาตั้งแต่คลุกฝุ่นร่วมเสี่ยงเป็น เสี่ยงตาย เสี่ยงคุก เสี่ยงตะรางอยู่กองกำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาล 2 เมื่อ 25 ปีก่อน

ย้ำด้วยว่า ความยุติธรรมมีอยู่ในหนัง แต่ชีวิตจริงเราอาจจะไม่ได้รับความยุติธรรม ตัวเราทำดีแค่ไหนบางครั้งก็อาจจะเจอเรื่องที่ไม่ดีได้ ต้องมีความอดทน ต้องไม่ประมาท

ยกตัวอย่าง เรื่องของนิทาน กฎของป่า (ระบบนิเวศของป่า) มีสิงโตจ้องจะล่ากินม้าทุกตัว ไม่เลือกว่าม้าตัวนั้นจะเป็นจ่าฝูง หรือม้าตัวนั้นดี เก่ง เป็นม้าที่เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ เมื่อเป็นม้า แต่มีสิงโต ม้าก็ต้องถูกสิงโตกินเป็นเรื่องธรรมชาติ ถึงเราเป็นกระรอกก็ถูกล่าเช่นกัน  เพราะป่ายังมีเหี้ย หรืองูเหลือม มีสัตว์ป่าอีกหลายชนิดคอยจ้องจะกิน

“เวลา ไม่ย้อนกลับ เวลาจะเดินของมันไปเรื่อย ๆ ไม่ช้า ไม่เร็ว แม้เราจะอยากให้มันช้าหรือเร็ว มันก็จะเดินของมันไปเรื่อย ๆแบบเดิม และไม่เดินย้อนกลับ”

ชีวิตของเรา สั้นนิดเดียว

พล.ต.อ.สุวัฒน์ฝากไว้ว่า เราจะเจริญก้าวหน้า จะเจริญเติบโตขึ้นเพียงคนเดียวไม่ได้ นกมีขน คนมีพวก ทุกครั้งที่ลงทำงานต้องมองหาเพื่อนร่วมอาชีพ

“ผมจะเฝ้ารอ 42 นักสืบจะเจริญเติบโตอยู่ในตำแหน่งสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ”

แม่ทัพปทุมวันในฐานะครูใหญ่ของหลักสูตรประวัติศาสตร์ให้โอวาททิ้งท้าย