ทิ้งต้นแบบโครงสร้าง “ศูนย์ภาษาต่างประเทศ” เพิ่มศักยภาพบุคลากรของหน่วย

ผุด The Sevan Angels สวมบท “7 นางฟ้า” ในเครื่องแบบสีกากีรอให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าสู่ประตูหน้าด่านประเทศ

เป็นแนวคิด พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ทำไว้ตลอด 2 ปีการนั่งเก้าอี้คุมทัพ ก่อนตัวเองจะย้ายไปรับตำแหน่งใหม่เป็น “ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2

เสริมภาพลักษณ์ในฐานะเจ้าของบ้านช่วยสร้างความอุ่นใจแก่ผู้มาเยือนตั้งแต่ก้าวเท้าลงเหยียบสนามบิน  5 แห่งในพื้นที่รับผิดชอบ ประกอบด้วย ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต

คือ ความสำเร็จสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้กรอบความรับผิดชอบ “ประตูบานแรก” ของกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2

มองเรื่องภาษามีส่วนสำคัญ สามารถพลิกผันไปสู่อาการเครียด

สำหรับที่มาที่ไปของโครงการ พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ลำดับเรื่องราวว่า หลังจากเข้ามารับตำแหน่งอยู่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 มองว่า สนามบินนานาชาติมีผู้โดยสารเดินทางมาจากทั่วโลกที่หลากหลายสัญชาติ เชื้อชาติ และภาษาที่เป็นเรื่องสำคัญ แม้ภาษาอังกฤษจะเป็นภาษากลางที่ใช้กันอยู่ แต่บางทีฟังยาก พูดแล้วอาจสื่อสารไม่ชัด และยังมีชาติอื่นอีกนอกจากใช้ภาษาอังกฤษ ยังมีฝรั่งเศส สเปน อิตาลี  รวมถึงทางเอเชียอย่าง จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี

“ผมมาคิดดูว่า เราเป็นประตูหลักของการต้อนรับนักท่องเที่ยว เป็นด่านแรก เพื่อให้เกิดความประทับใจ เหมือนเวลาเราเดินทางไปต่างประเทศ ผมเชื่อว่าคนไทยหลายคนก็สื่อสารไม่ได้ชัดเจน ทำให้เกิดอาการเกร็งตอนจะเดินผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ไม่รู้ว่า เจ้าหน้าที่จะถามอะไร จะตอบได้ไหม จะฟังภาษารู้เรื่องหรือไม่ตอบผิด ตอบถูกอาจโดนปฏิเสธเข้าเมือง เป็นความเครียดในการสื่อสาร”

ดังนั้น นายพลหนุ่มมองว่า ไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก ถ้าสามารถเริ่มการใช้ภาษาให้นักท่องเที่ยวมีความอบอุ่นใจในการเดินทางเข้ามา เช่น คนจีน แค่คำว่า สวัสดี ถ้าพูดเป็นภาษาจีนได้ พวกเขาก็รู้สึกดี และคิดว่า สื่อสารกับเจ้าหน้าที่เราได้ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่รู้สึกตึงเครียด ผ่อนคลาย แล้วรู้สึกอบอุ่น คือ เรื่องการใช้ภาษาเป็นส่วนสำคัญ ทำให้มั่นใจในตัวเจ้าหน้าที่ของเรา

เสริมภารกิจความมั่งคงประเทศ ป้องกันเหตุและให้ความอุ่นใจ

พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์บอกอีกว่า ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ ภาษามีส่วนช่วยในเรื่องของงานความมั่นคงด้วย เช่น ถ้าเราได้เรียนรู้ภาษา บางทีอาจจะมีการสืบสวนปะปนกันอยู่กับผู้โดยสาร เมื่อมีคนร้าย หรืออาชญากรข้ามชาติแฝงตัวเข้ามา เราจะได้ฟังเจ้าหน้าที่สอบถาม ฟังได้ว่าพูดอะไรกัน ทำอะไรกันว่าจะมีความเคลื่อนไหวอะไร

เขายกตัวอย่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจคนเข้าเมืองพูดภาษาฝรั่งเศสได้ ไปเจอนักท่องเที่ยวถือหนังสือเดินทางประเทศฝรั่งเศส ย่อมใช้สไตล์เดิมตามนโยบายของเรา เข้าไปสวัสดีเป็นภาษาฝรั่งเศส ทักทายถามไถ่ด้วยความห่วงใยว่า จะไปไหน อยู่กี่วัน ปรากฏพอเจ้าหน้าที่พูดฝรั่งเศสไป นักท่องเที่ยวคนนั้นไม่ตอบ แสดงว่า มีพิรุธแล้ว จึงเรียกทีมงานเข้าตรวจสอบ ถึงรู้เป็นชาวตะวันออกกลาง ใช้หนังสือเดินทางที่ถูกขโมยลอบเข้าเมืองไทย

“แบบนี้คือ ประโยชน์ในงานการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากการบริการต้อนรับนักท่องเที่ยวแล้วยังมีส่วนช่วยในเรื่องของความมั่นคงเข้ามาด้วย เป็นการสร้างความประทับใจนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน อีกทั้งให้พวกเขารู้สึกว่า เดินทางเข้ามาเมืองไทยแล้วมีความอบอุ่นและปลอดภัย”

 

เป็นศูนย์ปฏิบัติการมาตรฐานสากล ระดมพลจัดทำคู่มือการสนทนา

ศูนย์ภาษาต่างประเทศ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2561 คัดเลือกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในสังกัดที่มีความรู้ความสามารถและมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาต่างประเทศจำนวน 49 นายไปปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ เพื่อติดตามสื่อสาร ให้คำแนะนำ อำนวยความสะดวก และดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้แก้ผู้โดยสารชาวต่างชาติให้เกิดการยอมรับตามมาตรฐานสากล สร้างความน่าเชื่อถือในการปฏิบัติภารกิจของหน่วย

อดีตผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 อธิบายเพิ่มเติมว่า บุคลากรของหน่วยล้วนมีความรู้ความสามารถด้านภาษาหลากหลาย เราเปิดโอกาสให้ทีมงานร่วมกันคิดแล้วออกแบบคำถามง่าย ๆ เป็นคำทักทายตั้งแต่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา  กระทั่งเดินทางกลับออกไป ช่วยกันเขียนคำถามเป็นภาษาไทยว่า เมื่อพวกเขาเข้ามาแล้วจะมีกี่คำต้องพูดประจำ เอาประโยคสั้น ๆ ง่าย แค่สวัสดี จะไปไหน อยู่กี่วัน เดินทางปลอดภัย พอขาออกก็จะถาม ไปเที่ยวไหนมาบ้าง สนุกหรือไม่ เพราะหวังว่า พวกเขาเหล่านั้นจะประทับใจแล้วเดินทางกลับมาเที่ยวเมืองไทยใหม่

คำสนทนาโต้ตอบเหล่านี้ กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้จัดทำเป็นคู่มือภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับงานตรวจคนเข้าเมืองส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของเจ้าพนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาอินเดีย ภาษาญี่ปุ่น และอีกหลายภาษา ให้ตำรวจทุกคนฝึกในสนามบินตอนเวลาปล่อยแถว มีเจ้าพนักงานประจำศูนย์ภาษาต่างประเทศมาออกเสียงผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ให้ฟังสำเนียงเป็นประโยคทักทายทุกเช้า ทำเป็นคู่มือของการถาม-ตอบบริเวณช่องตรวจ รวมถึง การแจ้งสิทธิ การจับกุม   คำแนะนำต่าง ๆ ในสนามบิน อย่างน้อยถ้ามีปัญหาเจ้าหน้าที่ทุกคนสามารถเปิดข้อมูลมาสื่อสารกันได้

 

คัด  7 ตำรวจหญิงเก่งภาษา ทำหน้าที่ “นางฟ้า” นักประชาสัมพันธ์

เมื่อศูนย์ภาษาต่างประเทศตั้งขึ้นเรียบร้อย พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์ มีแนวคิดต่อยอดปั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงของสังกัดขึ้นมาเป็นพรีเซ็นเตอร์หน่วยในนาม The Sevan Angels คัดเลือกตำรวจหญิงที่มีความรู้ความสามารถด้านภาษาในหน่วยเอามาทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ออกแนะนำให้คำปรึกษาแก่ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศผ่านสนามบินนานาชาติ 5 แห่งที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 รับผิดชอบ

“จริง ๆ แล้ว มีตำรวจหญิงพูดภาษาที่เก่งๆ สามารถสื่อสารได้เลยเกือบ 100 คน เพียงแต่ว่า เราเลือกเอาตรงนี้เป็นภารกิจหลัก เสมือนต้นแบบนำร่องไปปฏิบัติหน้าที่ตามช่วงเทศกาล ขณะเดียวกันจะเป็นคนฝึกตำรวจหญิงรุ่นต่อไปรองรับปริมาณงานตามสนามบินต่าง ๆ เช่น เทศกาลคริสมาสต์ก่อนปีใหม่จะมีชาวจีนเข้ามาจำนวนมาก พวกนี้ต้องเข้าไปให้คำแนะนำ ถ้าเป็นสนามบินภูเก็ตต้องพูดรัสเซียได้ เพราะจะเป็นชาวรัสเซียเข้ามาส่วนใหญ่ ผมคัดและสัมภาษณ์โดยดูจากประวัติการศึกษา ทุกคนล้วนมีโปรไฟล์ดีอยู่ในระดับสูง”

สำหรับเหล่า 7 นางฟ้าตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ผ่านการคัดเลือก ประกอบด้วย ร.ต.อ.หญิง รัชย์สิรี มังสิงห์ ส.ต.ต.หญิง อัจฉรา ถนัดเดินข่าว ส.ต.ต.หญิง ภูษณิศา นาคเฉลิม ส.ต.ต.หญิง ขนิษฐา ศรีโสมาศ ส.ต.ต.หญิง กิ่งกาญจน์ ตระกาลสกุล ส.ต.ต.หญิง อาภากรณ์ แสงดิษฐ์ และส.ต.ต.หญิง มนัสวี งามสง่า ถือเป็นตัวแทนหน่วยเข้ามาทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์แนะนำให้คำปรึกษาต่าง ๆ แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่ผ่านเข้าช่องตรวจคนเข้าเมืองของสนามบิน

สอดแทรกประเพณีวิถีไทย เสียดายไม่ได้ทำโมเดลต่อ

นอกจากงานประชาสัมพันธ์ที่เป็นภารกิจหลัก นายพลต้นความคิดระบุด้วยว่า เราจัดกิจกรรมช่วงเทศกาลต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ชาวต่างประเทศได้เห็น เช่น สวมชุดไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ แนะนำประเพณีสรงน้ำพระ ขับกล่อมดนตรีไทย ร้อยมาลัย รดน้ำดำหัวไหว้ขอพรผู้ใหญ่ และหากไปทำกิจกรรมตามภาคจะมีการแต่งชุดท้องถิ่นประจำภาคนั้น ๆ   แม้กระทั่งเทศกาลตรุษจีนยังแต่งกายแบบจีนแจกขนมให้นักท่องเที่ยวด้วย

กิจกรรมในแต่ละช่วงเทศกาล อดีตผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 บอกว่า ได้รับเสียงตอบรับจากชาวต่างชาติ เป็นอย่างดี ทำให้เกิดอารมณ์ผ่อนคลายระหว่างรอการตรวจของเจ้าหน้าที่ และกำลังทำเรื่องเสนอผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองขออนุมัติงบประมาณกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาจัดกิจกรรมแบบนี้ทุกปีในทุกสนามบิน ขยายผลต่อยอดโครงการด้วยการคัดเลือกทีมนางฟ้าเพิ่มขึ้นไปรองรับภารกิจตามสนามบินอื่น เพราะยังมีหลายคนที่พูดภาษาอื่นดีมาก ตรงนี้น่าจะเป็นโมเดลสร้างบุคลากรรุ่นต่อไป

เจ้าตัวได้หารือผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 คนใหม่แล้วรับปากจะสานโครงการต่อ ด้วยความที่เคยอยู่หน่วยมาก่อน มีความรู้ความชำนาญและเห็นพ้องตรงกันว่าจะเป็นโอกาสเพิ่มขีดความสามารถในการสื่อสารของเจ้าหน้าที่หน่วยตัวเองได้ “อนาคตตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไม่จำเป็นต้องใช้ล่ามจากการท่าอากาศยาน เมื่อมีคนในหน่วยทำได้เพียงแค่ต้องไปทำเรื่องของใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น พวกเราพยายามสร้าง  7 นางฟ้าให้มีประจำทุกสนามบิน”

ถึงกระนั้น พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์อดเสียดายไม่ได้ที่หมดโอกาสทำโครงการต่อเนื่องไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจชายเข้ามาช่วยภารกิจแนะนำนักท่องเที่ยวต่างชาติชาวมุสลิม เนื่องจากมีหลายคนเก่งภาษาอิหร่าน อินเดีย ตุรกี ตั้งเป็นกลุ่ม Four Boy จัดทีมตำรวจชาย 4 นายเข้ามาทำหน้าที่ร่วมกับ The Sevan Angels แต่โครงการได้ชะงัดไป ประจวบเหมาะกับตัวเองได้รับคำสั่งย้ายมาอยู่กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวพอดี

เลือกเดินตามพ่อบังเกิดเกล้า  พ้นจากตึกยาวก้าวเข้าเป็นตำรวจ

ย้อนเส้นทางชีวิตราชการของ พล.ต.ต.พุทธิพงษ์ ประยูรศิริ ลูกชายคนเดียวของบ้านที่มีพี่สาวกับน้องสาวร่วม 2 คน เลือดสีกากีทายาท พ.ต.ท.พิเชษฐ์ ประยูรศิริ อดีตรองผู้กำกับการสืบสวนสอบสวนตำรวจนครบาลธนบุรี นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 13 เจ้าตัวจบชั้นประถมโรงเรียนโรงเรียนนักบุญโยนออฟอาร์ค ก่อนไปต่อมัธยมโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เพื่อนร่วมห้อง พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ที่เดินตามกันเข้าสู่รั้วโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 42

นายพลตำรวจท่องเที่ยวเล่าว่า ความจริงเกิดบุรีรัมย์ตอนพ่อย้ายจากโรงพักบางรักไปอยู่โรงพักคูเมืองแล้วมาโตกรุงเทพฯ เป็นเด็กแฟลตตำรวจที่เห็นการแต่งตั้งโยกย้ายที่ทำงานของพ่อแล้วรู้สึกเหนื่อย มองว่า การรับราชการตำรวจไม่ง่าย ความตั้งใจตอนนั้นอยากเป็นครูสอนเลข เพราะถนัด สอบได้ที่ 1 ของโรงเรียน เป็นติวเตอร์ตั้งแต่มัธยมปลาย “ผมอยากให้เด็กเรียนเก่ง จริงๆ เด็กไทยหัวดีมาก มียีนเก่งทุกอย่าง แต่ไม่ได้รับการสนับสนุน ต้องไปเรียนกวดวิชา ไปใช้หลักความจำเอาโดยที่ไม่เข้าใจ ถ้าเข้าใจบางทีไม่ต้องท่องสูตร เจอโจทย์พลิกซ้ายพลิกขวาไปได้หมด”

หลังจากสำเร็จชีวิตมัธยมบนตึกยาว เด็กหนุ่มตระกูลประยูรศิริสอบเอ็นทรานซ์ติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สอบติดพาณิชย์นาวี วาดฝันจากยึดอาชีพวิศวกรทำงานอิสระ ขณะเดียวกัน ได้สอบติดโรงเรียนเตรียมทหารเหล่านายร้อยตำรวจ ผลสุดท้าย ต้องเลือกทดแทนคุณครอบครัวเข้ารับราชการตามรอยพ่อ แม้เป็นอาชีพที่มั่นคงในระยะยาว แต่รู้ว่าเหนื่อย

 

ร่วมชุดปราบปรามโจรกรรมทรัพย์สิน สร้างลานบินไปกำเนิดหน่วยงานใหม่

ประเดิมตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลบางขุนนนท์ ถิ่นเก่าที่พ่อเคยอยู่สมัยยังเป็นโรงพักวัดรวก อยู่เกือบ 3 ปี เข้าไปช่วยราชการศูนย์ป้องกันปราบปรามการโจรกรรมทรัพย์สินนครบาลที่มี “ไพฑูรย์ สุวรรณวิเชียร” เป็นหัวหน้า อยู่ในทีมปฏิบัติการของ “วิโรจน์ จันทรังษี” และ “พินิต มณีรัตน์” แต่ดูงานเอกสารเรื่องกำลังพล ไม่นานติดเป็นนายตำรวจหน้าห้อง พล.ต.ต.ไพฑูรย์ สุวรรณวิเชียร ที่ขึ้นรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

เป็นสารวัตรจเรตำรวจแล้วกลับมาเป็นสารวัตรแผนกรับเรื่องราวร้องทุกข์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล โยกนั่งสารวัตรแผนกทะเบียนพล กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยุค พล.ต.ท.อรรถพล แช่มสุวรรณวงศ์ เป็นสารวัตรกองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจปราบปรามคดีเศรษฐกิจ แล้วสมัครไปอยู่กองพิสูจน์หลักฐานเมื่อ พล.ต.ท.อรรถพล แช่มสุวรรณวงศ์ ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตามจนได้รับมอบหมายให้เป็นนายเวรผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ลงเป็นรองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร แล้วย้ายเข้าสังกัดสำนักงานกำลังพล ปฏิบัติงานด้านกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กระทั่งขึ้นผู้กำกับ ถึงขยับออกมานั่งกองทะเบียน ร่วมเขียนโครงสร้างใหม่ภายหลังโอนภารกิจหน่วยไปกระทรวงอื่น ทำให้เกิดกองบังคับการการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค พาตัวเองมาทำหน้าที่ผู้กำกับการ 4 ของหน่วยรับผิดหน้างานอาหารและยา

 

เปิดโปรเจกต์ “พิงค์เลดี้” โบกี้แห่งความปลอดภัยผู้หญิง

ต่อมาเป็นรองผู้บังคับการตำรวจรถไฟ สลับเป็นรองผู้บังคับการตำรวจป่าไม้ ก่อนย้ายกลับนั่งรองผู้บังคับการตำรวจรถไฟอีกครั้ง ด้วยความเป็นคนชอบคิด ผลิตโปรเจกต์ “พิงค์เลดี้” ที่ต่อมาเป็น “เลดี้คาร์” ขบวนรถไฟเพื่อความปลอดภัยของสุภาพสตรี “สมัยนั้นมีเรื่องเกี่ยวกับการลวนลามอนาจารผู้โดยสารหญิงบนขบวนรถไฟ ผมเลยทำโครงการขึ้นมาเพื่อเป็นการคัดแยกผู้โดยสารลดอัตราการเสี่ยงภัยของผู้หญิงที่เดินทางมาลำพัง เริ่มตั้งแต่ซื้อตั๋วจะมีเจ้าหน้าที่ถามก่อนว่า มาเป็นครอบครัว มากับแฟน หรือมาคนเดียว”

“เราจะแบ่งขบวนรถไฟออกเป็น 3   ส่วน โดยส่วนแรกเป็นผู้หญิงที่เดินทางคเดียว ส่วนกลางเป็นของครอบครัวที่มีลูก  ส่วนหลังสุดจะเป็นผู้โดยสารผู้ชาย หรือผู้ชายที่มากับแฟน ใช้ตำรวจ 2 นายประจำขบวน ส่วนโบกี้ของผู้หญิงใช้ตำรวจหญิง ส่วนระหว่างโบกี้ครอบครัวกับโบกี้ผู้ชายจะใช้ตำรวจชายคอยรักษาความปลอดภัยเพื่อปิดช่องโอกาสก่อเหตุของคนร้าย” อดีตรองผู้บังคับการตำรวจรถไฟว่า

นอกจากนี้ เขายังทำสถานีรถไฟปิดในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด ไม่ให้ผู้โดยสารเดินเข้าออกชานชาลาสบาย เพราะจะเปิดทางให้คนร้ายเดินทางมาก่อคดีง่าย เปลี่ยนให้ผู้โดยสารเดินทางเข้าออกทางเดียว ตั้งกล้องซีซีทีวี จับไว้ตรงทางเข้าออกเชื่อมโยงข้อมูลกับกล้องของเอกชนที่อยู่บริเวณโดยรอบสถานีให้สัมพันธ์กันในรัศมี 360 องศา เพื่อจะได้ควบคุมคนร้ายที่จะเดินทางผ่านสถานีรถไฟ

 

ปิดแฟ้มค้ามนุษย์นรกที่โอมาน ก่อนทะยานคุมทัพตรวจคนเข้าเมือง

จากนั้น พล.ต.ต.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร เพื่อนร่วมสถาบันเป็นผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ได้ชวนมาร่วมทีมทำงานเบิกแฟ้มคดีค้ามนุษย์ของประเทศโอมานที่เกี่ยวกับกฎหมายการกระทำความผิดที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับผิดชอบอยู่ สามารถขยายผลจับกุมขบวนการข้ามชาติและช่วยเหยื่อคนไทยที่ตกนรกในดินแดนตะวันออกกลางกลับมาได้อย่างปลอดภัยหลายคน

ในที่สุดได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 รับผิดชอบหน้าที่สำคัญบริเวณประตูด่านสนามบินสู่เมืองไทย  พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์บอกว่า ตลอด 2 ปีแล้วพยายามวิเคราะห์ปัญหาอย่างจริงจังเรื่องระบบของผู้โดยสารคิวยาวกระทั่งเกิดการร้องเรียนจำนวนมาก เมื่อได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชาในเรื่องของกำลังพลเพื่อรองรับปริมาณชาวต่างชาติที่เข้ามาเพิ่มขึ้นทุกปี

“ปัญหาที่เกิดขึ้นในเรื่องของระบบคิวยาวเริ่มเบาบางลง เพราะเรามีเจ้าหน้าที่เพียงพอจะดูแลผู้โดยสารในทุกช่องตรวจ ต่อไปคงจะมีการพัฒนาต่อยอดเรื่องการนำเทคโนโลยีมาใช้ในท่าอากาศยานให้มากขึ้น  ใช้คนให้น้อยที่สุด ให้เทคโนโลยีดูแลในเรื่องของความมั่นคง เช่นการตรวจหนังสือเดินทางปลอม การตรวจบุคคลที่ไม่พึงประสงค์ลักลอบเข้ามา” อดีตผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมืองส่งท้ายก่อนอำลาหน่วย

 

 

“ได้ใช้ความความสามารถที่มีให้เป็นประโยชน์แก่หน่วย”

ผู้กองแนต-ร.ต.อ.หญิง รัชย์สิรี มังสิงห์ รองสารวัตรฝ่ายพิธีการเข้าเมือง ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พื้นเพเป็นชาวกรุงเทพมหานคร ดีกรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโทสาขานิติวิทยาศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

สอบเข้ามาเป็นตำรวจตามหลักสูตรอบรมข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรรุ่น 35 ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรสำคัญมากมายเกินกว่าผู้หญิงธรรม ตั้งแต่ หลักสูตรทำลายวัตถุระเบิดรุ่น 13 กองบังคับการสรรพาวุธ สำนักงานส่งกำลังบำรุง หลักสูตรส่งทางอากาศ อากาศโยธินรุ่น 67 กองบัญชาการอากาศโยธิน กองทัพอากาศ เป็นนักโดดร่มกองทัพเรือ เทียบคุณวุฒิของกองบัญชาการนาวิกโยธิน กองทัพเรือ หลักสูตรการยิงปืนพกลูกโม่ในระบบ “ต่อสู้และป้องกันตัวภายใต้สภาวะกดดันรุ่น 53 กองบังคับการปราบปราม และ Investigation Skills Training for People Smuggling Investigators Course จากประเทศอินโดนีเซีย

ความสามารถพิเศษคือเชี่ยวชาญในด้านภาษาอังกฤษ มีส่วนให้ได้ไปเป็นล่ามในงานสัมมนาเชิงปฏิบัติการ RAVENS CHALLENG ASEAN พัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ค่ายนเรศวร อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา

เจ้าตัวเลือกมาเป็นตำรวจเพราะครอบครัวรับราชการ ทำให้มีความตั้งใจจะรับราชการอยู่แล้ว คิดว่า ตำรวจเป็นอาชีพที่มีเกียรติ เสียสละ เป็นกำลังส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลสังคม เป็นที่พึ่งพาช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน อีกทั้งยังเป็นงานที่มีความท้าทาย มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถหลายๆด้าน

“ต้องขอบคุณผู้บังคับบัญชาที่ให้โอกาสทำงาน ได้ใช้ความความสามารถที่มีให้เป็นประโยชน์แก่หน่วยในการทำหน้าที่เป็นนางฟ้าประชาสัมพันธ์หน่วยงาน” ผู้กองแนตว่า

คติในการทำงาน เธอบอก “สำคัญที่สุดในการทำสิ่งใด ๆ ให้ทำด้วยความเพียร และทำให้เต็มความสามารถ”

 

“ดีใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีม

มู่มายด์-ส.ต.ต.หญิง มนัสวี งามสง่า ผู้บังคับหมู่ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานกรุงเทพ ชาวปทุมธานี ปริญญาตรีรัฐศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 เอกสังคมวิทยาและมานุษวิทยา โทภาษาเกาหลี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท MSc (with merit) in Human Resource Management & training มหาวิทยาลัยเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

สอบเข้ามาเป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตามหลักสูตรการอบรมข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน เชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ และเกาหลี ตัดสินใจมาเป็นตำรวจเพราะชอบงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษา ประกอบกับอยากทำงานราชการ จังหวะช่วงนั้นมีการสอบตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเลยลองสอบดู พอได้เข้ามาทำงานจริงรู้สึกว่า ตัวเองคิดถูกแล้วที่สอบเข้ามา รู้สึกภูมิใจมาก

“ดีใจที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีม เพราะเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ประสบการณ์การทำงานด้านอื่น ๆ แล้วได้ใช้ความรู้ทางภาษาที่ได้เรียนมาสร้างประโยชน์ให้กับองค์กร ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะผู้บังคับบัญชาให้โอกาสเรา อยากจะขอขอบคุณผู้บังคับบัญชาที่ให้โอกาสเราได้เข้ามาทำงานตรงนี้” เธอระบายความรู้สึกที่ได้มาเป็นนางฟ้าตัวแทนหน่วย

“ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด” เป็นคติในการทำงานที่เจ้าตัวบอก

 

ภูมิใจที่ได้ใช้สิ่งที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์

มู่กวาง-ส.ต.ต.หญิง กิ่งกาญจน์ ตระการสกุล ผู้บังคับหมู่ ฝ่ายขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สาวชาวกรุงเชี่ยวชาญด้านภาษาจีนระดับดีมาก สำเร็จการศึกษาปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผ่านหลักสูตรอบรมภาษาจีนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง มหาวิทยาลัยฮาร์บิ้น และมหาวิทยาลัยนานจิง ประเทศจีน ผ่านประสบการณ์ฝึกงานตำแหน่งพนักงานขายของบริษัท Sincoheren ปักกิ่ง ประเทศจีน เคยทำหน้าที่แปลภาษาและพิสูจน์อักษรอยู่บริษัท Canon Information Technology (Beijing) Co.,LTD เป็นล่ามประจำกองถ่ายภาพยนตร์จีน/ฮ่องกงที่มาถ่ายทำในประเทศไทย แปลบทความโฆษณา คู่มือและข่าวต่าง ๆ

สอบเข้าอบรมหลักสูตรข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนได้ปีเศษ เหตุผลมาจากพ่ออยากให้ลูกสาวรับราชการตำรวจ เพราะดูเป็นผู้หญิงเข้มแข็ง ปกป้องตัวเองได้ แม้ก่อนหน้าตอนเรียนจบธรรมศาสตร์ ยังรู้สึกอยากลองหาประสบการณ์ด้านอื่น ๆ มีโอกาสได้ไปประเทศจีน เรียนภาษาจีนและทำงานที่จีน สุดท้ายคิดถึงบ้านเลยกลับเมืองไทย ช่วงที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเปิดสอบพอดี

“กวางมองว่า ตำรวจเป็นอาชีพที่สนุก ได้เจอคนหลากหลาย มีความท้าทาย ยิ่งได้รับเลือกมาทำงานด้านประชาสัมพันธ์หน่วย ส่วนตัวกวางรู้สึกดีใจมากที่ผู้บังคับบัญชาให้ความไว้ใจ ให้โอกาส คัดเลือกมาเป็น 1 ในทีมงาน ภูมิใจที่ได้ใช้สิ่งที่เรียนมาให้เกิดประโยชน์ เป็นส่วนเล็ก ๆในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่หน่วยงาน” ผู้หมู่สาวว่า

“ตั้งใจทำทุกงานให้ดีที่สุด” เป็นคติที่เธอยึดมาตลอด

 

ดีใจที่ได้เป็นตัวแทนหน่วย ได้ทำอะไรหลากหลาย

มู่แบ๋ม-ส.ต.ต.หญิง ขนิษฐา ศรีโสมาศ ผู้บังคับหมู่ ฝ่ายขาเข้า ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อีกสาวชาวเมืองหลวง เก่งทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน จบปริญญาตรีวิชาเอกธุรกิจอังกฤษ วิชาโทภาษาจีน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตบางนา ปริญญาโท Intercultural Communication and Relationship มหาวิทยาลัยแองเกลีย รัสกิน เมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ

ระหว่างเรียนเธออยู่แดนผู้ดียังเป็นฝ่ายดูแลนักศึกษาต่างชาติของมหาวิทยาลัย และทำงานฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ที่ Siam Chaopraya Holder ประเทศอังกฤษ และริเวอร์ คาเฟ่ แอนด์ เทอร์เรส โรงแรมแพนนินซูล่า ประเทศไทย  ผ่านการอบรมหลักสูตรผู้ประกาศข่าวจาก อสมท รุ่นที่ 3 ก่อนสอบเข้าหลักสูตรการอบรมข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวนปี 2561

เจ้าตัวยอมรับว่า ตอนแรกไม่คิดว่าจะทำเป็นตำรวจ เพราะคนในครอบครัวเป็นกันหมด รู้สึกเบื่อ อยากทำงานต่างประเทศมากกว่า แต่พอได้มาเป็นแล้วรู้สึกว่า มีหลายอย่างให้ทำ ไม่ได้มีแค่งานด้านเดียวอย่างที่เราเห็น

“ดีใจที่ได้เป็นตัวแทนหน่วย ได้ทำอะไรหลากหลาย สนุกที่ได้ร่วมกิจกรรมกับหน่วยหลายๆอย่าง ทำให้ได้เจอคนใหม่ๆ และงานที่ท้าทาย” เธอบอกถึงความรู้สึกในการทำหน้าที่นางฟ้าตรวจคนเข้าเมืองประจำสนามบิน

ผู้หมู่สาวยังยึดคำของ ว.วัชระเมธี เป็นหลักดำเนินชีวิตว่า “เป็นตัวจริงในทุกสิ่งที่เธอทำ”

 

“เรามีส่วนทำให้ประชาชนประทับใจต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่

มู่ชื่น-ส.ต.ต.หญิง อัจราภา ถนัดเดินข่าว ผู้บังคับหมู่  ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานกรุงเทพ ชาวกาญจนบุรี ลูกสาว ผศ.เอกชัย ถนัดเดินข่าว ผู้ตัดสินฟุตบอลอาวุโสเชิ้ตดำระดับประเทศ สำเร็จปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต ด้านภาษาจีน เกียรตินิยมอันดับ 1   จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประสบการณ์ก่อนหน้าเป็นล่ามแปลประจำสถานีตำรวจท่องเที่ยวกาญจนบุรี เป็นครูประจำวิชาภาษาอังกฤษ ระดับประถม โรงเรียนยู่เฉี่ยวเซียะเสี้ยว จังหวัดกาญจนบุรี แปลงานเอกสารทางวิชาการ เอกสารราชการ คู่มือ และรายงานทั่วไป อีกทั้งยังทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

พลิกผันมาสอบเข้าหลักสูตรอบรมข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน เพียงเพราะอยากเป็นผู้หญิงแกร่ง ไม่ให้ใครกล้ามารังแก และด้วยความที่เชี่ยวชาญทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีน เธอถึงได้ผ่านการคัดเลือกเป็นนางฟ้าตัวแทนหน่วย

“ภูมิใจค่ะ เพราะคิดว่าได้เป็นส่วนหนึ่งในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบถึงการทำงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเมื่อต้องเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย เรามีส่วนทำให้ประชาชนประทับใจต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่” เจ้าตัวว่า

“ทุกข์ของประชาชน คือทุกข์ของตำรวจ” เธอยึดคติการทำงานแบบนั้น

 

“เหมือนเราได้ท้าทายความสามารถของตัวเอง”

มู่นิว-ส.ต.ต.หญิง อาภาภรณ์ แสงดิษฐ์ ผู้บังคับหมู่ ด่านตรวจคนเข้าเมืองกรุงเทพ ชาวกรุง ดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 2 ศิลปศาสตรบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย คณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประสบการณ์ทำงานอยู่ในกองบรรณาธิการ จุลสารลายไทย ของคณะศิลปศาสตร์ นอกจากความรู้ภาษาอังกฤษแล้วยังมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาสเปน

สอบเข้าอบรมหลักสูตรการอบรมข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจปี 2561  ด้วยเหตุผลว่า มีความตั้งใจอยากจะรับราชการมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอเรียนจบโชคดีที่มีเปิดรับสมัครสอบตำรวจหน่วยตรวจคนเข้าเมืองพอดี เป็นงานราชการที่เราจะได้ใช้ภาษาที่ร่ำเรียนมาด้วย

“ขอบคุณสำหรับโอกาสที่มอบให้ และดีใจมาก ๆที่ได้รับเลือกให้มาเป็นส่วนหนึ่งของทีม นางฟ้า ได้เจอเพื่อนดี ๆ เหมือนเราได้ท้าทายความสามารถของตัวเองในการทำงานรูปแบบต่างๆ ที่เราก็ไม่เคยทำมาก่อน” หมู่นิวบอก

“You can’t win unless you learn how to loss.” เป็นคติการทำงานของเธอ

 

“ทำให้ได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองในหลายๆด้าน”

มู่ไนซ์-ส.ต.ต.หญิง ภูษณิศา นาคเฉลิม ผู้บังคับหมู่ ฝ่ายขาออก ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สาวเหนือชาวจังหวัดเชียงใหม่ เกียรตินิยมอันดับ 1 รัฐศาสตรบัณฑิต (การระหว่างประเทศ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่านโครงการแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมเมียนมา มหาวิทยาลัยย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา มีส่วนทำให้เชี่ยวชาญภาษาเมียนมา เคยฝึกอบรมโครงการนักสิทธิมนุษยชน โครงการผู้ตรวจการแผ่นดินรุ่นเยาว์

สมัครเป็นตำรวจสังกัดสำนักงานตรวจเข้าเมือง เมื่อเข้าอบรมหลักสูตรการอบรมข้าราชการตำรวจและบุคคลที่บรรจุหรือโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจปี 2561 เนื่องจากมีความตั้งใจที่จะรับข้าราชการตั้งแต่สมัยเรียน พอเรียนจบด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจึงอยากทำงานที่ได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาในการติดต่อกับชาวต่างชาติ จึงไม่ลังเลที่จะสมัครสอบ  การทำงานตรงนี้ทำให้มุมมองต่อสิ่งต่าง ๆกว้างและเป็นจริงมากขึ้น

“ขอขอบพระคุณ ท่านผู้การและผู้บังคับบัญชาทุกท่านที่ให้โอกาสในการหน้าที่เสมือนนางฟ้า การได้เป็นตัวแทนหน่วย ทำให้ได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองในหลายๆด้าน ได้ลองทำสิ่งต่าง ๆที่ไม่เคยทำ รู้สึกเป็นเกียรติมากค่ะ” เจ้าตัวบอกความรู้สึก

คติในการทำงาน “I am the master of my fate, I am the captain of my soul”